14 พฤศจิกายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก โดย สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (Internaltional Diabetes Federation : IDF) และองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยธีมของปีนี้คือ "Diabetes and Well-being: Creating Healthy Workplace for All" (สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน) กรมอนามัย จึงร่วมรณรงค์ด้วย โรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้กับ โรคเบาหวาน และยังเป็นโรคยอดฮิตในหมู่วัยทำงานด้วย
โรคเบาหวาน กับ โรคซึมเศร้า หลายคนไม่คิดว่า จะเกี่ยวข้องกันได้อย่างใกล้ชิด แต่ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้มากขึ้นในปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน โรคซึมเศร้าก็เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้มาก และจากการศึกษาหลายชิ้น พบว่า "สองภาวะนี้พบร่วมกันได้บ่อย"
เพราะการเป็นเบาหวาน ไม่ใช่แค่การคุมของหวาน หรือ ฉีดอินซูลินเป็นประจำ แต่ยังรวมถึงการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด ยังรวมถึงการควบคุมอารมณ์ ความเครียด หรือความวิตกกังวลต่าง ๆ
วันนี้กรมอนามัย จึงมีแบบทดสอบ ที่สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ใช้คัดกรองโรคซึมเศร้าเบื้องต้น อย่าง PHQ-9 มาเป็นตัวช่วยประเมินความเสี่ยง โดยจะถามถึงอาการในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนี้
- เบื่อ หรือ ไม่สนุกกับสิ่งที่เคยชอบ
- รู้สึกเศร้า ท้อแท้ หรือสิ้นหวัง
- นอนหลับยาก หลับไม่สนิท หรือ หลับมากเกินไป
- รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
- เบื่ออาหาร หรือ กินมากผิดปกติ
- รู้สึกไม่ดีกับตัวเอง หรือ รู้สึกว่าตนเองล้มเหลว
- สมาธิไม่ดีเวลาทำงาน หรือ ทำกิจกรรมต่าง ๆ
- พูด หรือ เคลื่อนไหวช้าลง หรือ กระสับกระส่ายจนคนรอบข้างสังเกตได้
- ความคิดทำร้ายตัวเอง หรือ คิดว่าตายไปเสียได้คงจะดี
หากตอบว่า "บ่อย" หรือ "เกือบทุกวัน" ในหลายข้อ ควรพิจารณาพูดคุยกับแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับการประเมินเพิ่มเติม เพราะ โรคซึมเศร้าพบได้บ่อยในผู้เป็นเบาหวาน โดยประมาณร้อยละ 20-30 ของผู้เป็นเบาหวานจะมีอาการซึมเศร้าในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หรือ ตามแพทย์นัดหมายทุกครั้ง เพื่อให้รู้ค่าสถานะสุขภาพที่ถูกต้องของตนเอง จะได้ป้องกันและรักษาสุขภาพให้ตรงจุด ผ่านคำแนะนำของแพทย์กันดีกว่า