จากกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับเตรียมกำลังทหารพร้อมแล้ว หลังกัมพูชา ผิดข้อตกลงกลับสู่โต๊ะเจรจาอีกไม่ได้ และมติ สมช. ระงับปฏิญาไทย- กัมพูชา พร้อมไฟเขียวกองทัพตัดสินใจตามสถานการณ์
ที่บ้านลือ อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ นายเสกสรรค์ น้อยโคตร พ่อของทหารกล้าปราสาทตาควาย ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะไทย – กัมพูชา ที่ผ่านมา เปิดเผยว่าเมื่อทางรัฐบาลมีไฟเขียวแล้ว ก็อยากให้ทางกองทัพลุยกับกัมพูชาให้มันจบสิ้นไปสักที ไม่ต้องคาราคาซังกันอีก
ไม่ต้องเจรจาแล้วเพราะเจรจาไปก็เท่านั้น สู้ลุยทีเดียวให้มันจบๆ ไป และตนก็เชื่อว่าครอบครัวของทหารกล้าอีกหลายๆ ครอบครัว ที่ต้องเสียลูกๆ จากเหตุปะทะในครั้งนี้ก็คงจะคิดเหมือนกันกับครอบครัวของตน
ส่วนที่จังหวัดสุรินทร์ จากกระแสข่าวทหารกัมพูชาหันกระบอกปืนใหญ่ ส่องเล็งข้ามแดนมายังประเทศไทย ทำให้ชาวบ้านชายแดนต่างหวั่นวิตกว่า กัมพูชาจะยิงเข้ามาและมีการปะทะรอบ 2 เกิดขึ้น ต่างเร่งนำข้าวที่เกี่ยวเสร็จแล้วมาตากให้แห้งก่อนบรรจุกระสอบนำไปขายให้ได้ ก่อนการปะทะ
นางคำผิว อนุอัน อายุ 65 ปี ชาวบ้านดอนน้ำตาล ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ บอกว่า รู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่อยากให้ยิงกันแล้ว เอาปราสาทกลับมาคืน เพราะเมื่อก่อนเคยขึ้นไปบวงสรวงที่ปราสาทตาควาย แต่ปีนี้เห็นแต่กัมพูชาขึ้นไป ยอมรับว่าโมโหมากๆ
นางคำผิว กล่าวว่า ที่ผ่านมาเดือดร้อนมากี่ครั้งแล้ว ฝากนายกรัฐมนตรี ให้มาดูทางชายแดนไม่ใช่ปล่อยให้ชายแดนลำบากทั้งทหารทั้งประชาชน ไหนบอกว่าจะเอาปราสาทตาควายคืนมาให้ได้ พอได้เป็นนายกฯ เงียบหายไปเลย
ส่วนชาวบ้าน บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาพบเห็นคนแปลกหน้ามาสอบถาม อ้างกำลังมาหาซื้อบ้านเก่า ว่ามีใครจะขายไหม พูดคุยกันหลายเรื่อง และพอชาวบ้านเผลอ ก็ได้สอบถามเรื่อง ฐานที่มั่นของทางทหาร สอบถามที่ตั้งปืนใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเอ๊ะใจ บอกไปว่า ไม่ทราบ ก่อนแจ้งผู้นำหมู่บ้าน แจ้งทหารให้ทราบเพื่อติดตามตัว แต่ไม่พบตัวคาดว่าจะออกไปจากหมู่บ้านแล้ว
ด้านนางจิราพร รัตนา บอกว่า หลังจากที่ได้ข่าวว่าทหารเหยียบทุ่นระเบิด ชาวบ้านก็พากันตกใจ ว่าจะเกิดสงครามยิงกันอีกรอบได้เตรียมเสื้อผ้า ใส่กระเป๋ารอไว้ รอฟังแม่ทัพอย่างเดียวว่าจะให้อยู่ หรือจะให้อพยพไป ทุกวันก็รอฟังเสียง หากมีเสียงปืนใหญ่จึงจะอพยพออกจากบ้านไป แต่หากเงียบอยู่เช่นนี้ ก็จะรอดู อยู่ต่อไปก่อน