ยังคงเป็นเรื่องร้อนที่จะต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างต่อเนื่องสำหรับความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งล่าสุดวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร อาวุโส เปิดเผยในรายการ "เรื่องใหญ่ Live Talk" ว่า ตอนนี้กลยุทธ์ของกองทัพ จะใช้เรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เป็นหัวหอกในการนำร่อง โดยตอนนี้มี 5 พื้นที่นำร่องที่เราทำไปแล้ว แต่กัมพูชาก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเราในการเก็บกู้ แต่ก็ยังไม่เข้ามาขวาง
และปัจจุบันชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่เข้าไปในพื้นที่ ปัจจุบันชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิดไทยที่เข้าไป มีการเพิ่มกำลังคุ้มกันไปอีกเท่าหนึ่ง คือเหมือนไปพร้อมรบ ถ้าไปแล้วกัมพูชาเกิดตุกติกขึ้นมาเราก็พร้อมรบเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็จะถือเป็นอาวุธหลักที่เราจะทำคือการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นการนำ
ดังนั้นคนที่จะเป็นคนเปิดเกมการรบรอบ 2 คือฝ่ายกัมพูชา โดยไทยจะใช้วิธีเก็บกู้ทุ่นระเบิดเข้าไปทุกพื้นที่ จริงๆที่ต้องเก็บมี 64 พื้นที่ แต่เราต้องลดลงมาเพื่อให้กัมพูชาตอบรับ ลดลงมา 13 พื้นที่ก็ไม่ตอบรับ 5 พื้นที่ก็ไม่ตอบรับ ตอบรับพื้นที่เดียวคือพื้นที่บ้านหนองจาน ดังนั้นจุดอ่อนไหวที่จะนำไปสู่การปะทะกันก็คือการเก็บกู้ทุ่นระเบิด
ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการกู้ทุ่นระเบิดแห่งชาติ(TMAC) ประกาศเลยว่าไม่ว่ากัมพูชาจะร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดหรือไม่เราก็จะทำ และไม่ได้ทำแค่ในเขตเรา แต่ทำเท่าที่ต้องการจะทำ ซึ่งจะว่าเราเปิดช่องหรือเปิดทางสำหรับการปะทะก็ว่าได้ และเป้าหมายเราอยู่ที่ปราสาทตาควาย ถ้าเราเข้าตาควายเมื่อไหร่การปะทะก็จะเกิดขึ้น หรือพื้นที่อื่นเช่น ช่องอานม้าที่อาจจะเกิดขึ้นก็ได้
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ไทยจะไปลุยกัมพูชา แต่กัมพูชาต้องเป็นคนเปิดเกม และเป็นคนสร้างสถานการณ์ ถ้าเป็นดารเก็บกู้ทุ่นระเบิด ก็เหมือนเรารุก แต่เป็นการรุกอย่างมีความชอบธรรม แต่ถ้าเขาตอบโต้ก็คือต้องปะทะกัน ซึ่งแต่ละเหล่าทัพก็พร้อม ทั้งทหารอากาศ ทหารเรือก็พร้อมลุย แต่ที่ต้องให้เวลาคือกองทัพบก เพราะเป็นเหล่าทัพหลัก
แต่ในพื้นที่กัมพูชาพร้อมรบยิ่งกว่าเราอีก เพราะเขามองว่าเราพร้อมรบ เพราะเราเป็นฝ่ายระงับปฏิญญาสันติภาพ ซึ่งก็ดูเหมือนกับว่าเราจะรบ ทำให้ทหารกัมพูชาเตรียมพร้อม โดยทหารเริ่มมีการกลับเข้าแนว มีการเพิ่มรถถังแล้ว นอกจากนั้นยังมองว่าหากเกิดการปะทะกันอีกรอบ จะหนักกว่าเดิมทั้ง 2 ฝ่าย และจะนานกว่าเดิม จะรุนแรงกว่าเดิม ดังนั้นเราจะต้องรอให้พร้อมที่สุด
นอกจากนั้น วาสนา ยังมองว่า สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงนำไปสู่การปะทะรอบใหม่ คือไทยเข้าไปเก็บกู้ระเบิกแล้วกัมพูชาไม่พอใจ จนเกิดการยิงปะทะกัน และจะกลายเป็นการปะทะกันยาวเลย แต่ผู้ใหญ่ในกองทัพบกก็ยังไม่มั่นใจว่าการปะทะรอบใหม่จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ทหารเราพร้อมและถึงขั้นมีแผนที่ค่อนข้างแรง
“ครั้งนี้ทหารกัมพูชานำกำลังไปอุดที่ปราสาทตาควายเยอะมาก น่าจะประมาณ 3 พันคน เพราะเขารู้ว่าทหารไทยต้องเอาตรงนี้คืน ขณะที่อีกจุดหนึ่งคือภูมะเขือ เขาก็ต้องการจะเอาคืน และอีกจุดหนึ่งก็คือช่องอานม้า คือ 3 จุดนี้หากมีรอบสองก็จะแรงที่สุด”
อย่างไรก็ตามหากเกิดการปะทะขึ้นอีกรอบ ทหารไทยมีแผนไว้แล้วว่าจะเข้าแบบไหนอย่างไร และเชื่อมั่นว่าหากเกิดการปะทะรอบสองเราจะเอาปราสาทตาควายคืนได้ แล้วก็จะเป็นการปะทะที่รุนแรง หรือกองทัพอากาศก็บอกแล้วว่าเขาไม่สนแล้ว เพราะคราวนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้ว เพราะกัมพูชาใช้โบราณสถานเป็นฐานที่มั่นทางการทหารแล้ว ซึ่งกลายเป็นข้อยกเว้นว่าคือฐานที่มั่นทางการทหาร เราก็สามารถที่จะทำลายได้