พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุฉาว ห้องลับใต้บันไดเอื้อผู้ต้องขังจีน ตั้งแต่ช่วง 09.00 น. โดยจะทำการได้ส่งคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษต่อเจ้าหน้าดีเอสไอ ซึ่งเข้าร่วมตรวจสอบพื้นทีในวันนี้ด้วย
ต่อมา พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องนี้ตั้งแต่มารับราชการในตำแหน่ง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2568
จากนั้น 1 เดือนต่อมาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่เรือนจำ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารเรือนจำ และรายงานต่อผู้บังคับบัญชา และใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เก็บข้อมูล สืบสวนเรื่องนี้ จนแน่ชัดแล้วว่าเจ้าหน้าระดับผู้บริหารได้กระทำการมิชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของกรมราชทัณฑ์
ต่อมาได้วางแผนในการเข้าไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 16 พ.ย.2568 โดยมีข้อมูลบางส่วนว่ามีหญิงชาวจีนเข้ามาในลักษณะขายบริการทางเพศ และเมื่อทำการเข้าบุกพื้นที่ ได้เจอกับหญิงชาวจีน 2 คน ซึ่งในขณะนั้น 1 คน อยู่ในห้อง สองต่อ 2 กับผู้ต้องขังชาวจีน ส่วนอีก 1 คนอยู่ระหว่างรอในห้องด้านบน จึงได้ทำการสอบสวน โดยหญิงคนดังกล่าวปฏิเสธว่าได้มาขายบริการทางเพศ
จากนั้นและเมื่อบุกเข้าไปด้านในห้องผู้ต้องขังชาวจีน และ หญิงชาวจีนอีกราย พบว่า ทำการแต่งกายเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีประตูถึง 2 ชั้น ทำให้ต้องใช้เวลา แต่พบร่องรอย เช่น คราบอสุจิ ทิชชู่เปื้อนสารคัดหลั่ง จึงทำการส่งให้นิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบต่อไป
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น หญิงทั้ง 2 คน ปฏิเสธว่าไม่ได้เข้ามาขายบริการทางเพศ แต่เชื่อว่าคำให้การไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากหญิงทั้ง 2 คน ไม่รู้จักแม้แต่กับคนที่มาเข้าพบ จึงเชื่อว่าทั้งสองมีส่วนในการขายบริการทางเพศ รวมถึงพบว่ามีถุงยางอนามัย และมีกางเกงชั้นในติดตัวมาด้วย รวมถึงพบสิ่งของต้องห้าม และสิ่งของที่ไม่ได้รับอนุญาตหลายอย่าง จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และทำการสืบสวนรวมถึงและย้ายบุคคลที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ เพื่อให้คณะทำงานทำการสืบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า การที่ตนเข้ามาในตำแหน่ง มุ่งหวังที่จะเคลียร์บ้านให้สะอาด สิ่งใดไม่ถูกต้องก็จะจัดการด้วยตนเอง เชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่มีระเบียบวินัย รักษากฎหมาย แต่เมื่อพบว่าไม่ถูกต้องก็ต้องเคลียร์บ้านให้สะอาด ไม่ได้นิ่งนอนใจ"
ทั้งนี้ ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ประมาณ 11.00 น. กลุ่มแรกที่เข้ามาเป็นญาติของผู้ต้องขัง ซึ่งปกติวันอาทิตย์จะเป็นวันที่ไม่เปิดให้เข้าเยี่ยมอยู่แล้ว หลังจากนั้นก็จะมีผู้หญิงที่เชื่อว่ามาค้าประเวณีได้เข้ามาแต่การที่จะยืนยันแบบนั้นได้ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ในเมื่อทั้ง 2 คนปฏิเสธ ก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันต่อไป
เมื่อถามว่า พฤติกรรมของผู้ต้องขังชาวจีน มีมานานแค่ไหน พันตำรวจโทประวุธ ระบุว่า นานแค่ไหนไม่ทราบแต่ตั้งแต่ทำการสืบสวนมาช่วงเดือน พ.ย.ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า มีการนำหญิงบริการชาวจีนเข้ามาทุกวันอาทิตย์ และเชื่อว่ามีโดยมีคนคอยจัดการให้ ซึ่งในวันเกิดเหตุผู้บัญชาการเรือนจำอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
สำหรับความผิด อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า มีความผิดทั้งในและต่างประเทศ
โดยล่าสุดได้เก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิด ซึ่งต้องยอมรับว่าถูกลบไป แต่ได้ทำการกู้บางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพหญิงสาวชาวจีน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ และคาดว่าเดินทางออกนอกประเทศแล้ว แต่หากพบภายหลังว่ามีมูลความผิดจะประสานให้ขึ้นแบลคลิสต์ต่อไป
สำหรับการเข้าพื้นที่ของหญิงชาวจีน 2 คน โดยเข้าทางด้านหน้าเรือนจำ ขึ้นไปทางห้องผู้บัญชาการเรือนจำ มีบันไดลงไปด้านล่าง ซึ่งเป็นโครงสร้างของเรือนจำอยู่แล้ว แต่ได้สร้างขึ้นใหม่ ส่วนห้องเกิดเหตุเป็นห้องที่ทำใหม่เพื่อรองรับผู้บังคับบัญชาเวลามาตรวจราชการ แต่ก็ดัดแปลงเป็นห้องสำหรับกระทำการก่อเหตุ คล้ายห้องประชุมขนาดเล็ก มีโซฟา ขนาดประมาณ 10 ตารางเมตร โดยภายในเป็นเหมือนห้องรับรอง โต๊ะ โซฟา ตู้เย็น ซึ่งส่วนใหญ่รับรองผู้บังคับบัญชา จะไม่ให้ผู้ต้องขังเข้ามาใช้ประโยชน์ตรงนี้
และเชื่อว่าที่เลือกเป็นวันอาทิตย์เนื่องจากไม่ใช่วันที่จะเปิดให้เยี่ยมญาติตามปกติ และมีจำนวนผู้คุมและคนน้อย จึงกระทำเพื่อหลบเลี่ยงความสนใจ โดยหญิงชาวจีนทั้ง 2 คน อายุประมาณ 20 ปีต้นๆ แต่เชื่อว่ามีมากกว่า 2 คน ขณะที่สารเสพติด พบ ยาเส้น สุรา
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ประมาณ 20 คน ตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการ รองผู้บัญชาการ จนถึงระดับเจ้าหน้าที่ ส่วนนักโทษที่เกี่ยวข้องได้ย้ายเรือนจำแล้ว 3-4 คน ส่วนที่เหลือหากพบการกระทำความผิดก็จะดำเนินการในส่วนของวินัยเรือนจำ เป็นเหตุให้มีการลดชั้นนักโทษต่อไป
ส่วนการตรวจสอบเรื่องเส้นเงินได้ประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่วนพฤติการณ์ของผู้บัญชาการเรือนจำคนก่อน ได้พบพฤติการณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ช่วงเดือน พ.ย. ก็ต้องตรวจสอบย้อนหลังไปดู ส่วนเท่าที่ตรวจสอบรายชื่อ ผู้บัญชาการเรือนจำ ที่ผ่านมาเป็นคนดีและเก่งมาตลอด ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ประเด็นนี้จะเพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องของตัวบุคคล
ขณะเดียวกัน ในช่วงวันจันทร์ เจ้าหน้านิติวิทยาศาสตร์ จะทำการเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานอีกครั้ง ในวันจันทร์ที่ 24 พ.ย. โดยขณะนี้ได้ทำการล็อกห้องเกิดเหตุและยังไม่ได้ทำความสะอาด