จากกรณีนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม มีคำสั่งลงนามโยกย้าย ผบ.เรือนจำพิเศษกรุง เทพมหานคร อันเนื่องจากการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และพบว่ามีเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดในเรือนจำฯ
ต่อมากรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า จากการเข้าจู่โจมและตรวจค้นดังกล่าว พบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในการควบคุมและปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง จึงได้ดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และย้ายผู้บัญชาการเรือนจำฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ยังกรมราชทัณฑ์
พร้อมมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมฯ เจ้าหน้าที่กองทัณฑวิทยา เจ้าหน้าที่กองบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มงานวินัยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็นโดยละเอียด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีผู้ต้องขังชาวจีนบางรายที่มีอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังรายอื่นภายในเรือนจำฯ จนสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ต้องขังชาวไทย จึงมีผู้แจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ให้ทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมี นายไพฑูรย์ มงคลหัตถี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม เป็นประธาน และเตรียมนำเจ้าหน้าที่เข้าสอบสวนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พร้อมกับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องเข้าเก็บพยานหลักฐานภายในห้องเกิดเหตุวันนี้ (24 พ.ย. 2568)
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ว่าเป็นวันแรกที่จะมีเจ้าหน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วย กรมราชทัณฑ์ เข้าทำการสอบสวนข้อมูลเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน
โดย นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราช ทัณฑ์ รักษาการแทน ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าในวันนี้ว่า เนื่องด้วยตนได้ส่งเอกสารประสานไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้สนับสนุนส่งเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์มาร่วมตรวจเก็บพยานหลักฐาน พยานวัตถุในห้องเกิดเหตุ (ห้องลับใต้บันได) ซึ่งได้มีการซีลพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับนำไปตรวจสอบ ก่อนรับผลรายงานและนำเสนอไปยังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ตาม คาดว่าวันอังคารที่ 25 พ.ย. 2568 หรือวันพุธที่ 26 พ.ย.2568 ทางกระทรวงยุติธรรม โดย พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จะได้มีการแถลงความคืบหน้าต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 20 ราย ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว และคำสั่งย้ายของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเบื้องต้นเริ่มมีพยานหลักฐานชัดเจนแล้ว จึงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเพิ่มเติม อาทิ พักราชการไว้ก่อน หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน เป็นต้น
เรื่องนี้เป็นผลกระทบต่อองค์กรเป็นอย่างยิ่ง รมว.ยุติ ธรรม จึงให้ความสำคัญอย่างมากในการจัดระเบียบความโปร่งใส นอกจากนี้ ประเด็นการเดินทางไปยังต่างประเทศของกลุ่มเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่ไม่มีการแจ้ง และบางกลุ่มก็มีความชัดเจนในส่วนของการเดินทางไปมาเก๊าอีกด้วย
ขณะที่ พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า วันนี้จะมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ กองคดีความมั่นคง เดินทางเข้าไปสอบสวนข้อมูลเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ที่รับผิดชอบด้านงานเอกสารการให้การบริการสวัสดิการผู้ต้องขัง การควบคุมดูแลผู้ต้องขัง การเบิกตัวผู้ต้องขัง เพื่อขอรับข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบการเยี่ยมญาติ การจ่ายเงิน การรับโอนเงิน สลีปโอนเงินต่างๆ รวมถึงรายงานการสอบสวนข้อมูลเบื้องต้น ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรมราชทัณฑ์ที่ได้ดำเนินการก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการสอบปากคำเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทั้ง 20 ราย (ที่ถูกคำสั่งย้าย) ผู้ต้องขังจีนเทา 2 ราย หญิงสาวนางแบบชาวจีน 2 ราย รวมถึงการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน พยานวัตถุ และพยานเอกสารของเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่ามีการรวบรวมรายการสิ่งของใดไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม หากผลการสอบสวนปากคำในส่วนของเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทั้ง 20 ราย ที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการบันทึกคำให้การก่อนหน้านี้ มีส่วนใดเพิ่มเติมที่ดีเอสไอเล็งเห็นว่าจะต้องสอบสวนปากคำเพิ่ม ก็จะได้มีการประสานออกหมายเรียกพยานแก่เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทั้ง 20 รายดังกล่าว มาสอบถามไม่ว่าจะเป็นประเด็นของเรื่องเส้นทางการเงินก็ตาม ทั้งนี้ ดีเอสไอจะได้ประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อดูประวัติย้อนหลังการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรของ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นับแต่วันที่เข้ารับตำแหน่ง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
พ.ต.ท.อนุรักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการครอบครองทรัพย์สินต่าง ๆ ปกติแล้วเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องมีการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ซึ่งส่วนนี้จะเป็นกฎหมายของ ป.ป.ช. ที่จะไปตรวจสอบว่ามีการครอบครองทรัพย์สินมูลค่าสูงผิดปกติอย่างไรหรือไม่ นับแต่วันที่เข้ารับตำแหน่งเป็น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้ยังคงเป็นเพียงเรื่องสืบสวน ที่ต้องดูว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทั้ง 20 ราย มีพฤติการณ์ กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่ ซึ่งถ้าหากพบการกระทำความผิดดังกล่าว ดีเอสไอจะต้องสรุปสำนวนส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปตามขั้นตอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.35 น. บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้มีรถตู้ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม 2 คัน ได้ขับเข้าไปด้านในเรือนจำฯ เพื่อเข้าไปตรวจเก็บพยานหลักฐาน พยานวัตถุ และพยานเอกสาร ก่อนนำไปตรวจสอบหาความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ฉาวห้องลับใต้บันได ขณะที่รถของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าไปด้านในเรือนจำตั้งแต่เวลา 09.30 น. ที่ผ่านมา