24 ก.ค. 2569 เวลา 06.30 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ร่วมกับ มูลนิธิกันจอมพลัง (ช่วยเด็ก) นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.118/2569 ลงวันที่ 23 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบบ้านแถว 2 ชั้น ซอยประชาชื่น แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดที่ตรวจยึด สามารถช่วยเหลือเด็กชายวัย 7 ขวบ จากวงเสพยาเสพติดได้อย่างปลอดภัย โดยหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย
พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของเด็กชายวัย 7 ขวบ เจ้าหน้าที่พบอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย โดยเจ้าหน้าที่ พม. ร่วมกับ มูลนิธิกันจอมพลัง ได้ดำเนินการนำตัวส่ง พม. ดำเนินการต่อไป
สามารถตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สิน 6 รายการ ประกอบด้วย
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า) จำนวน 309 เม็ด
2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ยาไอซ์) จำนวน 252 กรัม
3.วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) จำนวน 32 กรัม
4.หัวบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 107 อัน
5.พอตกัญชา จำนวน 5 อัน
6.อุปกรณ์เสพ
โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเอาเสียรับจำนำหรือรับไว้ประการใดซึ่งของตนพึ่งรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 246 วรรค 1 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”จับกุมผู้ต้องหาที่บ้านหลังหนึ่ง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์กล่าวคือ ณ คาเฟ่แห่งหนึ่งย่านเตาปูน ที่รู้จักกันในสายเสพสารเสพติด แหล่งข่าวแจ้งว่ามีหญิงวัยกลางคน หรือ ผู้ถูกจับที่ 1 ผู้เป็นทั้งเอเย่นต์และทาสยา พ่นควันใส่หน้าลูกวัย 7 ขวบ โชว์ลูกค้าที่มาเสพยาเสพติดเกือบทุกคน โดยเด็กวัย 7 ขวบยังคงนั่งยิ้มพับเศษกระดาษฟอยล์เล่นอยู่ข้างกายแม่
จากภาพดังกล่าว ทำให้ทาสยาผู้หนึ่งที่กำลังมาขอซื้อยาเอ่ยปากเตือนขอร้องให้หยุดทำลายเด็ก แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือการต่อว่า “อย่าเxือก ลูกของกู” ภาพดังกล่าวถูกส่งต่อให้ “มูลนิธิกันจอมพลัง” รับประสานงานติดตามช่วยเหลือเด็ก
จากการสืบพบว่า ภายในที่เกิดเหตุมีหัวโจกหนุ่ม มีพฤติกรรมควงอาวุธปืน พร้อมพวกมั่วสุม จึงได้ประสานงานไปยัง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังชุด สารวัตรแจ๊ะ และเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ลงพื้นที่สืบสวนในทันทีเพื่อช่วยเหลือเด็กให้เร็วที่สุด
โดยทางการสืบสวนพบว่า คาเฟ่ดังกล่าวเป็นบ้านแถว 2 ชั้น ตั้งอยู่ภายในซอยประชาชื่น สภาพด้านล่างอำพรางเป็นร้านสะดวกซื้อ ส่วนทางขึ้นถูกต่อเติมเป็นบันไดเหล็กข้างตัวอาคาร มีการล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา และมีการติดกล้องวงจรปิด 5 ตัวรอบทิศเพื่อสอดส่องรับมือเจ้าหน้าที่
สภาพแวดล้อมลักษณะเป็นซอยแคบยากต่อการสืบสวนเป็นอย่างยิ่ง ต้องใช้กระบวนการสืบสวนแบบพิเศษ จนสืบทราบว่าภายในเป็นแหล่งมั่วสุมกันเสพยา และพบข้อมูลว่ามีชาย 1 ราย มีประวัติการครอบครองอาวุธปืน และบ้านหลังนี้จะมีกลุ่มผู้ติดยาเสพติดขับรถเข้ามาซื้อยาเสพติดแบบไม่ขาดสาย กลายเป็นภาพรังยาที่แน่ชัด กระทั่งในวันที่ 23 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้ยื่นหลักฐานต่อศาลอาญา และได้รับการอนุมัติให้ออกหมายค้นในเวลาต่อมา แต่บ้านหลังดังกล่าวมีความซับซ้อน และตัวของเด็กอยู่ภายในห้องเดียวกันกับบุคคลเป้าหมาย ที่มีอาวุธปืน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำการวางแผนและซักซ้อมการปฏิบัติกันอย่างรอบคอบ
ในชั้นจับกุม น.ส.เอ แม่ของเด็กชาย 7 ขวบ ให้การว่า “ปกติตนจะพักอาศัยอยู่ที่บางซ่อน แต่ในวันนี้ ระหว่างทางตนไปส่งลูกชายเข้าเรียนได้แวะเข้ามาหาเพื่อน เพื่อจะซื้อยาบ้ากับยาไอซ์เอาไปเสพเอง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในที่สุด โดยรับว่าซื้อแบบนี้ประมาณสัปดาห์ละครั้ง และพาลูกมาด้วยตลอดเพราะเป็นทางผ่านไปโรงเรียนลูก"
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.,รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับประสานจากมูลนิธิกันจอมพลัง ซึ่งได้รับร้องเรียนว่าบ้านดังกล่าวเปิดเป็นคาเฟ่เสพยาเสพติด โดยมีเด็กเล็ก อยู่ในท่ามกลางลูกค้าที่มาเสพยาเสพติดทุกวัน จึงได้วางแผนเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งภาพแรกที่เห็นสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่งคือได้พบเด็กชายวัย 7 ขวบ อยู่ท่ามกลางผู้เสพยา จึงรีบช่วยเหลือนำเด็กออกมาก่อน จากการบุกทลายแหล่งมั่วสุมครั้งนี้ พบผู้ต้องหาและของกลางจำนวนหลายรายการ
พร้อมฝากเตือนภัยสังคม เรื่องยาเสพติดทำลายชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงคนรอบข้าง บ้านที่ควรสงบสุขและอบอุ่น กลับกลายเป็นขุมนรกของเด็กน้อย จึงขอเตือนภัยให้ประชาชนห่างไกลยาเสพติด และหากท่านใดพบเห็นหรือสงสัยว่ามีสถานที่มั่วสุมยาเสพติด สามารถแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ากวาดล้างได้ทันที