นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ซึ่งเป็นการประชุม ครม.นอกสถานที่ครั้งแรก
โดยช่วงเที่ยงวันนี้ นายกรัฐมนตรีเดินทางมาที่คลองภูมินาถดำริ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด้วยรถบัสไฟฟ้า (EV BUS) พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีรับฟังรายงานการบริหารจัดการน้ำเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัย โดยมีการติดตามความคืบหน้าการขุดลอกคลอง
จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะพบปะประชาชน พร้อมกล่าวว่า วันนี้คณะรัฐมนตรีได้ลงมาประชุม ครม.นอกสถานที่ ในรัฐบาลที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้เลือกจังหวัดสงขลา ที่อำเภอหาดใหญ่เป็นที่ประชุม ครม.นอกสถานที่นอกทำเนียบรัฐบาลครั้งแรก
ขอให้ประชาชนชาวสงขลาและชาวหาดใหญ่ได้เข้าใจว่าเราให้ความสำคัญ เพราะเราต้องการให้จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงเป็นพื้นที่ที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เป็นพื้นที่แห่งโอกาสของประชาชน มีความปลอดภัยจากอุทกภัยหรือภัยต่าง ๆ จากธรรมชาติ ตลอดจนมีความปลอดภัยในทุกด้าน มีความสะดวกในการทำมาหากินของประชาชน ซึ่งเป็นเมืองที่มีการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และเป็นเมืองที่แจกจ่ายความเจริญไปยังจังหวัดอื่น ๆ อีกมากมาย
โดยเรื่องแรกที่อยากมาดูคือเรื่องน้ำ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าเรามีระบบบริหารจัดการที่มั่นคง แข็งแรง และเพียงพอ โดยในภาพรวมรัฐบาลจะมาติดตามในเรื่องน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยมาดูทุกอย่างด้วยตาตัวเอง แล้วรัฐมนตรีทุกคนที่อยู่ตรงนี้จะได้เห็นความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไร
ส่วนในช่วงบ่ายก็จะพบปะกับเครือข่ายมวลชนจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และคำวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อรวบรวมและมาพิจารณาในการประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ที่หาดใหญ่
ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่พร้อมกับรัฐมนตรีหลายคน เพื่อติดตามการซ่อมแซมคลองและความพร้อมของระบบระบายน้ำ ซึ่งช่วงที่จะเกิดเหตุน้ำท่วมนั้น เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว พวกเราทุกคนลงมาในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ
พร้อมเห็นความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนชาวสงขลาและทุกคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสตูล จังหวัดพัทลุง ตลอดจน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่หากเราคิดว่าเราสามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้ การบรรเทาทุกข์ในจังหวัดอื่น ๆ จะสามารถคลี่คลายลง และสามารถดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้ด้วยประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น
โดยวันนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณอย่างเต็มที่ให้เพียงพอแก่การสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน ฟื้นฟูระบบชลประทานและระบบจัดการน้ำใน 5 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเมื่อปีที่ผ่านมา
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ ครม.ทุกคนจึงมาดูว่างานที่ได้อนุมัติไปและข้อสั่งการต่าง ๆ มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว วันนี้เรายึดหลักว่าจะต้องเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อมที่สุด ถอดบทเรียนทุกบทเรียนที่ผ่านมา จุดใดที่เป็นคอขวดหรือเป็นทางระบายน้ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำล้วนมีผลต่อการระบายน้ำ ทุกหน่วยของราชการจึงต้องเร่งทำให้เส้นทางน้ำมีความพร้อมในการใช้งาน
“เรื่องนี้เราอย่าโยนให้กระทรวงเกษตรฯ ทำอย่างเดียว กรมโยธาธิการฯ เทศบาล จังหวัด ต้องร่วมมือกันทำงาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกอันตรายที่จะเกิดขึ้นอย่างปีที่ผ่านมา จะไม่เกิดขึ้นอีกในปีนี้ ข้อมูลต้องมีการร่วมกันทั้งปริมาณฝน ปริมาณน้ำ สภาพอากาศ เราต้องแชร์ข้อมูลร่วมกันทุกหน่วยงาน เพื่อให้การประเมินสถานการณ์เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ที่สำคัญในการแจ้งเตือนประชาชนจะต้องแจ้งเตือนให้ทันท่วงที รวมถึงการเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เส้นทางอพยพ ศูนย์พักพิง ต้องทำให้พร้อม เมื่อเกิดเหตุทุกฝ่ายต้องเข้าช่วยเหลือประชาชน” นายอนุทิน กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่าเราชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่เราต้องก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหากเกิดเหตุขึ้นมา เราต้องเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาความทุกข์เหล่านั้นให้กับประชาชนได้ด้วยความรวดเร็วและทันท่วงที
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในวันที่ประชาชนมีความเดือดร้อน ตนได้กำชับให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลทำงานแบบลดขั้นตอน ลดเอกสาร และใช้ข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้วดำเนินการให้มากที่สุด เรื่องใดที่ประชาชนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือมีความตกหล่น ขอให้รีบแจ้งเข้ามา และรัฐบาลจะติดตามให้ครบ
สุดท้ายนี้ ตนขอให้ประชาชนชาวสงขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อาศัยอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ ได้มั่นใจว่าวันนี้รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้า และผลักดันศักยภาพของจังหวัดสงขลา รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ให้เดินหน้าไปพร้อมกัน ในเรื่องน้ำเราต้องลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ส่วนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต้องเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและเชื่อมโยงพื้นที่ เรื่องเศรษฐกิจเราต้องทำให้การลงทุน การท่องเที่ยว การสร้างโอกาสของประชาชน การจ้างงาน สร้างรายได้ให้กลับคืนสู่ประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด ด้วยความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของทุกคน จะต้องมีการแก้ปัญหาและแก้ไขให้ตรงจุด
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เราต้องทำให้จังหวัดสงขลาที่เป็นทั้งเมืองเก่า เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรม และเป็นเมืองที่มีอาหาร ชุมชน เป็นที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้องให้สิ่งเหล่านี้อยู่กับสงขลาตลอดไปในบริบทที่ดียิ่งขึ้น และมีการพัฒนา มีการยกระดับ มีการเพิ่มการอำนวยความสะดวกในทุกด้านให้กับประชาชนให้จงได้
ในการประชุม ครม.นอกสถานที่ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการย้ายสถานที่จากกรุงเทพฯ มาจังหวัดสงขลา แต่ทำให้พื้นที่ที่มีปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไข และสร้างศักยภาพทุกมิติให้กับพื้นที่จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม
โดยพรุ่งนี้เราจะนำเสนอในเรื่องของการทำประกันอุทกภัยให้กับประชาชนในทุกหลังคาเรือน หากเกิดเหตุขึ้นประชาชนจะได้ไม่ต้องกังวลในเรื่องการพิสูจน์ตัวบุคคล สถานที่ เป็นผู้เช่าหรือเป็นเจ้าของเคหสถาน บ้านเรือน หากอยู่ที่จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ไม่ว่าจะมาจากไหน รัฐบาลจะให้การดูแลคุ้มครองเบื้องต้น
โดยในรายละเอียดพรุ่งนี้ (1 ก.ย.69) จะออกมาเป็นขั้นตอน วิธีการดำเนินการ และการกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ของผู้ที่ได้รับเงินส่วนนี้ หากมีสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น เราก็จะทำทุกอย่าง จากที่ประชาชนบอกว่ารัฐบาลช้า เราก็พยายามจะเร่งให้เกิดความสะดวกสบายที่จะทำให้เกิดการเยียวยาให้กับประชาชนโดยเร็ว เราจะไปอีกหลายจุด และจะไปรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนชาวสงขลาด้วยตัวเอง จะรับโจทย์ทุกอย่างต่อหัวใจของพี่น้องมาแก้ไขให้เร็วที่สุด หากมีการเร่งปรับสภาพทางระบายน้ำ มีการต่อเติมเสริมส่วนที่ชำรุดเสียหาย หรือส่วนที่ต้องปรับเปลี่ยนซ่อมแซม
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เรากำลังทำเส้นทางเดินของน้ำเพื่อไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือนของประชาชนให้เกิดความเสียหาย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งและเพิกเฉย แต่ตรงกันข้าม เราใช้เวลาทุกนาทีในการคิดแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับประชาชนชาวจังหวัดสงขลาและอีก 4 จังหวัดในเขตภาคใต้ รวมถึงทำเช่นนี้ไปกับทุกจังหวัด ทุกเขต เพื่อให้มั่นใจว่าในที่สุดแล้วเราก็จะบริหารสถานการณ์และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบได้ พร้อมขอให้หน่วยงานทุกหน่วยงานให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ วันนี้ไม่ใช่ข้อสั่งการของคนใดคนหนึ่ง ทางผู้ว่าฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ อธิบดี นายก อบจ. อบต. เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกคน นี่คือข้อสั่งการของรัฐบาลที่จะต้องให้ความร่วมมือ ในส่วนที่ปฏิบัติรัฐบาลก็ปฏิบัติให้ แต่ส่วนที่อำนวยความสะดวกจะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อประชาชน
นายกรัฐมนตรีได้แนะนำกลุ่มคณะรัฐมนตรีที่เดินทางมาพร้อมกัน หนึ่งในนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ตนได้ชี้จุดกระโดดน้ำให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาแล้ว ถ้าหากไม่สามารถดูแลความสะดวกหรือความปลอดภัยให้กับประชาชนได้
ในระหว่างการแนะนำตัวผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรีได้บอกกับประชาชนว่า ตนได้ชี้จุดกระโดดน้ำให้กับผู้ว่าฯ ดูแล้ว ถ้าปีนี้มีปัญหาอีก เราจะมาดูเขาอยู่ตรงนี้ พร้อมชี้ไปที่ประตูระบายน้ำ และถามว่า “จะลงไปเองหรือจะใช้เชือกห้อย มีอยู่แค่นั้น” ซึ่งตนคิดว่าเขาไม่ให้เกิดปัญหาแน่นอน และเขาก็มาบอกผมว่าได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม แม้จะชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องชนะในเรื่องการดูแลประชาชน
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้แนะนำ นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ หรือนายกฯ แป้น มาโอบไหล่และตบไหล่ พร้อมระบุว่า มีคนบอกว่าเขาชอบนินทาตน จริงที่ไหน กอดกันอย่างนี้ “ถ้าเหงื่อไม่ออกหอมแก้มแล้ว” จริง ๆ ตอนที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ คนแรกที่ตนเจอคือเขา ตนก็เลยยังงงว่าทำไมมีคนชอบนินทาเขาให้ตนฟัง ว่านายกฯ แป้นไม่ค่อยทำงาน แต่ไม่เป็นไร ตนคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ตนกับนายกฯ แป้นมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น เรามาจากไหน ต่างกันอย่างไร ไม่เคยรู้จักมาก่อน พอเจอปัญหาพี่น้องประชาชน เราแยกไม่ออก ดังนั้นวันนี้เชื่อว่านายกฯ แป้นน่าจะทำงานกับตนได้ ก่อนที่จะยื่นไมค์ไปถามว่าจะทำงานกับตนหรือไม่ ซึ่งนายกฯ แป้นตอบว่า “ได้ครับ ทำครับ”
“วันนี้แป้นกับหนูอยู่ด้วยกันแล้วครับ ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนหาดใหญ่ ไปไหนไม่ได้แล้ว ถ้าหลบไปที่บ้าน ผมก็จะตามที่บ้านแล้วขับรถพาออกมาเอง” นายอนุทิน กล่าว