ภายหลังจากที่กองทัพเรือ ส่งเรือหลวงจักรีนฤเบศร พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ เจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ ทีมครัวสนาม อุปกรณ์กู้ภัย สิ่งของบรรเทาทุกข์ และเสบียงอาหาร น้ำดื่ม ลงพื้นที่ช่วยพี่น้องภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัยอย่างหนักอยู่ในขณะนี้
สำหรับ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้เริ่มต้นสร้างขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 และมีการวางกระดูกงูในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2539 สำหรับที่มาของการสร้างเรือหลวงจักรีนฤเบศร
ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2532 ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ในอ่าวไทยบริเวณจังหวัดชุมพร กองทัพเรือได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ซึ่งทางกองทัพได้ใช้เรือและอากาศยานในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ประสบปัญหาคือ เรือขนาดใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ขณะนั้นไม่สามารถทนสภาพทะเลได้ ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทำได้ด้วยความยากลำบาก
ทั้งนี้ หากมีเรือขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย คาดว่าจะสามารถใช้ในการค้นหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา และหากว่ามีเฮลิคอปเตอร์ประจำการบนเรือด้วยจะยิ่งช่วยขยายพื้นที่ในการลาดตระเวนและระยะเวลาในการปฏิบัติการในทะเลได้เป็นเวลานานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กองทัพเรือจึงได้มีแนวความคิดในการสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจตามความมุ่งหมาย
รับบาลในขณะนั้น ได้วางแผนจัดซื้อเรือบัญชาการสนับสนุนการยกพลขึ้นบก ขนาดระวาง 7,800 ตัน จากบริษัทเบรเมอร์ วัลแคนของประเทศเยอรมนี แต่ต่อมาได้ทำการยกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 และทำการจัดซื้อใหม่จากบริษัทบาซัน ประเทศสเปน ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและต่อเรือปรินซีเปเดอัสตูเรียส เรือธงของกองทัพเรือสเปนในขณะนั้น คณะรัฐมนตรีของไทยได้มีมติเมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535 อนุมัติให้กองทัพเรือ ว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ลงนามโดยรัฐบาลไทยและรัฐบาลสเปน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2535 เป็นเงิน 7,100 ล้านบาท
“เรือหลวงจักรีนฤเบศร” จัดสร้างแล้วเสร็จ และทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2539 โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งดำรงพระยศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จไปทำพิธี ได้มีการทดลองแล่นเรือตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2539 - เดือนมกราคม พ.ศ. 2540 ร่วมกับกองทัพเรือสเปนที่โรต้า (Rota) ประเทศสเปน รับมอบเรือและขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540 มี พลเรือเอก วิจิตร ชำนาญการณ์ เป็นผู้รับมอบ เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้รับหมายเลข 911 และเดินทางถึงประเทศไทยในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2540 โดยได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2540
ต่อมาในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จมาทรงเจิมเรือหลวงจักรีนฤเบศรเพื่อความเป็นสิริมงคล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือหลวงลำนี้ว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร แปลว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี และใช้คำขวัญว่า ครองเวหา ครองนที จักรีนฤเบศร เรือหลวงจักรีนฤเบศรขึ้นระวางประจำการสังกัดกองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ โดยมีนาวาเอกสุรศักดิ์ พุ่มพวง เป็นผู้บังคับการเรือคนแรก
ปฏิบัติภารกิจกว่า 20 ปี
ภายหลังประจำการไม่นาน เกิดพายุไต้ฝุ่นซีตาห์ ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ที่จังหวัดชุมพร เรือหลวงจักรีนฤเบศร ถูกส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย และดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ตามตำบลที่ต่างๆ เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงจนการช่วยเหลือทางบก ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้ โดยการใช้เฮลิคอปเตอร์จากเรือ นำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ติดอยู่ตามตำบลที่ต่างๆ
เกิดพายุไต้ฝุ่นลินดา เมื่อ 4-7 พฤศจิกายน 2540 พ.ศ. 2540 เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้ถูกส่งไปช่วยเหลือเรือประมงในทะเล ที่ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่นลินดา โดยลาดตระเวนจากสัตหีบไปยังเกาะกูด จังหวัดตราด จนถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เกิดน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดสงขลา เมื่อ พ.ศ. 2543 เรือหลวงจักรีนฤเบศรออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนโดยเรือออกจากท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2543 และไปทอดสมอที่บริเวณ เกาะหนู จังหวัดสงขลา วันที่ 24 พฤศจิกายน หลังจากนั้นจึงเริ่มภารกิจทันที ทั้งการใช้ เฮลิคอปเตอร์บินช่วยเหลือและลำเลียงสิ่งของ รวมถึงการส่ง ชุดปฏิบัติการพิเศษพร้อมเรือยาง เพื่อแจกจ่ายอาหารและสิ่งจำเป็นแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตลอดระยะเวลาปฏิบัติการ
ปี พ.ศ. 2546 เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงพนมเปญ และมีชาวกัมพูชาเผาสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญได้รับความเสียหาย มีการเตรียมพร้อมในการอพยพเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย และประชาชนชาวไทยในกัมพูชาให้เดินทางกลับประเทศไทย ในแผน "โปเชนตง 1" และเตรียมพร้อมปฏิบัติการบริเวณพื้นที่ด้านตะวันตกของเกาะกง นอกน่านน้ำกัมพูชา เป็นการปฏิบัติการในชื่อแผน "โปเชนตง 2" โดยอากาศยานบนเรือเตรียมพร้อมปฏิบัติการในการใช้กำลังทางทหารต่อกัมพูชา หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในแผนโปเชนตง 1
พ.ศ. 2547 เกิดภัยพิบัติคลื่นสึนามิ โดยกองเรือยุทธการจัดตั้งหมู่เรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล โดยมีกำลังพลรวมทั้งสิ้น 760 นาย ซึ่งประกอบด้วยเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงนเรศวร และชุดแพทย์เคลื่อนที่ โดยมีภารกิจหลักคือค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้การรักษาพยาบาลบริเวณเกาะต่างๆ และพื้นที่ทะเลด้านใต้ของเกาะภูเก็ต และเก็บกู้ศพและลำเลียงศพจากเกาะพีพีดอน
พ.ศ. 2554 เกิดเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่เกาะเต่า จ.สุราษฏร์ธานี กองทัพเรือได้จัดตั้งหมู่เรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล กรณีเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ เกาะเต่า เกาะสมุย เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยสั่งการให้เรือหลวงจักรีนฤเบศร พร้อมด้วยอากาศยาน ร.ล.อโนทัย และเรือของกองทัพเรืออีกหลายลำ ออกเดินทางไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดค้างบนเกาะเต่า โดยลำเลียงผู้ประสบภัยจำนวนทั้งสิ้น 743 คน เดินทางมายังท่าเทียบเรือจุกเสม็ด