พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด บช.น., บก.น.1, สน.ห้วยขวาง และสำนักงาน ป.ป.ส. กรุงเทพมหานคร ถือหมายค้นศาลอาญา บุกจู่โจมเข้าปิดล้อมตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร หลังพลเมืองดีส่งเบาะแสแจ้งสายด่วนว่าพบพฤติกรรมลักลอบเปิดสถานบันเทิงผิดกฎหมาย แอบแฝงตบตาเจ้าหน้าที่อยู่ด้านหลังร้านเกม
จากการนำกำลังเข้าตรวจค้นในช่วงเวลา 08.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวกำลังเคลิ้มได้ที่ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนักท่องเที่ยวและพนักงานรวม 26 คน แยกเป็นกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานกลางคืน กลุ่มเอ็นเตอร์เทนเนอร์ บาร์โฮสต์ รวมถึงนักท่องเที่ยวสัญชาติจีนและเกาหลีใต้
ผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นพบผู้มีสารเสพติดในร่างกาย 10 ราย โดย 1 ในนั้นถูกจับกุมพร้อมของกลางคีตามีนและบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนที่เหลืออีก 15 รายไม่พบสารเสพติด จึงทำการบันทึกประวัติก่อนปล่อยตัวไป
ขณะที่ตำรวจได้รวบตัวนายสมชาย เจ้าของร้าน นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดี 3 ข้อหา ได้แก่ จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 และเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผลการตรวจค้นโดยละเอียดภายในคลับลับแห่งนี้ ทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เนื่องจากพบยาเสพติดเกือบทุกชนิดซุกซ่อนอยู่ ประกอบด้วย
- ยาอี (MDMA) 224 เม็ด
- ไอซ์ 51.16 กรัม
- โคเคน 3.83 กรัม
- คีตามีน 326.24 กรัม
- หัวพอตบุหรี่ไฟฟ้าผสมคีตามีน 19 หัว
- ของกลางอื่น ๆ อาทิ บุหรี่ไฟฟ้า 38 ตัว เงินสด 91,000 บาท และทรัพย์สินมีค่าลักษณะคล้ายทองคำ รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท
"ผับลับแห่งนี้อันตรายมาก เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าจุดและสืบสวนทางลึกนานกว่า 7 วัน เพราะตัวอาคารมีทางเข้าออกเพียงจุดเดียว แผนประทุษกรรมของร้านนี้คือ จะไม่มีป้ายหน้าร้านเลย คนนอกมองเข้ามาจะคิดว่าเป็นร้านเกมตึกแถวธรรมดา แต่ด้านหลังดัดแปลงเป็นเลานจ์หรูหรา เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง การตลาดเน้นปากต่อปาก รับเฉพาะกลุ่ม VIP ประจำ และที่สำคัญคือระบบรักษาความปลอดภัย ต้องใช้ 'รหัสเคาะประตู' ตามจังหวะที่กำหนดเท่านั้นจึงจะเปิดรับ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแฝงตัวเข้าไปได้" พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าว
รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยโปรไฟล์ของนายสมชาย เจ้าของร้านเพิ่มเติมว่า เป็นคนไทยเชื้อสายไทยใหญ่ ถือบัตรประชาชนไทย มีภูมิลำเนาจังหวัดเชียงราย เบื้องต้นยอมรับสารภาพว่ายาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนจริง แต่อ้างข้าง ๆ คู ๆ ว่ามีไว้แจกจ่ายให้เพื่อนฝูงเสพเท่านั้น ไม่ได้มีไว้ขาย ซึ่งตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากปริมาณของกลางและพฤติการณ์เข้าข่ายจำหน่ายอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ บช.น. ร่วมกับ ป.ป.ส. ได้ตั้งสมมติฐานการสืบสวนขยายผล 3 ประเด็นหลัก คือ
- ตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติในแถบชายแดนภาคเหนือหรือไม่
- เร่งตรวจสอบเอกสารสัญญาเช่าอาคาร เพื่อดูว่ามีกลุ่มทุนจีนสีเทาอยู่เบื้องหลังตามเบาะแสแรกเริ่มหรือไม่
- หากพบว่าเจ้าของอาคารพาณิชย์ดังกล่าวมีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้เปิดผับอัปยา จะต้องถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ให้การสนับสนุน และถูกยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติดอย่างเด็ดขาดต่อไป
ส่วนประเด็นการค้าประเวณี จากการตรวจสอบในจุดเกิดเหตุยังไม่พบพฤติการณ์ดังกล่าว
ชาวบ้านแฉผับปริศนาเปิดมานาน คนเข้าออกตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งไทย-จีน คนในพื้นที่รู้กันหมด!
จากกรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ โดยให้ข้อมูลว่า รู้จักและเห็นสถานบันเทิงแห่งนี้เปิดให้บริการมานาน โดยหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงในพื้นที่อื่นที่ผ่านมา ทำให้ยิ่งเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้อาจเป็นผับที่เปิดดำเนินการโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากสังเกตเห็นมีผู้คนเข้าออกตลอดทั้งวัน ทั้งช่วงเช้า กลางวัน เย็น และกลางคืน หลายคนมีลักษณะคล้ายคนมึนเมาหรืออยู่ในอาการคล้ายเสพยา
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้มาใช้บริการทั้งคนไทยและชาวจีน โดยแม้ภายในร้านจะไม่ได้เปิดเพลงเสียงดังจนรบกวนมากนัก แต่ก็มักมีเหตุทะเลาะวิวาทหรือโวยวายบริเวณด้านนอกร้านเป็นบางครั้ง
ชาวบ้านยังแสดงความเชื่อส่วนตัวว่า ภายในสถานบันเทิงน่าจะมีการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยมองว่าไม่ใช่เฉพาะแห่งนี้ แต่ยังมีสถานบันเทิงอีกหลายแห่งในย่านเดียวกันที่มีลักษณะคล้ายกัน พร้อมระบุว่าคนในชุมชนต่างรับรู้ถึงการมีอยู่ของสถานที่ดังกล่าว แม้อาคารจะใช้กระจกทึบมองไม่เห็นภายใน แต่สามารถสังเกตเห็นผู้คนเดินเข้าออกอยู่เป็นประจำ
สำหรับเจ้าของกิจการ ชาวบ้านระบุว่าไม่เคยพบตัว และไม่ทราบว่าเป็นใครหรือเป็นคนไทยหรือไม่
ชาวบ้านยอมรับว่ารู้สึกกังวลต่อสถานการณ์ในพื้นที่ โดยมองว่าย่านดังกล่าวมีชาวจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก รวมถึงมีปัญหายาเสพติดและกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มสีเทา จนส่งผลให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า สถานที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากสำนักงานเขตเพียงประมาณ 200 เมตร แต่กลับสามารถเปิดดำเนินการได้มาเป็นเวลานาน พร้อมระบุว่าไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว แต่ยังมีสถานบันเทิงลักษณะเดียวกันกระจายอยู่ในย่านห้วยขวาง ดินแดง และสุทธิสาร จึงอยากให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย กำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานบริการอย่างจริงจัง และเร่งตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับกุม ชาวบ้านยอมรับว่ารู้สึกสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างจริงจังมากกว่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหากลับมาเกิดซ้ำ
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังแสดงความกังวลต่อปัญหาชาวต่างชาติที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยปละละเลย โดยตั้งข้อสังเกตว่าการที่สถานบันเทิงไม่มีหน้าร้านและเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการจ่ายส่วยเพื่อแลกกับการเปิดดำเนินกิจการ แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันก็ตาม อีกทั้งยังไม่เชื่อคำชี้แจงที่อ้างว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นร้านเกม เพราะมองว่าร้านเกมจริงตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอยู่แล้ว