Top-SEAGames2025 Top-SEAGames2025

“วีระ” ซัดกัมพูชาไม่จริงใจ หลังเลื่อนประชุมปักหมุดชายแดน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“วีระ” ซัดกัมพูชาไม่จริงใจ หลังเลื่อนประชุมปักหมุดชายแดน ด้านชาวบ้านเปิดใจทั้งน้ำตาวอนรัฐบาลทำงานเชิงรุก – เด็ดขาด

17 พ.ย. 2568 ตามกำหนดการเดิมทางกัมพูชาจะต้องเข้ามาร่วมประชุมกับไทย ในการวางหลักหมุดย่อยระหว่างหลักเขตแดนที่ 42-47 ในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน แต่ ทางกัมพูชาได้เบี้ยวนัดก่อนการประชุม โดยให้เหตุผลว่า ทางกัมพูชาไม่สามารถส่งเอกสารข้อกำหนดทางเทคนิค หรือใบ TI ได้ทัน จึงขอเลื่อนการประชุมเป็นในวันที่ 18 พ.ย. 2568 แทน 

ทำให้เช้าวันนี้ที่ที่ว่าการอำเภอโคกสูง จ.สระแก้ว นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน พาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการถูกกัมพูชารุกล้ำที่ดินทำกินกว่า 40 ปี

นายวีระ สมความคิด ช่างภาพพีพีทีวี
วีระ” ซัดกัมพูชาไม่จริงใจ หลังเลื่อนประชุมปักหมุดชายแดน

มาเข้าพบนายอำเภอโคกสูง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงของไทย แสดงท่าทีกดดันทางกัมพูชาให้แสดงความจริงใจในการวางหลักหมุดย่อยตามที่ข้อตกลงกันไว้

นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนการประชุมเพื่อจัดทำหมุดเขตแดนชั่วคราว บริเวณหลักเขต 42–47 ในพื้นที่บ้านหนองจาน–บ้านหนองหญ้าแก้ว หลังมีการกำหนดให้ประชุมร่วมระหว่างทีมแม่กองสนามของไทย และฝ่ายกัมพูชาในวันนี้ เพื่อวางแผนก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงแต่ล่าสุด การประชุมดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 18 พ.ย. 2568 ซึ่งนายอำเภอโคกสูงระบุว่า มีเหตุขัดข้องบางประการจากฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะเอกสารประกอบการประชุมที่ยังไม่เรียบร้อย ทำให้ต้องขอเลื่อนการนัดหมายออกไปหนึ่งวัน

นายนริศ เผยว่า หลังการประชุมในวันที่ 18 พ.ย. 2568 จึงจะทราบรายละเอียดชัดเจนว่า การสำรวจและปักหมุดชั่วคราวจะเริ่มต้นตรงจุดใด ขั้นตอนเป็นอย่างไร และมีกำหนดแล้วเสร็จสิ้นเมื่อใด โดยในส่วนของอำเภอโคกสูงพร้อมร่วมสนับสนุนการทำงานของแม่กองสนามอย่างเต็มที่ ส่วนรายชื่อผู้แทนกัมพูชาที่จะเข้าร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้ นายอำเภอยอมรับว่า ยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากเป็นการประสานงานในระดับทีมแม่กองสนามโดยตรง ขณะที่ฝ่ายไทยยืนยันเตรียมความพร้อมไว้แล้ว และรอความชัดเจนจากการประชุมร่วมในวันพรุ่งนี้ต่อไป

ด้านนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เปิดเผยถึงกรณีที่กัมพูชาแจ้งเลื่อนการหารือปักหมุดพรมแดน โดยบอกว่าไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะตนย้ำมาตลอดว่า ไม่เชื่อว่าจะมีการเริ่มต้นในวันนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเห็นถึงความไม่จริงจังจากฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

นายวีระระบุว่า หลังจากที่ตนให้สัมภาษณ์เพียงไม่นาน ไม่ถึงเวลา 16.00 น. ฝ่ายกัมพูชาก็แจ้งเลื่อนทันที และยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าพรุ่งนี้จะเดินหน้าตามกำหนดหรือไม่ พร้อมชี้ว่าปัญหาพิกัดปักหมุดยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่จบ โดยเฉพาะเอกสารจาก JBC ที่กัมพูชาอ้างอิง ซึ่งรู้กันล่วงหน้าเป็นเดือนว่าไทยไม่ยอมรับ

ทั้งนี้ตนเอง มองว่าการเลื่อนครั้งนี้อาจเป็นเพราะกัมพูชาประเมินแล้วว่า ตัวเองไม่ได้เปรียบหากมาเจรจาและลงพื้นที่จริง จึงตัดสินใจชะลอ และอาจมีสัญญาณจากผู้ใหญ่ในประเทศ ให้รอไว้ก่อน โดยย้ำว่าต่อให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการทั้งสองฝ่ายพร้อมทำงาน ก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้หากผู้บังคับบัญชายังไม่อนุมัติ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงโอกาสที่ไทยจะได้ดินแดนกลับคืนภายใน 3 เดือน นายวีระปฏิเสธทันทีว่า เลิกพูดเลย เพราะกรอบเวลา 90 วันเป็นเพียงขั้นตอนให้คณะทำงานทั้งสองฝ่ายออกไปตรวจพื้นที่และปักหมุดเท่านั้น หลังจากนั้นต้องส่งผลให้รัฐบาลของแต่ละประเทศพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้กระบวนการยืดเยื้อได้อีก ก่อนย้ำว่าด้วยเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน “ไม่ทันแน่นอน”

ขณะที่นางนงรัตน์ ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า การเลื่อนนัดครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะที่ผ่านมา ฝั่งกัมพูชาไม่เคยปฏิบัติตามข้อตกลงหรือนัดหมาย ทั้งการประชุมเล็กหรือการหารือสำคัญ ทำให้ชาวบ้านต้องรอโดยไร้คำตอบ ฝั่งกัมพูชามักยืดเวลาเพราะได้เปรียบจากการอยู่บนพื้นที่ของไทย จึงไม่จำเป็นต้องเร่งเจรจาหรือปฏิบัติตามสนธิสัญญา พร้อมย้ำว่าไม่ว่าจะเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ เขาไม่เคยทำตามสัญญาเลย

ชาวบ้านสะท้อนว่าตอนนี้หมดความคาดหวังต่อการเจรจาในวันพรุ่งนี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการที่เด็ดขาด หลังสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชน

นอกจากนี้ นางนงรัตน์ ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ยิงข้ามแดนบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้วที่เพิ่งเกิดขึ้น ว่าไม่ควรเกิด แต่ก็ยังเกิดซ้ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าชาวบ้านอยู่ในความหวาดระแวง และความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงขึ้น หากยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ชาวบ้านหลายรายเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาถอนกำลังออกจากพื้นที่ไทยก่อน แล้วค่อยเปิดโต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการ เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ ฝั่งกัมพูชาจะคงความได้เปรียบไว้ และไม่มีความจำเป็นต้องทำตามข้อตกลงใด ๆ นางนงรัตน์ ย้ำว่าเราอ่อนโยนกับกัมพูชามานานแล้ว และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้จบโดยเร็ว เพื่อให้ชีวิตประชาชนชายแดนกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

ขณะเดียวกันนางประภารัตน์ ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดใจทั้งน้ำตา บอกว่า รัฐบาลไทยควรทำงานเชิงรุกได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาเราตั้งรับกันเยอะแล้ว วินาทีนี้เราต้องรุกให้หนักขึ้น ทางการไทยไม่ควรปล่อยให้ประชาชน อยู่อย่างหวาดระแวงแบบนี้ แม้ทหารจะคอยปกป้อง แต่ชาวบ้านก็ไม่เคยสงบสุข ยังระแวงอยู่ตลอด ตอนนี้ประชาชนตามแนวชายแดน กำลังเดือดร้อน พวกคุณอยู่ข้างนอก ย่อมไม่รู้ว่าชาวบ้านในพื้นที่ลำบากมากแค่ไหน อยากให้รัฐบาลช่วยทำอะไรก็ได้ที่มันเด็ดขาดมากกว่านี้

Bottom-PL-HLW Bottom-PL-HLW

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ