วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2568) เวลา 11.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น
โดยได้สั่งการให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่เสี่ยงลุ่มต่ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ
นอกจากนี้ ได้ให้จังหวัดประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำให้มั่นคงแข็งแรง พร้อมจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ไว้ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานว่าปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,600–2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง และลำน้ำสาขาที่สถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีค่าระหว่าง 3,050–3,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเพื่อบริหารจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสม จึงมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิมไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น ไม่เกิน 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แบบขั้นบันได ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันราว 0.60–0.90 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่
- คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง
- คลองบางบาล ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (บริเวณแม่น้ำน้อย)
- จังหวัดสิงห์บุรี บริเวณอำเภอเมือง อำเภออินทร์บุรี และอำเภอพรหมบุรี
- จังหวัดอ่างทอง บริเวณอำเภอไชโย และอำเภอป่าโมก
- จังหวัดชัยนาท บริเวณอำเภอสรรพยา
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) จึงได้ประสาน 10 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และผู้ประกอบการที่ทำกิจกรรมในแม่น้ำ เช่น แพร้านอาหาร งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และท่าเทียบเรือโดยสาร ให้เตรียมความพร้อมและเพิ่มความระมัดระวัง
ขณะเดียวกัน ได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ ป้องกันไม่ให้เกิดการล้นข้ามหรือชำรุด พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่ให้สามารถออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที