กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจ สอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Committee , PDPC) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ปฏิบัติการตรวจค้น 8 เป้าหมาย พื้นที่จังหวัดเชียงราย ,อุดรธานี ,สระบุรี ,ปทุมธานี ,สมุทรสาคร ,ประจวบคีรีขันธ์ ,ชลบุรี และภูเก็ต
โดยมีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ รวม 6 คน ประกอบด้วย
1.นายจิรวุธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6435/2568
2.นายผดุงเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6436/2568
3.นายบุณยสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6437/2568
4.น.ส.ปรีดาวรรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6438/2568
5.น.ส.สุภัคชญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6439/2568
6.นายจิรกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6440/2568
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้เก็บรวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือผู้ถึงแก่กรรม ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลหรือผู้ถึงแก่กรรมนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อนำไปใช้หรือให้บุคคลอื่นใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิด ทางอาญาอื่นใด กระทำโดยการซื้อ เสนอซื้อ ขาย เสนอขาย แลกเปลี่ยน เสนอแลกเปลี่ยน หรือแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย” อัตราโทษ จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 มาตรา 11/2
พร้อมกันนั้นยังได้ตรวจยึดของกลาง หลายรายการ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 17 เครื่อง อุปกรณ์สำรองข้อมูล จำนวน 9 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 7 บัญชี สิ่งของอื่นๆ (อุปกรณ์เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ , สมุดจดบันทึกฯ) จำนวน 4 รายการ
โดยกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้สืบสวนแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่หลุดรั่วไปถึงกลุ่มคนร้าย ทั้งการกระทำความผิดในรูปแบบของการหลอกลวงทางออนไลน์แบบคอลเซ็นเตอร์ การชักชวนลงทุนผิดกฎหมาย หรือการชักชวนเล่นการพนันออนไลน์ จนต่อมาพบว่าในสื่อสังคมออนไลน์ มีการประกาศเสนอขายข้อมูลดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “การตลาดสายเทา” โดยสมาชิกในเพจประกาศขายข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้อื่น ซึ่งข้อมูลจะประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีไอดีแอปพลิเคชั่นไลน์ บัญชีธนาคาร เป็นต้น เพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดออนไลน์ โดยเสนอขายในราคาประมาณ 3,000-5,000 บาท ต่อจำนวน 100,000 รายชื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้สืบสวนโดยล่อซื้อข้อมูลดังกล่าว จากสมาชิกของเพจ รวมทั้งหมด 7 ราย ซึ่งเมื่อตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้จากการล่อซื้อ พบว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลจริง และมีปริมาณรวมกันมากกว่า 2.3 ล้านรายชื่อ
โดยเมื่อนำรายชื่อที่ได้รับมา ไปตรวจสอบกับระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Thai police online) ปรากฏว่ารายชื่อบุคคลที่ได้ จากการล่อซื้อนั้น เป็นผู้เสียหายในคดีที่ถูกหลอกลวงออนไลน์และแจ้งความไว้แล้ว จำนวน 4,630 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 298,103,128.13 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนขยายผล รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาได้ จำนวน 6 คน และได้ขออนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย รวม 8 จุด
ทั้งนี้จากการสอบถามถึงแหล่งที่มาของข้อมูล กลุ่มผู้ต้องหารับว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากกลุ่มลักลอบ ทำเว็บพนันออนไลน์ แอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์ แอปพลิเคชันหลอกลวงขอข้อมูลผิดกฎหมาย แล้วนำมาลักลอบขายให้กับมิจฉาชีพในตลาดมืดออนไลน์ โดยจากการตรวจสอบของกลางเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มผู้ต้องหายังมีข้อมูลส่วนบุคคลเก็บไว้เพิ่มเติมอีกกว่า 6 ล้านรายชื่อ รวมรายชื่อข้อมูลส่วนบุคคลที่พบว่ารั่วไหล รวมประมาณ 9 ล้านรายชื่อ ทั้งนี้สอบถามคำให้การผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย เบื้องต้นให้การรับสารภาพ