สถานการณ์ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หลังจากที่กัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ฝั่งไทยก่อน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี หรือ บิ๊กโก๊ส ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ (ผบ.ฉก.อรัญประเทศ) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามคลิปวงจรปิด คือมีเสียงปืนดังขึ้นจากฝั่งกัมพูชาก่อน และร่องรอยกระสุนที่บังเกอร์ก็เป็นหลักฐานอย่างดีว่ากัมพูชายิงเข้ามาในฝั่งไทย ซึ่งฝั่งเราก็ได้ตอบโต้ตามกฎสัดส่วนการใช้กำลัง
และหลังเกิดเหตุเวลา 17.55 น. ทหารกัมพูชายังได้ยิงปืนขึ้นฟ้าประมาณ 10 นัด ซึ่งทหารแนวหน้าของไทยไม่ได้มีการยิงตอบโต้แต่อย่างใด ต่อมาเวลา 19.14 น. มีเสียงดังคล้ายระเบิดห่างจุดตรวจ 35 ดังขึ้นจากฝั่งกัมพูชาประมาณ 600 เมตร แต่ยังไม่มีการระบุว่าเป็นเสียงระเบิดจากอาวุธ ส่วนสถานการณ์ตอนนี้ไม่มีความน่ากังวล ยังปกติดี
บิ๊กโก๊ส ยอมรับตรงๆ ว่าไม่คิดว่ากัมพูชาจะกล้าทำแบบนี้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยประมาททหารเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว และหลังจากนี้หากเกิดอะไรขึ้นก็พร้อมเช่นกัน
จากสถานการณ์เป็นแบบนี้ในวันที่ 17 พ.ย. 2568 ที่ แต่เดิมไทย-กัมพูชา ตกลงและนัดหมายกันว่า จะเริ่มวางหลักเขตชั่วคราว ในพื้นที่สำคัญระหว่างหลักเขตแดนหมายเลข 42 ถึง 47 ที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว จะยังมีขึ้นหรือไม่ เบื้องต้น บิ๊กโก๊ส เปิดเผยว่ายังไม่มีใครแจ้งเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงอะไร
ด้านนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว วันนี้ลงพื้นที่มาเยี่ยมชาวบ้านเช่นกัน เปิดเผยว่า ตนติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด ซึ่งเมื่อวานนี้บังเกอร์หลุมหลบภัยก็มีความพร้อมรองรับชาวบ้าน ซึ่งตนเองก็สบายใจ และอุ่นใจแล้ว ทุกอย่างเตรียมความพร้อมไว้หมด แต่ตรงนี้เรายังไม่ถึงขั้นอพยพ เราแค่เข้าที่ปลอดภัยในบริเวณใกล้ชุมชนไว้ก่อน เพราะจังหวัดยังไม่ได้มีคำสั่งอพยพ ไม่เหมือนกับของกัมพูชาที่สั่งอพยพไปแล้ว แต่รอบนอกเราก็เตรียมความพร้อมไว้หมด ไม่ต้องห่วง ชาวบ้านขวัญกำลังใจดี เพราะมีการลำดับ และการซักซ้อมไว้อยู่แล้ว ทั้งในส่วนของผู้ป่วยติดเตียงต่างๆ รวมถึงเครื่องอุปโภค บริโภคด้วย
ขณะที่นายฝันเด่น จรรยาธนากร หรือ “เล็ก ฝันเด่น” ดารานักแสดงและตัวแทนจิตอาสา “กลุ่มใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ลงพื้นที่มามอบของอุปโภคบริโภค ให้กับชาวบ้าน พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชาวบ้านตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ได้เป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนแผนอพยพ ตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือสภาพจิตใจของชาวบ้าน
เล็ก ฝันเด่น ยังบอกอีกว่า ในตอนนี้เราแพ้ในเรื่องสงครามข่าวแล้วหรือเปล่า เดี๋ยวจะหาว่าเราด้อยค่าตนเอง แต่ต่างคนต่างบอกว่า ใครจะเฟกนิวส์มากกว่ากัน แล้วใครได้ประโยชน์ เราฟ้องคนในชาติ แต่เขาฟ้องนานาชาติ ผมไม่เคยมองว่ากัมพูชาโง่ เขาสุดยอด ถ้าเขาโง่เขาคงไม่สามารถยืดเยื้อสงคราม เขาได้เงินจากนานาชาติในการเก็บกู้ระเบิด ทั้งยังได้รับความสนใจจากประเทศมหาอำนาจ มันไม่โง่ แต่กลายเป็นว่าเราช้ากว่า 3 ก้าว ตอนนี้เราต้องปรับแผนในการสื่อสารแล้ว และในฐานะ ประชาชนคนไทยคนหนึ่ง “เล็ก ฝันเด่น” ยอมรับว่า ตอนนี้ความหวังที่มีต่อรัฐบาล หวังมากยิ่งเสียใจมาก แต่หวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะมองว่าผลประโยชน์ของชาติ และประชาชน จะสำคัญที่สุด