สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ยังคงทวีความรุนแรงและมีประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยสำหรับพื้นที่ภาคใต้ ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กินพื้นที่ 98 อำเภอ 643 ตำบล 4,688 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 798,695 ครัวเรือน 2,196,758 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 13 ราย (นครศรีธรรมราช 6 ราย ปัตตานี 3 ราย ยะลา 2 ราย พัทลุง 2 ราย) ดังนี้
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ ท่าฉาง กาญจนดิษฐ์ และเคียนซา 18 ตำบล 148 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,334 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 22 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด เมืองฯ ท่าศาลา พรหมคีรี ร่อนพิบูลย์ นาบอน สิชล ฉวาง ทุ่งสง เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร ลานสกา บางขัน พระพรหม ช้างกลาง ปากพนัง จุฬาภรณ์ นบพิตำ ทุ่งใหญ่ พิปูน เชียรใหญ่ และถ้ำพรรณรา 161 ตำบล 1,483 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,221 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดตรัง
ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ นาโยง ห้วยยอด รัษฎา ย่านตาขาว วังวิเศษ กันตัง เมืองฯ สิเภา และปะเหลียน 54 ตำบล 283 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,647 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดพัทลุง
ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ ควนขนุน กงหรา เขาชัยสน ศรีนครินทร์ บางแก้ว ป่าบอน ปากพะยูน ศรีบรรพต ป่าพะยอม และตะโหมด 65 ตำบล 670 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 151,622 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดสตูล
ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ ควนโดน ละงู ท่าแพ มะนัง ควนกาหลง เมืองฯ และทุ่งหว้า 28 ตำบล 195 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,447 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดสงขลา
ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 16 อำเภอ ได้แก่ รัตภูมิ เมืองฯ จะนะ คลองหอยโข่ง ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ หาดใหญ่ ควนเนียง นาทวี สิงหนคร นาหม่อม บางกล่ำ สะเดา เทพา และสะบ้าย้อย 115 ตำบล 821 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 243,568 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดปัตตานี
ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ สายบุรี แม่ลาน โคกโพธิ์ มายอ ยะรัง ไม้แก่น ยะหริ่ง ปะนาเระ ทุ่งยางแดง กะพ้อ หนองจิก และเมืองฯ 101 ตำบล 485 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 58,009 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดยะลา
ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ รามัน เบตง บันนังสตา ธารโต กรงปินัง และยะหา 46 ตำบล 254 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,950 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
จังหวัดนราธิวาส
ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ บาเจาะ ยี่งอ เมืองฯ ระแงะ ตากใบ สุไหงปาดี ศรีสาคร รือเสาะ สุไหงโก-ลก เจาะไอร้อง และสุคิริน 55 ตำบล 349 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 60,897 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
สตริงเกอร์ ยะลา
สถานการณ์น้ำท่วม จ.ยะลา
คาด 5 ทุ่มคืนนี้ น้ำทะลักท่วม ชุมชนลุ่มต่ำริมคลอง เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครศรีธรรรมราช สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน ออกประกาศ เรื่อง แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำคลองท่าดี ฉบับที่ 4 ตามที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครศรีธรรมราช ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำคลองท่าดีอย่างต่อเนื่อง ตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ 14 (72/2568) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝังตะวันออกและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568)
ลักษณะอากาศทั่วไป ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณอ่าวไทยตอนล่างเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่างจะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านบริเวณภาคใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้และทะเลอันดามัน
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนหนักหลายพื้นที่และมีฝนหนักมากบางแห่ง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่
ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาปริมาณน้ำฝนที่วัดได้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. ที่สถานีโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 74 บ้านคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดได้ 107.5 มิลลิเมตร และสถานี TNB18 บ้านนาป่า ตำบลไชยมนตรี อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช วัดได้ 100.0 มิลลิเมตร ปัจจุบันยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง
จากการติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำคลองท่าดี บริเวณสถานี X.200 บ้านวังไทร ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีศรีธรรมราช เวลา 17.00 น. ระดับน้ำ +34.81 ม.รทก. (ระดับตลิ่ง +35.20 ม.รทก.)
บริเวณสถานี X.55 บ้านท่าใหญ่ ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรรมราชเวลา 17.00 น. ระดับน้ำ +21.24 ม.รทก.(ระดับ +22.23 ม.รทก.)
และบริเวณสถานี X.203 บ้านนาป่า ตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรรมราช เวลา 17.00 น. ระดับน้ำ +10.63 ม.รทก. (ระดับตลิ่ง +10.50 ม.รทก.) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
คาดการณ์ว่าระดับน้ำอาจจะส่งผลให้น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่ชุมชนลุ่มต่ำริมคลองในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 23.00 น.
ในการนี้ ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน สื่อมวลชนแขนงต่างๆ ได้แจ้งประชาสัมพันธ์แก่ราษฎรที่อาศัยบริเวณริมคลองและในพื้นที่ลุ่มต่ำ เตรียมการป้องกันความเสียหายจากปริมาณฝนที่ตกสะสมเป็นเหตุให้น้ำลันตลิ่ง หรือน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งจะได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อทราบในลำดับต่อไป
น้ำป่าคีรีวงทะลักรอบใหม่ หลังฝนถล่มหนัก เทศบาลนครศรีธรรมราช ชูธงแดงเตือนภัยทั่วพื้นที่เสี่ยง
น้ำป่าคีรีวงหลากทะลักอีกระลอกในวันนี้ (25 พ.ย. 68) หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ส่งผลให้ปริมาณน้ำจากโซนต้นน้ำอำเภอลานสกา และอำเภอพรหมคีรี เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลหลากลงสู่พื้นที่ด้านล่าง
ภาพที่บันทึกได้เมื่อเวลา 16.00 น. แสดงให้เห็นกระแสน้ำป่าจากต้นน้ำท่าดี ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา และต้นน้ำกะโรม ในพื้นที่เดียวกัน ไหลหลากอย่างรุนแรง สีของน้ำขุ่นเข้มผิดปกติ สะท้อนถึงปริมาณฝนที่ถล่มใส่พื้นที่ป่าเขาตลอดหลายชั่วโมงก่อนหน้า
สถานการณ์ไม่ได้จำกัดเฉพาะคีรีวงเท่านั้น ตลอดแนวเทือกเขาหลวง ทั้งต้นน้ำอ้ายเขียว ต้นน้ำวังลุง ตำบลทอนหงส์ อำเภอพรหมคีรี รวมถึงต้นน้ำยอดเหลือง อำเภอนบพิตำ และลุ่มน้ำคลองกลาย ล้วนมีปริมาณน้ำหลากที่เพิ่มระดับขึ้นรวดเร็วเช่นเดียวกัน
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้แจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงดินถล่มตามแนวเทือกเขาหลวง รวมถึงชุมชนที่ระดับน้ำในคลองเริ่มล้นตลิ่ง โดยคาดว่ามวลน้ำอาจหลากเข้าสู่เขตเมืองนครศรีธรรมราชอีกครั้งในคืนนี้
ขณะเดียวกัน เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้ยกธงแดงเตือนภัยในหลายจุดพื้นที่เสี่ยงภายในเขตเทศบาล เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมน้ำเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังระดับน้ำในคลองสายต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากฝนที่ยังตกไม่ขาดช่วง
"ตรัง" อ่วม! ประกาศภัยพิบัติแล้ว 9 อำเภอ
เวลา 15.00 น. หน้าตลาดเทศบาลตำบลย่านตาขาว บนถนนเส้นย่านตาขาว - ปะเหลียน ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่วมขังและระดับน้ำยังไม่ลดลง ขณะเดียวกัน น้ำจากเทือกเขาบรรทัดยังคงไหลหลากลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในลำคลองและพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกภาคส่วนเร่งอพยพประชาชน กว่า 1,000 ครัวเรือน ไปยังพื้นที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง ปลัดจังหวัดตรัง นายอำเภอย่านตาขาว ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการทุกภาคส่วนให้เร่งช่วยเหลือชาวบ้านให้ทันท่วงที และได้ตรวจเยี่ยมโรงครัว ที่เทศบาลตำบลย่านตาขาว พบปะและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และย้ำกับนายอำเภอ ผู้น้ำท้องที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือชาวบ้านทุกมิติ
และในพื้นที่ตำบลท่าพญา อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และคณะ ลงพื้นที่สำรวจระดับน้ำ หลังฝนตกต่อเนื่องและรับน้ำจาก อ.ย่านตาขาว และ อ.ปะเหลียน ก่อนไหลลงสู่ทะเล ระดับน้ำในพื้นที่ 30 - 50 ซม. ยังไม่ท่วมเข้าในตัวบ้าน แต่เข้าท่วมพื้นที่การเกษตร สอบถามชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าต้องการกระสอบทราย เพื่อมากั้นน้ำไม่ให้เข้าบ้าน และกำลังพลในการย้ายสิ่งของ ทั้งนี้ ผู้ราชการจังหวัดตรัง ได้สั่งให้ผู้นำในพื้นที่เร่งดำเนินการด่วน
สำหรับจังหวัดตรังเผชิญสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19–25 พฤศจิกายน 2568 โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง รายงานล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 9 อำเภอ 57 ตำบล 330 หมู่บ้าน 7 เทศบาล 22 ชุมชน รวม 13,215 ครัวเรือน พร้อมยืนยันยอดผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย จากอำเภอย่านตาขาวและอำเภอวังวิเศษ
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยใน 9 อำเภอ และสั่งการทุกหน่วยงานบูรณาการกำลังช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งทหาร ร.15 พัน 4 ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ตชด.43 แขวงทางหลวงตรัง ศูนย์ ปภ.เขต 18 ภูเก็ต เหล่ากาชาด สาธารณสุขจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานต่าง ๆ ได้สนับสนุนกำลังพล อุปกรณ์กู้ภัย เรือท้องแบน และรถปฏิบัติการขนย้ายผู้ประสบภัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดตรัง เพื่อประสานความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
รัฐบาลเปิดศูนย์ฉุกเฉินอุทกภัย ชุดประสานช่วยเหลือ 24 ชม. พร้อมสายด่วน 1784–1111
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงเปิดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย หรือ ศปกฉ.
โดยนายภราดร กล่าวว่า รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา และได้ตั้งให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ที่จังหวัดสงขลา ขณะเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย โดยให้ตนเองเป็นผู้อำนวยการศูนย์ ศปกฉ. และให้นางสาวไตรศุลี เป็นเลขาธิการศูนย์ ศปกฉ. // นายสิริพงศ์ และพลโท วันชนะ สวัสดี เป็นโฆษกศูนย์ ศปกฉ. และมีทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาบูรณาการร่วมกัน
สำหรับวัตถุประสงค์ของศูนย์ ศปกฉ. คือ เป็นศูนย์บูรณาการข้อมูลทั้งหมด ทั้งการรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนในเขตพื้นที่ โดยสามารถแจ้งไปยังโทรศัพท์หมายเลข 1784 และ 1111 รวมถึงเพจข่าวสารต่างๆ ที่เป็นของภาครัฐทั้งหมด จากนั้น จะมีการคัดกรองข้อมูลโแคทดยแบ่งเคส คือ เคสสีแดง สำหรับกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือแบบเร่งด่วน // เคสสีเหลือง สำหรับผู้ที่ติดค้างอยู่ในบ้านเรือนที่เป็นสองชั้น แต่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม หรือทรัพยากร โดยศูนย์ ศปกฉ. นี้ จะประสานไปที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ที่มีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บังคับการ ไปบริหารจัดการในหน้างานร่วมกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานภาครัฐได้ลงไปอยู่ในพื้นที่ทั้งหมดแล้ว ทั้ง ทหารกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ได้นำทรัพยากรทั้ง เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน เรือ และกำลังพล เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ทั้งเรื่องการอพยพ การย้ายผู้คนที่อยู่ด้านใน รวมถึงมีการลำเลียงของใช้จำเป็นไปให้ผู้ที่ติดค้างอยู่ข้างใน โดยทั้งหมดผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะเป็นคนดำเนินการที่หน้างานอีกครั้ง โดยอาจแบ่งเป็นระดับตำบล หมู่บ้าน และจะประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และฝ่ายปกครอง เพื่อรวบรวมสอบถามถึงความต้องการในแต่ละจุด ก่อนจัดส่งม้าเร็ว ทั้ง เรือ รถ เฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเหลือให้มากที่สุด
ส่วนพื้นที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะในโรงพยาบาลหาดใหญ่ที่กำลังวิกฤต ขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พยายามดำเนินการทำอย่างไรให้โรงพยาบาลไม่ขาดไฟ และสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยให้ได้เป็นปกติมากที่สุด พยายามดูชีวิตของผู้ป่วยให้ได้ดีที่สุด สำหรับเคสไหนที่ไม่ได้สามารถดำเนินการที่ รพ.หาดใหญ่ได้ก็ต้องอพยพ โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะเป็นผู้ตัดสินใจ
ด้านนายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในการดำเนินการมีการปฏิบัติแบบออนกราวนด์ แบ่งเป็นระดับ หมู่บ้าน ตำบล จังหวัด อยู่แล้ว แต่สิ่งที่พบ คือ ข้อมูลมาจากหลากหลายช่องทาง ทั้งที่เป็นทางการ และที่ไม่เป็นทางการ ดังนั้น หน้าที่ของศูนย์ คือ การรวบรวมข้อมูลเหล่านั้น มาจัดเรียง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และมาแบ่งตามเคส
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือของจิตอาสา ที่จะมีเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่มีการบริหารจัดการหลังบ้านที่ดี จะกลายเป็น ว่า ทรัพยากรทุกที่ลงไป จะเป็นไปตามข้อมูลในโซเชียล หรือ แหล่งข่าวเท่านั้น จึงให้มีศูนย์นี้ เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่หลังบ้าน ว่า จะสามารถกระจายลงไปได้อย่างไร และหลังจากที่น้ำลดแล้ว ศูนย์นี้ก็จะมีหน้าที่ในการบริหารจัดการข้อมูล ในกรณีมีการช่วยเหลือจากพื้นที่ต่าง ๆ ว่า ส่วนไหนยังขาดแคลนอะไร เพื่อไม่ให้บางส่วนมีมากจนล้น ขณะที่บางส่วนขาดแคลนจนไม่มีอะไรเลย ดังนั้น ศูนย์นี้จึงเป็นศูนย์ที่ทำงานหลังบ้าน ในเรื่องของข้อมูล เพื่อให้การบริหารจัดการในหน้างานเป็นไปอย่างตรงประเด็น และรวดเร็วยิ่งขึ้น
ตรวจสอบก่อนเชื่อข่าวปลอม!
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข รู้เท่าทันข่าวในสถานการณ์น้ำท่วม! เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ จะได้ไม่หลงเชื่อข่าวปลอม เข้าใจในการตรวจสอบและสังเกตุ
ข่าวจริง สามารถสังเกตได้จาก
- ตรวจสอบแหล่งอ้างอิงพิจารณาว่าข่าวมาจากหน่วยงานใด และต้องมั่นใจว่าข้อมูลถูกประกาศอย่างเป็น ทางการ โดยยึดแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา, ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย), กรมประชาสัมพันธ์ หรือเพจทางการของจังหวัด หากยังไม่มั่นใจ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
- เช็กวันที่-เวลาในข่าว ดูว่าข้อมูลเป็นเหตุการณ์ล่าสุด หรือเป็น "ข่าวเก่า" ที่ถูกนำมาแชร์ซ้ำ เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น
ข่าวปลอม สามารถตั้งข้อสงสัยได้จาก
- อ่านเนื้อหาให้ครบถ้วน อย่าสรุปจากแค่พาดหัวข่าวซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดควรอ่านรายละเอียดเพื่อให้เห็นบริบทของสถานการณ์ทั้งหมด
- ประเมินความรู้สึกของตัวเอง สังเกตว่าการเชื่อ หรือแชร์ข่าว เกิดจากความกลัวความตื่นตระหนก หรือ อคติส่วนตัวหรือไม่
1323 หากรู้สึกกังวล สับสน หรืออยากพูดคุยเพื่อดูแลใจ สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำปรึกษา และการช่วยเหลือทางใจอย่างทันท่วงที
“ไปรษณีย์ไทย” งดฝากส่งสิ่งของ 70 พื้นที่น้ำท่วม
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ออกประกาศ เนื่องด้วยสถานการณ์อุทกภัย ทำการไปรษณีย์บางแห่งในพื้นที่ทางภาคใต้ ไม่สามารถเปิดทำการได้ตามปกติ ส่งผลให้การจัดส่งสิ่งของล่าช้ากว่ากำหนด จึงขอระงับการฝากส่งสิ่งของไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นการชั่วคราว จำนวน 70 แห่ง ได้แก่
-
ที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่ จ.สงขลา : สงขลา หาดใหญ่ รัถการ คอหงส์ ศรีภูวนารถ หาดใหญ่ใน ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าท้อน สะเดา จะนะ ระโนด เทพา นาทวี คลองแงะ รัตภูมิ สะบ้าย้อย ควนเนียง ทุ่งลุง ปาดังเบซาร์ บ้านพรุ ลำไพล นาหม่อม บ้านด่านนอก เคาน์เตอร์ไปรษณีย์หาดใหญ่ เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ และ ม.สงขลานครินทร์
- ที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่ จ.สตูล : สตูล ละงู ทุ่งหว้า ควนกาหลง ฉลุง ท่าแพ และ ควนโดน
- ที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่ จ.พัทลุง : ปากพะยูน เขาชัยสน บางแก้ว และ แม่ขรี
- ที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่ จ.ปัตตานี : ปัตตานี รูสะมิแล สายบุรี โคกโพธิ์ ปะนาเระ มายอ ยะหริ่ง ยะรัง หนองจิก นาประดู่ ปาลัส ไม้แก่น กะพ้อ และ เคาน์เตอร์ไปรษณีย์สะบารัง
- ที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่ จ.ยะลา : ยะลา หลักเมือง เบตง ยะหา บันนังสตา รามัน ธารโต ลำใหม่ และ แม่หวาด
- ที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่ จ.นราธิวาส : นราธิวาส ตากใบ สุไหงโก-ลก ตันหยงมัส สุไหงปาดี รือเสาะ แว้ง บาเจาะ ยี่งอ สุคิริน ศรีสาคร และ ดุซงญอ
ทั้งนี้ บริเวณต่างๆ โดยรอบที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยนั้น การนำจ่ายสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ประเภทต่างๆ อาจล่าช้ากว่าปกติหรือไม่สามารถนำจ่ายได้
สปสช. เปิดสายด่วน 1330 แจ้งได้ทุกเรื่องที่เดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม ฟรี 24 ชั่วโมง
ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมทั้งที่ หาดใหญ่ สงขลา ภาคใต้ และภาคกลาง หากต้องการความช่วยเหลือ โทร. สายด่วน สปสช. 1330
สปสช.จะประสานหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือท่านต่อไป
แจ้งได้ทุกเรื่องที่เดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม เช่น
- ขอความช่วยเหลืออพยพ เคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ
- ไปโรงพยาบาล/หน่วยบริการไม่ได้เพราะน้ำท่วม
- ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ขาดการดูแล
- ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง ขาดยา
- ขอความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นพื้นฐาน
- ฯลฯ
ไม่ว่าท่านจะประสบปัญหาอะไรจากน้ำท่วมเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การเดินทางไปรับบริการสุขภาพ หรือการดูแลผู้ป่วยในครอบครัว
โทรแจ้งสายด่วน สปสช. 1330 ได้ทุกเรื่อง โทร.ฟรี 24 ชั่วโมง
“ศุภมาส” สั่งการ NBT กรมประชาสัมพันธ์ จับมือ อสมท. ปรับผังสื่อรัฐ เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้แบบเรียลไทม์
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างว่า ขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยง หลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว บูรณาการกำลัง และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันเวลา ทั้งการอพยพ การลำเลียงผู้ประสบภัย การจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และที่พักพิง รวมถึงอุปกรณ์ยังชีพเร่งด่วน
นางสาวศุภมาสกล่าวว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการช่วยเหลือทุกด้านกำลังดำเนินไปเต็มกำลัง โดยเฉพาะด้วย พระมหากรุณาธิคุณของในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ได้พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือ รวมถึงถุงยังชีพพระราชทานและโรงครัวพระราชทานลงพื้นที่ทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
ในส่วนของการสื่อสาร นางสาวศุภมาสได้สั่งการให้ NBT กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. ปรับผังรายการและขยายการรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ลดความสับสนในช่วงสถานการณ์วิกฤติ
สถานีโทรทัศน์ NBT ได้ล้มผังรายการปกติและออกอากาศรายการพิเศษ “เกาะติดน้ำท่วมใต้” รายงานสถานการณ์จากพื้นที่จริงตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พร้อมเชื่อมสัญญาณไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ รวมทั้งช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook YouTube TikTok NBT Connext และเพจประชาสัมพันธ์จังหวัด โดยเฉพาะ สวท. สงขลา FM 90.5 MHz ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลหลักของภาคใต้ในแบบเรียลไทม์
ด้าน อสมท. ได้ร่วมเชื่อมสัญญาณรายการพิเศษจาก NBT เพิ่มการรายงานในข่าวทุกช่วงเวลา พร้อมระดมสถานีวิทยุเครือข่ายภาคใต้ทั้ง 10 สถานี เพื่อสะท้อนสถานการณ์ภาคสนามและความต้องการเร่งด่วนของประชาชน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดทำ ระบบข้อมูลกลางแบบเรียลไทม์ สำหรับประชาชน ซึ่งรวมข้อมูลระดับน้ำ จุดถนนขาด สถานะไฟฟ้า น้ำประปา เส้นทางอพยพ และจุดรับส่งผู้ประสบภัย โดยเผยแพร่ผ่านทุกช่องทางสื่อ ได้แก่ ช่อง 9 ช่อง 11 เพจกรมประชาสัมพันธ์ เพจสวท.สงขลา และ FM 90.5 MHz เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที
นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรม ดิฉันได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับอสมท. เปิด “ศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้” ณ สถานีโทรทัศน์ NBT ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เปิดรับบริจาคทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.
ประชาชนสามารถนำ เครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นต่างๆ มาบริจาคได้ที่ศูนย์ดังกล่าว โดยสิ่งของทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ประสบภัยทันที พร้อมการสนับสนุนการขนส่งจากสายการบินนกแอร์
สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเป็นเงิน สามารถบริจาคโดยตรงผ่านบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขบัญชี 045-3-04637-0 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้จากช่อง NBT
นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลจะใช้ศักยภาพของสื่อรัฐ ทั้งกรมประชาสัมพันธ์และอสมท. อย่างเต็มกำลังเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อสถานการณ์ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากสื่อภาครัฐเพื่อความปลอดภัย รัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียให้ได้มากที่สุด”
ปภ.แจ้งเตือนฝนหนัก 20 อำเภอ นครศรีธรรมราช ระวังน้ำท่วม-ไฟฟ้าดูด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนพบกลุ่มฝนในพื้นที่ อ.เมืองฯ อ.ท่าศาลา อ.พิปูน อ.พรหมคีรี อ.ลานสกา อ.พระพรหม อ.ถ้ำพรรณรา อ.นาบอน อ.ทุ่งใหญ่ อ.ฉวาง อ.ช้างกลาง อ.ปากพนัง อ.หัวไทร อ.ทุ่งสง อ.ร่อนพิบูลย์ อ.จุฬาภรณ์ อ.ชะอวด อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ให้ระวังน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ริมห้วย/คลอง/ลำน้ำ ที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา ให้ยกของขึ้นที่สูง เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง
ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก อ.เมืองฯ อ.ท่าศาลา อ.พิปูน อ.พรหมคีรี อ.ลานสกา อ.พระพรหม อ.ถ้ำพรรณรา อ.นาบอน อ.ทุ่งใหญ่ อ.ฉวาง อ.ช้างกลาง อ.ปากพนัง อ.หัวไทร อ.ทุ่งสง อ.ร่อนพิบูลย์ อ.จุฬาภรณ์ อ.ชะอวด อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช
นายกฯ ยกเลิกภารกิจช่วงบ่าย เรียกหน่วยงานประชุมติดตามสถานการณ์น้ำภาคใต้แทน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ยกเลิกภารกิจช่วงบ่ายทั้งหมด โดยมอบหมายพลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. แทน
พร้อมมอบหมายนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติ ครั้งที่ 16
โดยเปลี่ยนมาประชุมติดตามสถานการณ์น้ำที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือและอัพเดทสถานการณ์
น้ำท่วมยะลาพุ่งระดับเอว ย่านเศรษฐกิจอัมพาต
ผู้สื่อข่าวจังหวัดยะลารายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ยังน่าเป็นห่วง หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วันทำให้ย่านเศรษฐกิจการค้าสำคัญหลายพื้นที่ยังจมอยู่ใต้น้ำ ช่วงเช้านี้พบว่าระดับน้ำลดลงเพียงประมาณ 10 เซนติเมตร แต่ยังสูงราวระดับเอวในหลายจุด สูงกว่าปีที่แล้วที่มีระดับน้ำเพียงระดับเข่า ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง
ส่วนพื้นที่ถนนสายเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ถนนรวมมิตร , ถนนสายกลาง , ถนนสิโรรส ,ถนนหน้าสถานีรถไฟ , ตลาด จตุจักร ยะลา (ศูนย์กลางการซื้อขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอที) และ ตลาดสดพิมลชัย ยังถูกน้ำท่วมลึก ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ ถนนหลายสายยังคง ปิดการจราจรทั้งหมด ขณะที่ไฟฟ้าและน้ำประปาในบางพื้นที่ถูกตัดการใช้งานชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ตามประกาศเทศบาลนครยะลา ระบุว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมสูงมาก และยังคงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่าจะมี ร่องมรสุมพาดผ่านอ่าวไทยจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ทำให้ภาคใต้ตอนล่าง (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) อาจเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์น้ำและจุดเสี่ยงที่ต้องจับตา มวลน้ำจากเทือกเขาบือยอ ต.บุตี อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ไหลลงมาสู่คลองแบเมาะภายในเขตเมือง มวลน้ำจาก ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา กำลังไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี เพิ่มปริมาณน้ำในลำน้ำสายหลักเทศบาลยังคงเดินเครื่องสูบน้ำอย่างเต็มกำลังที่ ประตูระบายน้ำปั๊ม C (จารู) แต่หากระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงกว่าระดับในเมือง จำเป็นต้องปิดประตูระบายน้ำและ ใช้การสูบน้ำออกเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในตัวเมืองเพิ่มสูงขึ้นรวดเร็ว
ส่วนคันกั้นน้ำของแม่น้ำปัตตานีใกล้ล้นตลิ่ง 2 จุด – สั่งอพยพเร่งด่วน คันกั้นน้ำตลาดใหม่ ใกล้ล้นตลิ่ง มีการแจ้งเตือนชุมชนตลาดเมืองใหม่ , ชุมชนคุปตาสา , ชุมชนคูหามุข , บริเวณภูมาภิรมย์ , ให้เร่งขนย้ายสิ่งของและอพยพกลุ่มเปราะบางทันที และคันกั้นน้ำของแม่น้ำปัตตานี บ้านร่ม ใกล้ล้นตลิ่งแจ้งเตือนชุมชนบ้านร่ม , ชุมชนห้าแยกกำปงบาโงย ชุมชนเวฬุวัน ,ชุมชนตลาดเกษตร ,ชุมชนหัวสะพานสะเตง , ชุมชนขวัญเมืองพัฒนา , ชุมชนหลังวัดเมือง และ นุกูลกิจพัฒนา ให้ประชาชนเร่งอพยพและขนย้ายของขึ้นที่สูงโดยด่วน
สตูลน้ำยังท่วมหนัก อ.ควนโดน เจอดินสไลด์
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.สตูลขณะนี้ที่ท่วมหนักคืออ.เมืองและละงู ที่น้ำยังท่วมสูง อย่างชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสตูลที่น้ำท่วมสูงอย่างชุมชนม้าขาวและชุมชนบ้านหัวทางชาวบ้านที่มีเรือต่างเอาเรือมาใช้แทนรถในการสัญจรไปมาเข้าออกบ้าน เพราะบ้านชาวบ้านบางหลังที่มีสองชั้นยังอาศัยบนชั้นสอง น.ส พจณีย์ อิตกี ชาวบ้านชุมชนม้าขาวกล่าวว่า น้ำท่วมในครั้งนี้ท่วมหนักมากอยู่มา30กว่าปีพึ่งเจอ ชาวบ้านในชุมชนต้องมีการออกจากบ้านมานอนบ้านญาติไปก่อน แม้ว่าบ้านญาติจะเจอน้ำท่วมแต่มี2ชั้นอาศัยอยู่บนชั้น2 ระดับน้ำที่บ้านสูงถึงคอ
ส่วนที่ อ.ควนโดน นายเชษฐ บุตรรักษ์ นายอำเภอควนโดน จ.สตูล พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบที่บริเวณ ร.ร.ควนโดนวิทยา อ.ควนโดน จ.สตูล เนื่องจากมีดินโคลนไหลลงมาจากเขาที่อยู่ด้านหลังโรงเรียนซึ่งยังไหลมาไม่หยุดและกลัวว่าจะเกิดดินสไลด์ลงมาจึงสั่งให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวอพยพสิ่งของมีค่าออกมาข้างนอกและกันพื้นที่ไม่ให้ใครเข้าไป เนื่องร.ร.ควนโดนวิทยาเป็นศูนย์พักพิงชั่วครามของผู้ที่ถูกน้ำท่วมบ้าน และหลังจากที่มีน้ำโคลนไหลมาก็ได้อพยพประชาชนกว่า60คนในศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัยและกั้นที่ไม่ให้ใครเข้าไป พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ส่วนถนนสายควนสตอ-วังประจัน หมู่ที่4ต.วังประจัน อ.ควนโดนเกิดดินสไลด์ ที่จุดตั้งแต่ชายแดนวังประจัน มาทางบริเวณหน้าอุทยานแห่งชาติทะเลบัน ระยะทางยาว1กม.ต้นไม้ล้มขวางทางรถราแล่นผ่านไม่ได้
ทางด้านนายคณิต คงช่วย รองจ.สตูล รักษาราชการแทนผวจ.สตูล กล่าวว่าพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมมี่หนักคืออ.เมืองและอ.ละงู ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือในทั่วถึง ส่วนเส้นทางการเดินรถต่างๆทางแขวงทางหลวงมีการสำรวจเส้นทางจุดไหนผ่านได้หรือไม่ได้