จากกรณีผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มีสรุปหลักๆ ทั้งการระงับปฏิญญาสันติภาพ ยุติการส่งเชลยศึก พร้อมทั้งให้กระทรวงต่างประเทศดำเนินการประท้วงกัมพูชา รวมถึงส่งหนังสือชี้แจงไปยังสหรัฐ และมาเลเซีย ตลอดจนเรื่องการปฏิบัติการทางทหาร ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม สมช. ให้ปฏิบัติการได้ตามสถานการณ์นั้น
ล่าสุด รศ.ดุลยภาค ปรีชารัชช อ.ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็บอกว่า นี่เป็นโอกาสของไทยที่ทวงปราสาทตาควายคืนมาโดยไม่เสียความชอบธรรม
โดย รศ.ดุลยภาค ให้สัมภาษณ์ในรายการเปิดโต๊ะข่าวเมื่อเช้านี้ ระบุว่า การปะทะกับกัมพูชาช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ต้องอย่าลืมว่าเราไม่ได้ขยายดินแดนได้เพิ่มเติม แค่ได้พื้นที่กลับมาเฉยๆ ที่สำคัญต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในอดีตปล่อยปละละเลยให้กัมพูชามายึดภูมะเขือ มายึดช่องอานม้า จนเป็นเหตุให้เสียปราสาทตาควายเพิ่มอีก ทั้งที่ปราสาทตาควายอยู่ในเขตอธิปไตยไทย
ในเมื่อกัมพูชา ละเมิดปฏิญญาสันติภาพ รวมถึงยังละเมิดอนุสัญญาเจนีวา ตั้งกองทหารในตัวโบราณสถาน และ ละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยเรื่องทุ่นระเบิด นี่จึงเป็นโอกาสดี และเป็นความชอบธรรมที่ไทยจะให้กำลังทหารกดดันให้ทหารกัมพูชาออกจากปราสาทตาควาย และยึดปราสาทตาควายกลับคืนมา
รศ.ดุลยภาค บอกว่า จริงๆไทยสามารถทวงคืนปราสาทตาควายได้ตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ แต่ติดคำว่าสันติภาพจึงไม่ทำสักที ในเมื่อพฤติกรรมกัมพูชานัดนี้เปิดช่อง นี่คือโอกาสทองที่เราจะเอาคืน ติดอยู่ที่จะลงมือทำจริงหรือไม่
“ทุกครั้งที่ทหารไทยขาขาดเขาก็จะบอกว่าเป็นระเบิดเก่าทุกที เราจะไปเอาคำโกหกของเขาว่าเป็นระเบิดเก่าแลกกับขาทหารไทยที่ขาดไปเรื่อยๆผมว่าไม่ยุติธรรมสำหรับทหารแนวหน้า ผมก็คิดว่าไม่ยุติธรรมสำหรับประเทศไทยด้วยเห็นว่าเป็นโอกาสที่เหมาะแล้วที่จะเปิดช่องให้เราทำอะไรสักอย่างหนึ่งแต่เราจะต้องทำจริงนะครับ โอกาสไม่ได้หลุดลอยมาง่ายๆและโอกาสที่น่าจะทำได้เป็นจริงเป็นจังมากที่สุดคือการยึดปราสาทตาควายคืน” รศ.ดุลยภาค กล่าว
รศ.ดุลยภาคยังบอกอีกว่า ปฏิญญาสันติภาพ ไทยจะยกเลิกหรือชะลอก็ย่อมได้ เพราะไม่มีเนื้อความที่ล็อกเอาไว้ว่ารัฐที่ลงนามจะต้องปฏิบัติตามหรือผูกพันกันไปตลอด รวมถึงไม่ได้มีบทลงโทษผู้ที่ทำการละเมิด ส่วนการประท้วงที่เป็นทางเลือกอันดับต้นๆที่ไทยทำเสมอมา เมื่อถูกกัมพูชาละเมิด อ.ดุลยภาค มองว่า การประท้วงจำเป็นแต่ไม่พอเพียงในการเปลี่ยนเกมหรือรักษาผลประโยชน์ของไทย เพราะที่ผ่านมาเราประท้วงไปไม่รู้กี่ร้อยครั้ง เพราะฉะนั้นไทยต้องยกระดับแสนยานุภาพเพื่อมกดดันกัมพูชา
รศ.ดุลยภาค ยังพูดถึง การที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดรวมล่าสุดก็เป็นรายที่ 7 ซึ่งชัดเจนว่า กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา แต่ที่ผ่านไม่มีประเทศภาคีใด ประณาม หรือคว่ำบาตรกัมพูชาสักครั้ง แล้วการที่ทรัมป์ เอาผลประโยชน์ทางธุรกิจมาล็อกคอไทย-กัมพูชา เซ็นสันติภาพ
แต่สหรัฐยังเพิ่มโควตานักเรียนเวสต์พอยต์ ให้ทหารกัมพูชา แถมมีแนวโน้มจะขายเครื่องบินF16 มือสองให้อีก "นี่เรียกว่า สันติภาพที่ไม่ยุติธรรม”
“สันติภาพที่ไปเซ็นมามันแลกกับการเสียดินแดนเสียปราสาทตาควายตลอดไปมันคุ้มหรือเปล่า แล้ว โดนัล ทรัมป์ เข้ามาเกี่ยวก้อยโดยเอาผลประโยชน์ทางธุรกิจมาล็อกไทยกับกัมพูชาไว้ไม่ให้มีความขัดแย้งกันมาก แต่ผมถามหน่อยว่า ทุกวันนี้วอชิงตันดีซียังเพิ่มโควตานักเรียนเวสต์พอยต์ ให้ทหารเขมรอยู่เลยใช่ไหมครับ แล้วก็มีแนวโน้มที่ขาย F16มือสองให้กับกัมพูชา ผมว่ามันยุติธรรมสำหรับประเทศไทยไหม แล้วที่ผ่านมาที่กัมพูชาทำข่าวปลอม โกหกโจมตีประเทศไทยวางทุ่นระเบิดตลอดก็ไม่มีนานาชาติมาประณาม” รศ.ดุลยภาคกล่าว
รศ.ดุลยภาค ยังบอกทิ้งท้ายว่า ไม่ใช่ว่าเราจะไม่แคร์ชาติมหาอำนาจเลย เราก็ต้องแคร์ประมาณหนึ่ง แต่เราก็ต้องตระหนักด้วยว่าอำนาจการรบแถวนี้ไทยเราก็ไม่ด้อยกว่าใครและเหนือกว่ากัมพูชาด้วยซ้ำ แต่เราไม่ทำ เมื่อเราไม่ทำเราเสียดินแดน เรามีสันติภาพแต่เสียดินแดนตลอดกาล แบบนี้เราต้องเกรงใจทรัมป์ทุกประเด็นไปก็ไม่ใช่ ในเมื่อกัมพูชาผิดอนุสัญญาหลายอย่าง ไทยเราก็สามารถเข้าไปจัดการได้ เพื่อสันติภาพระยะยาว แล้วประชาคมโลกก็จะเห็นเองในอนาคต