พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชา 18 คน ว่า เรื่องนี้เป็นผลมาตั้งแต่การประชุมวันที่ 10 ก.ย. 2568 โดยมีการตกลงเงื่อนไข 4 ข้อ คือ 1.ถอนอาวุธหนัก 2.เก็บกู้ทุ่นระเบิด 3.จัดการสแกมเมอร์ และ 4.การบริหารจัดการบริเวณชายแดน โดยเราให้เขากลับไปคุยกันแต่ปรากฎเขาคุยกันไม่สำเร็จ ทำให้ต้องนำกลับมาในที่ประชุมเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2568 ซึ่งก็คุยกันเรื่องเดิมอีก และถือมีความคืบหน้า
โดยเห็นว่ารายละเอียดให้ไปตกลงกันในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อย่างเช่น การถอนอาวุธหนักจะถอนอย่างไร หรือที่บริเวณบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จะทำอย่างไร ซึ่งหลังจากที่นายกรัฐมนตรีไปลงนามถ้อยแถลง (Joint Declaration) หลังจากที่ส่วนล่วงหน้าไปคุยกันแล้วกับทางกัมพูชา และประเทศที่เป็นพยาน โดยมีการระบุว่าเขาอยากให้มีการปล่อยเชลยศึกเพราะเป็นเรื่องของมนุษยธรรมและเก็บไว้ก็ไม่มีอะไร แต่เราได้ต่อรองขอให้ปฏิบัติตามข้อตกลงทั้ง 4 ข้อ ให้เป็นรูปธรรมก่อน
พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า คำว่ารูปธรรมไม่ได้หมายความว่าจบ แค่ให้เห็นสัญญาณว่าเป็นรูปธรรม ว่าเขามีความจริงใจที่จะทำกับเรา ซึ่งหลังจากนายกฯ ลงนามถ้อยแถลงแล้วจึงให้ทางกองทัพไปพูดคุยกัน ปัจจุบันการติดตามเรื่องนี้นายกฯ ได้มอบให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและเหล่าทัพ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปคุยกัน โดยให้ตั้งเป็นคณะกรรมการขึ้นมา มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธาน
ล่าสุดในที่ประชุมดังกล่าวได้ตกลงกันว่า เรื่องการถอนอาวุธหนักและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราอยากให้กัมพูชาทำให้เป็นรูปธรรม โดยทำให้เสร็จในเฟสแรก แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องการปล่อยเชลยศึก ส่วนการเก็บกู้วัตถุระเบิดเดิมเสนอให้เก็บกู้ทุ่นระเบิด 13 พื้นที่ แต่ในระดับพื้นที่คุยกันต่อรองเหลือ 5 พื้นที่ กัมพูชายอมให้เข้าเก็บกู้ใน 5 พื้นที่ได้ ฉะนั้น 2 เรื่องหลักนี้ทางกัมพูชายอมรับและตอบรับมาแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะปฏิบัติตามถ้อยแถลงที่นายกฯ ได้ลงนามไว้
พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวปล่อยเชลยศึกวันที่ 12 พ.ย.นั้น เป็นเพียงการคาดการณ์กัน ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยวันที่ 12 พ.ย.2568 เพราะเราต้องมาดูอีกทีว่าเฟส 1 ที่วางไว้สำเร็จหรือไม่ เพราะกำหนดไว้ว่าจะจบวันที่ 21 พ.ย.2568 แต่ทางกัมพูชาบอกว่าจะทำให้เสร็จเร็วขึ้น น่าจะอยู่ประมาณวันที่ 10-12 พ.ย.2568 ซึ่งเราแจ้งไปว่าถ้าเขาทำเสร็จเร็วเราจะปล่อยเชลยศึกเร็ว เราจะดูที่ตัวเงื่อนไขไม่ใช่ดูวันที่ สำหรับข่าวที่ออกมาตนไม่ทราบว่าออกมาจากไหน ถ้าวันที่ 12 พ.ย. 2568 เฟส 1 คือการถอนจรวดหลายลำกล้องและปืนใหญ่ระยะยิงไกล ถ้าถอนไม่หมดเราก็ไม่ปล่อยเชลยศึก
ส่วนการเก็บกู้วัตถุระเบิดถ้า 5 พื้นที่ ที่รับปากไว้ว่าจะเก็บ หากเราเข้าไปเก็บไม่ได้เราก็ไม่ปล่อย เพราะฉะนั้นถ้า 2 เรื่องนี้เป็นรูปธรรมก็จะมาดูกันอีกที ส่วนเรื่องสแกมเมอร์ตอนนี้เป็นรูปธรรมมากขึ้นแล้ว มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ และล่าสุดที่มีผู้เสียชีวิตจากคอลเซ็นเตอร์ ทางกัมพูชาก็ให้ความร่วมมือดีขึ้นมากเป็นรูปธรรม
พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เรื่องบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จะทำไปตามขั้นตอน โดยขั้นแรกคือให้เก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวที่เราจะปักหมุดชั่วคราว ซึ่งเราคาดว่าจะเสร็จในวันที่ 17 พ.ย.นี้ ที่จะสามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดแนวนั้นเสร็จ หลังจากวันที่ 17 พ.ย.แล้ว ทางกรมแผนที่ทหารจะเริ่มไปปักหมุดชั่วคราว ซึ่งการปักหมุดนั้นจะมี 2 แนว คือแนวที่เรายึดถือและแนวที่กัมพูชาอ้างมา ซึ่งตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ว่าระหว่าง 2 แนวขอให้ทางคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ว่ากันไป แต่ใต้แนวที่เขาเตรียมมาก็ต้องออกไปซึ่งเขาก็ยอมรับ นี่คือความเป็นรูปธรรม
“ผมขอความร่วมมือสื่อช่วยอธิบายสังคมว่า บางทีเราก็ต้องปฏิบัติเหมือนกับประเทศที่มีวุฒิภาวะ เป็นประเทศที่มีอารยะ เพราะผมเคยบอกไปแล้วว่า จากการที่ รมว.การต่างประเทศไปแถลงที่องค์การสหประชาชาติ (UN) เราได้รับการปรบมือ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรามาถูกทางแล้ว คือเราใช้ความเป็นวุฒิภาวะ เพราะฉะนั้นเรายังคงต้องแสดงถึงความเป็นประเทศที่มีวุฒิภาวะ ประเทศอารยะ แต่ยืนยันได้เลยว่าถ้าตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้เรื่องอธิปไตยเราจะยึดถือแน่นอน ผลประโยชน์ของประเทศชาติเราต้องยึดถือ แต่เราทำตามขั้นตอน ตามอารยะประเทศที่เขาทำกัน”พล.อ.ณัฐพล กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีของปราสาทตาควาย เราจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รมว.กลาโหม กล่าวว่า ในขั้นต้นตนขอทำใน 5 อย่างนี้ก่อน ที่เพิ่มมาเรื่องที่ 5 คือ เรื่องรั้ว ซึ่งจะทำเพิ่มอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเสร็จเรื่องทั้งหมดแล้ว จะมาเริ่มเก็บรายละเอียดทั้งปราสาทตาควาย ปราสาทคนา หรือเรื่องทางชำรากทั้งหมด เราจะค่อยๆ เก็บรายละเอียดไป ตนจึงขอความเห็นใจสื่อเพราะเหตุเกิดสั่งสมมา 15 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 54 ตอนปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งกัมพูชาก็มีการรุกล้ำเข้ามาเรื่อยๆ ผ่านมา 15 ปีรัฐบาลปัจจุบัน โดยเฉพาะตนในฐานะ รมว.กลาโหม กำลังจะแก้ไขรายละเอียดเหล่านี้ขอให้เวลาตน ถ้าทำเร็วจะไม่เรียบร้อย ยืนยันว่า 5 อย่างนี้ จะทำให้เรียบร้อย และถ้าเสร็จ 5 อย่างนี้แล้ว จะทำต่อไปเรื่อยๆ และหลังจากนั้นถ้ามีจังหวะจะมีการพิจารณาทำอย่างอื่นคู่ขนานกันไป
เมื่อถามว่าการปล่อยตัวเชลยศึกต้องทำให้ครบทั้ง 5 ข้อ หรือเพียงข้อใดข้อหนึ่ง รมว.กลาโหม กล่าวว่า ตามถ้อยแถลงกำหนดไว้ 4 ข้อ ซึ่ง 2 ข้อเรื่องการถอนอาวุธหนักและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเราให้ความสำคัญมาก เราให้หน่วยในพื้นที่คุยกัน โดยคณะของผู้บัญชาการทหารสูงสุดไปตกลงกันไว้ที่ 2 ข้อหลักนี้ต้องเป็นรูปธรรม แต่ไม่ใช่ว่าข้ออื่นไม่สำคัญ ต้องมีเป็นรูปธรรมด้วยเช่นกัน ถ้าเราบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมดนี้ เราจะปล่อย ที่สำคัญยังเหลือมาตรการเปิดด่านเราจะไม่แตะมาตรการนี้เลย จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ถ้าจะเปิดด่าน ทั้ง 5 ข้อต้องเรียบร้อย