สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ยังน่าห่วง เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 2,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ล่าสุด ชาวบ้านลุกฮือปิดถนน อยุธยา–อ่างทอง เรียกร้องเปิดประตูระบายน้ำบางกุ้งเพิ่มอีก 1 เมตร เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ หลังทนไม่ไหวน้ำท่วมนานเกือบ 4 เดือน
นางทองแท้ อายุ 71 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายความอัดอั้นใจ หลังน้ำท่วมบ้านจนถึงชั้นสอง ต้องนอนพื้นทุกวัน
ความเดือดร้อนสะสมมานานหลายเดือน จึงตัดสินใจออกมาร่วมปิดถนนและประกาศว่า “ขอยอมตายกลางถนน” หากไม่มีการแก้ไข หรือบรรเทาความเดือดร้อน
ซึ่งวันนี้ (9 พ.ย. 68) มีกลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อน น้ำท่วมบ้านเรือนสูง 3-4 เมตรมารวมตัวกันปิดถนนทางหลวงหมายเลข 309 สายอยุธยา–อ่างทอง ทั้ง 4 ช่องจราจร ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก
พร้อมเรียกร้องให้กรมชลประทานเปิดบานประตูระบายน้ำคลองบางกุ้งอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง หากวันนี้ไม่มีการดำเนินการ ชาวบ้านประกาศว่า จะไม่ยอมถอย
ต่อมา นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและเจรจากับชาวบ้าน เพื่อหาทางออกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ระหว่างที่มีการพูดคุยเจรจา กลุ่มชาวบ้านต่างแสดงความคิดเห็น สะท้อนความเดือดร้อน ที่ตนเองต้องประสบ ทนทุกข์มานานเข้าเดือนที่ 4
จากนั้นกลุ่มชาวบ้าน ได้มีการไปรวมตัวที่ประตูระบายน้ำคลองบางกุ้ง เกือบ 300 คน ขอให้เจ้าหน้าที่ชลประทาน เปิดประตูระบายน้ำบางกุ้ง เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่เพิ่มอีก 1 เมตร จากเดิมที่เปิดอยู่ 85 เซนติเมตร ทำให้ระบายน้ำได้ช้า
โดยเมื่อคืนนี้มีฝนตกซ้ำลงมาอีก ประกอบกับเขื่อนเจ้าพระยาแจ้งว่าจะปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 2,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น 2,800 ลูกบาศก์เมตร ทำให้ชาวบ้านกังวลว่า น้ำท่วมจะสูงขึ้นอีก เพราะในพื้นที่ อ.บางบาล รับน้ำไม่ไหวแล้ว
ซึ่งหากระบายน้ำเพิ่มตามที่ชาวบ้านร้องขอ จะทำให้ระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้เร็วขึ้น โดยพื้นที่รับน้ำต่อจาก อ.บางบาล ก็คือ ชาวบ้าน อ.บางปะหัน วันนี้ก็มีตัวแทนชาวบ้าน อ.บางปะหัน มาสังเกตการณ์ด้วย
รวมถึงมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าสวนราชการของทั้ง 2 พื้นที่มาเจรจากัน โดยมีข้อตกลงว่า จะเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มอีก 1 เมตร เป็นเวลา 10 วัน เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ อ.บางบาล ลงสู่ อ.บางปะหัน
ชาวบ้าน อ.บางปะหัน บอกว่า เมื่อเปิดประตูระบายน้ำ มวลน้ำก้อนนี้ จะไหลท่วมไร่นาของชาวบ้าน ซึ่งในช่วงนี้เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยว ชาวบ้านบางคนเก็บเกี่ยวผลิตไม่ทัน แต่ตนเองเก็บเกี่ยวไปแล้ว ช่วงเดือนสิงหาคม
ส่วนตัวยอมรับข้อตกลงและเต็มใจให้ระบายน้ำลงทุ่งนาของตนเองได้ เพราะยังสามารถรับน้ำได้อีกเยอะ และเห็นใจชาวบ้าน อ.บางบาล ที่ต้องทนอยู่กับสถานการณ์ซ้ำซากแบบนี้ทุกปี และหากครบ 10 วัน ตามข้อตกลง จะดูสถานการณ์อีกครั้งว่า อ.บางบาล ยังรับน้ำได้อีกหรือไม่
ขณะเดียวกันทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจชุมชนที่ได้รับผลกระทบ พบว่า ส่วนใหญ่บ้านที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาน้ำท่วมเกือบมิดหลังคา บางหลังท่วมชั้นหนึ่ง ชาวบ้านจึงต้องขนของขึ้นไปอยู่บนชั้น 2 และต้องพายเรือออกมาซื้อของเพื่อไปทำอาหารในบ้าน
แต่บางคนน้ำท่วมบ้านจนมิดหลังคา ต้องออกมากางเต็นท์ หลับนอนอยู่ริมมถนน เป็นแบบนี้มานานกว่า 3 เดือนแล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่า น้ำจะลดลง และจะได้กลับเข้าไปอยู่ในบ้านเมื่อไหร่
ชาวบ้านยอมรับว่า น้ำท่วมสูงขนาดนี้ ทำให้ความเป็นอยู่ลำบาก ถึงจะเคยชินกับน้ำท่วมทุกปี แต่ก็อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาจริงจัง ส่วนตอนนี้ยังอาศัยอยู่อยู่บนชั้นสองของบ้านได้ แต่ถ้าปล่อยน้ำเพิ่มมากกว่านี้อาจจะต้องย้ายออกมาอยู่ข้างนอก ซึ่งปีนี้น้ำมากกว่าปีที่แล้ว และมากกว่าปี 2554
ชาวบ้านบอกอีกว่า ส่วนตอนนี้ ยังมองว่า รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด และมองว่า จัดการเรื่องเปิดประตูระบายน้ำไม่ดีเท่าที่ควร เพราะตอนนี้พื้นที่รับน้ำมีแค่ อ.บางบาล จุดเดียว ควรเปิดประตูระบายน้ำจุดอื่นด้วย