ยังคงมีการหาหลักฐานอย่างต่อเนื่อง ถึงกรณีสื่อกัมพูชามีการรายงานข่าวงานศพของชาวกัมพูชารายหนึ่ง ที่อ้างว่าถูกทหารไทยยิงเสียชีวิตจากเหตุการณ์บ้านเปรยจันเมื่อวานนี้ แต่กลับถูกเพจโซเชียลในไทยแห่จับพิรูปที่ดูแล้วไม่สอดคล้องกับเวลาเกิดเหตุอย่างชัดเจน
โดยเรื่องดังกล่าว สำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชา มีการรายงานข่าว ชาวกัมพูชาถูกทหารไทยยิงเสียชีวิตในพื้นที่ บ้านเปรยจัน เมื่อวานนี้ ( 12 พ.ย. ) โดยในภาพเป็นบรรยากาศงานศพ ซึ่งมีการเผาศพของชาวกัมพูชารายดังกล่าวด้วย
ซึ่งเพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ แสดงความเห็นว่า ตอนนี้ทาง กพช. ออกมาให้ข่าวว่าราษฎรกัมพูชาถูกทหารไทยยิงเสียชีวิตในพื้นที่ บ.เปรยจัน เมื่อวานนี้ โดยระบุชื่อผู้เสียชีวิตคือ นาย ดี ไน หรือ ซอล ปัจจุบันศพตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดจันสีสามัคคีรัตนราม ต.กูบ อ.โอวโจรว จ.บ็อนเตียย์เมียนเจ็ย
ซึ่งจากการไปหาตำแหน่งของวัดดังกล่าวมา ก่อนจะไปพบโพสต์หนึ่ง ซึ่งมีการโพสต์การจัดงานศพของนายซอล ที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า ถูกกระสุนปืนของทหารไทยเสียชีวิต โดยมีการโพสต์เมื่อประมาณช่วงเวลา 3 ทุ่ม ของคืนที่ผ่านมา นั่นหมายความว่าภาพงานศพดังกล่าว เป็นภาพที่ถ่ายตั้งแต่เมื่อช่วงกลางวันของวันที่ 12 พ.ย. หรือก่อนหน้านั้น ทั้งที่เหตุการณ์ที่บ้านเปรยจันเกิดช่วงเย็นของวันที่ 12 พ.ย. ช่วงเวลา 16.30 น.
นอกจากนั้นเพจดังกล่าวยังจับพิรุธจากเรื่องดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ 4 ข้อ ประกอบด้วย
ข้อ 1.ไม่มีภาพของบุคคลที่อ้างว่าเสียชีวิต มาก่อนเลย ภาพที่มีในสื่อ จะเห็นเพียงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสามคนที่มีการเข้าโรงพยาบาลเท่านั้น แต่อยู่ดี ๆ ก็มีภาพว่านายซอลเสียชีวิตแล้วและมีพิธีศพ ซึ่งขัดกับนิสัยของกัมพูชา ที่มีอย่างน้อยต้องโหนศพบ้าง เพราะขนาดคนเจ็บสามคนยังโหนขนาดนี้แล้วมีหรือคนตายจะไม่โหน
ข้อ 2.เหตุการณ์ที่บ้านเปรยจันเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 16.30 น. เช็กเวลาคร่าวๆ ในพื้นที่แถบนั้น เมื่อวานพระอาทิตย์ตกดิน ช่วงเวลาประมาณ 17.30 (เพราะช่วงนี้เข้าฤดูหนาวแล้ว พระอาทิตย์ตกไว) ดังนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรหากถูกยิงในเวลา 16.30 น.แล้วเสียชีวิตจริง จะไม่มีการนําศพไปส่งที่โรงพยาบาลเพื่อชันสูตรใด ๆ เลยหรือ
นอกจากนั้นญาติจะสามารถนําเอาศพมาที่วัดเพื่อจัดพิธีทางศาสนาได้ก่อนถึงเวลา 17.30 เลยหรือ ด้วยระยะทางจากบ้านเปรยจันถึงวัด ระยะทางเกือบ 30 กม. ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงในการขับรถ พร้อมกันนั้นยังมีการเตรียมพวงหรีด ดอกไม้ ข้าวของต่างๆ ตลอดจน เต็นท์ที่ตั้งพิธีศพ ก็ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ภายในหนึ่งชั่วโมงก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน มันทําได้จริงๆหรือ
ข้อ 3. ถึงแม้จะทําได้จริง ทําได้ทันภายในหนึ่งชั่วโมง แต่หากเราดูภาพให้ดี บางภาพที่ถ่ายให้เห็นพื้นที่นอกเต็นท์ จะเห็นรถยนต์หรือต้นไม้ โดยให้สังเกตลักษณะเงา จะเห็นได้ว่าเงานั้นเป็นเงาในลักษณะช่วงเวลากลางวัน ไม่ใช่เงาที่ทอดยาวในลักษณะแบบช่วงเย็น
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเย็นแล้ว พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน เราจึงไม่สมควรที่จะเห็นเงาในลักษณะดังภาพ และความสว่างของพื้นที่ก็ไม่ควรที่จะสว่างในลักษณะดังภาพเช่นกัน เพราะในพื้นที่มีต้นไม้มากมาย หากเป็นช่วงตกเย็น พระอาทิตย์คล้อยต่ำ ต้นไม้จะต้อง ปิดบังแสงอาทิตย์บางส่วน และในเต็นท์ก็ไม่น่าจะสว่างดังที่เห็น
4. หากญาติของเราเพิ่งถูกยิงเสียชีวิตแบบกระทันหัน ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกัน เราจะรู้สึกเช่นไร ถ้าเป็นคนปกติก็คงจะร้องตนเองร้องไห้เสียใจฟูมฟาย เพราะญาติไปแบบกะทันหัน แต่ลักษณะญาติในภาพนั่งถ่ายรูป อย่างปกติ เหมือนกับผู้เสียชีวิตนั้น เสียชีวิตด้วยอาการป่วยหรือชรา และญาติได้ทําใจมาก่อนล่วงหน้าแล้ว
ทั้งนี้เงาในภาพประเมินแล้ว เชื่อว่าภาพดังกล่าวถูกถ่ายประมาณในช่วงเก้าโมงเช้า แต่โพสต์นี้โพสต์ช่วงค่ำเมื่อวาน ซึ่งมันขัดกัน กับสิ่งที่ทางกัมพูชาได้เผยแพร่ข้อมูล ดังนั้นจึงคาดว่า นายซอลเสียชีวิตก่อนที่จะเกิดเหตุที่บ้านเปรยจัน อย่างน้อยนายซอลอาจจะเสียชีวิตในช่วงเช้าวันที่ 12 พ.ย. หรืออาจจะในคืนวันที่ 11 พ.ย.
ขณะที่เพจ กองทัพบกทันกระแส ก็มีการโพสต์ข้อสังเกตเกี่ยวกับ การจัดงานศพของชาวกัมพูชา ที่อ้างว่า ถูกทหารไทยยิงเสียชีวิต เช่นกัน ทั้งช่วงเวลาของการโพสต์ภาพงานศพ ที่โพสต์เมื่อ เวลา 21.29 น.วานนี้( 12 พ.ย.) ส่วนอีกโพสต์ เมื่อเวลา 11.37 น. ของวันนี้ ( 13 พ.ย.)
และยังตั้งข้อสังเกตว่า การกล่าวหาไทยทำชาวกัมพูชาเสียชีวิต แต่ไม่มีภาพผู้เสียชีวิตออกมา มีเพียงภาพผู้บาดเจ็บ 3 ราย เหตุการณ์สิ้นสุดเมื่อ 5 โมงเย็น แต่ภาพการจัดงานศพเหมือนช่วงบ่ายก่อนการปะทะ จัดงานศพเร็วไปไหม แสงแดดในภาพคือจ้ามาก พร้อมบอกอีกว่า มีการกล่าวหาไทยใช้ปืน RPD ยิงชาวกัมพูชา แต่ไทยไม่เคยมีปืนชนิดนี้ ยิงโดนกันเองแล้วโทษไทย? หลังเกิดเหตุการณ์กัมพูชา แถลงการณ์ไวมากเหมือนเตรียมการหมดแล้ว และในวันที่ 13 พ.ย.เวลา บ่าย 2 โมง เผาไวมาก ใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง