Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

“อธิบดีดีเอสไอ” เปิด 3 ประเด็นสำคัญ แนวทางสืบสวน “คดีคุก VIP จีนเทา”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อธิบดีดีเอสไอ” เปิดแนวทางสืบสวน “คดีคุก VIP จีนเทา” ไม่เน้นแค่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ แต่ต้องขยายผลสาวไส้ทั้งเครือข่ายนักโทษจีนเทา-ตัวอิทธิพลเบื้องหลัง

จากกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ส่งคดีคดีฉาว เอื้อประโยชน์ให้นักโทษจีนเทาอยู่อย่างเทวดาในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และมีการพานางแบบสาวชาวจีนเข้ามามีสัมพันธ์ในห้องลับ ให้เป็นคดีพิเศษต่อเจ้าหน้าดีเอสไอนั้น

ล่าสุดวันที่ 23 พ.ย. 68 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการมอบหมายการสืบสวนขบวนการจัดหาสาวสวยบำเรอกามนักโทษจีนเทา โดยได้มีการมอบหมายการสืบสวนดังกล่าวต่อกองคดีความมั่นคง เพื่อดูว่าเข้าลักษณะคดีพิเศษในกรณีใด

“อธิบดีดีเอสไอ” เปิด 3 ประเด็นสำคัญ แนวทางสืบสวน “คดีคุก VIP จีนเทา” ช่างภาพพีพีทีวี
เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1.พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไหน อย่างไร มีใครเกี่ยวข้องโดยมีพยานหลักฐานใดยืนยันบ้าง

2.เจ้าหน้าที่คนใดเป็นตัวการ หรือช่วยเหลืออำนวยความสะดวก รวมทั้งขยายผลหากมีผู้มีอิทธิพลคนใดช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง

3.กลุ่มหรือเครือข่ายผู้ต้องขังชาวต่างชาติที่ซื้อบริการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องใด และพัวพันกับคดีข้ามชาติอื่น ๆ อีกหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่ามีทรัพย์สินที่หมุนเวียนใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก โดยจะวิเคราะห์จากเส้นทางการเงินเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงประกอบการสืบสวนต่อไป

ขณะที่ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุถึงแนวทางและวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริง เรื่องการพบสิ่งของต้องห้ามและสิ่งของไม่อนุญาตให้มีครอบครองหรือใช้ในเรือนจำ ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 72 มาตรา 73 ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ภายใต้การอำนวยการของ นายมานพ ชมชื่น ผบ.เรือนจำฯ

โดยระบุว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ฉาวขึ้น นอกเหนือจากกระบวนการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วนั้น กรมราชทัณฑ์ ได้มีการมอบหมายให้นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เข้าไปดำเนินการจัดระเบียบภายในเรือนจำ ซึ่งจะต้องสิ่งของต้องห้ามและสิ่งของไม่อนุญาตให้มีครอบครองหรือใช้ในเรือนจำ อาทิ มีด บุหรี่ซอง เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ แอร์เคลื่อนที่ ฯลฯ

อย่างไรก็ดี จากการตรวจค้นจู่โจมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. มีการตรวจค้นถึง 3 ครั้ง โดยชุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษตรวจค้นจู่โจมในครั้งแรก จะไม่มีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แต่เป็นการขอรับแรงสนับสนุนจากเรือนจำข้างเคียง และเรือนจำอื่นจากจังหวัดต่าง ๆ

อีกทั้งวันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ย. ก็ได้มีการตรวจค้นจู่โจมอีกครั้ง อย่างไรแล้วสิ่งสำคัญคือการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน พยานวัตถุทั้งหมดนำส่งให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

และสำหรับแดนขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่มีจีนเทาอยู่นั้น จะมีด้วยกัน 3 แดน คือ แดน 2 แดน 4 แดน 8 แต่แดน 8 คือ แดนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและอยู่ด้านในสุด มีผู้ต้องขังกว่า 900 คน ทั้งยังอยู่ติดกับแดนสูทกรรม ที่จะมีผู้ต้องขังตื่นมาทำกับข้าวแต่เช้า และอีกส่วนหนึ่งคือโรงงานช่างไม้ ซึ่งหมดสภาพความเป็นโรงงานไปแล้ว จึงอาจถูกใช้เป็นที่ซ่องสุมกันของผู้ต้องขังจีนเทา

ซึ่งชุดตรวจค้นจะต้องตรวจค้นแดน 8 (ล้างคุก) อย่างระมัดระวัง เพราะอาจมีของต้องห้ามบางอย่างที่ผู้ต้องขังจีนเทาอาจฝังไว้ในดินแล้วนำมาใช้ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตรวจค้นได้ และจะได้นำกุญแจไปปิดห้ามเข้าใช้งานพื้นที่

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงระบุอีกว่า นอกจากเรื่องตรวจค้นจู่โจมแดน 8 ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้วนั้น ยังต้องรวบรวมข้อมูลจากคำบอกเล่าของผู้ต้องขังอื่น ๆ ในแดน 8 และแดนใกล้เคียงด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่ถูกคุมขังนั้น เจ้าหน้าที่ผู้คุมมีการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ให้อภิสิทธิ์ผู้ต้องขังจีนเทาอย่างไรบ้าง หรือผู้ต้องขังรู้สึกไม่ได้รับความเท่าเทียมจากพฤติกรรมการปฏิบัติของผู้คุมและหัวหน้าฝ่ายควบคุมแดนอย่างไร

เนื่องด้วยจากการตรวจค้นจู่โจมได้พบว่ามีซองบุหรี่ยี่ห้อของคนจีนอยู่ด้วย ดังนั้น มันก็เป็นประเด็นขยายดูต่อไปว่า “ใครเป็นคนจัดหามาให้” หรือ “ใครเป็นคนสั่งซื้อ” หรือ “เจ้าหน้าที่จัดหามาให้เองแล้วนำเข้าไปให้ผู้ต้องขังจีนเทา หรือมีเอเจนต์จัดหามาให้เจ้าหน้าที่เรือนจำเพื่อนำเข้าไปให้ผู้ต้องขังจีนเทา” หรือ “ผู้ต้องขังสั่งเจ้าหน้าที่ให้นำเข้าไปให้”

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงระบุต่อว่า เรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงิน อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเล็กน้อย เพราะต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่ล้วนใช้บัญชีม้า (บัญชีบุคคลอื่น) หรือใช้นอมินีในการรับเงินแทนตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพฤติกรรมส่วนตัวของ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่ชื่นชอบเดินทางไปมาเก๊านั้น สามารถใช้ตรวจสอบคู่ขนานกับข้อมูลเรื่องห้องลับใต้บันไดและเรื่องทุจริตได้ด้วย เพราะถ้าหากเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันก็มีแนวโน้มที่หัวใจสำคัญของการตรวจสอบจะไปอยู่ที่เรื่องการรับเงินเพื่อนำไปใช้เล่นการพนันหรือไม่ อย่างไร ฉะนั้น แรงจูงใจของการไปมาเก๊าคืออะไร

อีกทั้งที่มาที่ไปของห้องใต้บันไดดังกล่าว มีการปรับปรุงสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไร และเกิดขึ้นในสมัย ผบ.มานพ หรือไม่ หรือเกิดขึ้นก่อนมาเข้ารับตำแหน่ง เพราะถ้าหากมีการปรับปรุงในยุคของ ผบ.มานพ จริง ๆ ก็จะต้องขยายดูต่อว่าใช้เงินแหล่งใดมาปรับปรุงห้องดังกล่าว เพราะเงินที่จะใช้จะมีแค่งบประมาณของกรมราชทัณฑ์ หรือเงินพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังของกองพัฒนาพฤตินิสัย (กพน.) ซึ่งถ้าไม่ใช่เงินจากแหล่งราชการเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะดูต่อว่า “เป็นเงินจากผู้ต้องขังจีนเทาอุปถัมภ์หรือไม่”

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ