อาจารย์วีระพันธุ์ มาไลยพันธุ์ อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์ภาพแผนที่ภูมะเขือ พร้อมระบุว่าก่อนหน้านี้มีความพยายามแก้ไขแผนที่ให้กัมพูชารุกล้ำขึ้นมาได้
โดยภาพแรก อาจารย์วีระพันธุ์ ระบุว่า“ช่วงเผลอรัฐบาลอภิสิทธิ์ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลนายกฯ ตู่ ยาวนานอีกประมาณ 8 ปี ทหารกัมพูชาได้ยกพล–ขนยุทโธปกรณ์ ชักรอกลวดสลิงขึ้นมาครอบครอง ช่วงนี้แม้มีการสู้รบ แต่เสาอากาศจานเรดาร์ก็ไม่มีใครกล้ายิงทำลาย นายใหญ่สั่งห้ามยิงเป้านี้ในการสู้รบชิงพื้นที่
เป็นการรบที่ทั้งทหารไทยและพลเรือนไทยต้องเสียชีวิต แต่บทปรองดอง (ซูเอี๊ย) ของนักการเมืองไทย–กัมพูชา ยังสถาพรตลอดมา”
ภาพที่ 2 แสดงพื้นที่ซึ่งทหารกัมพูชาขึ้นมาตั้งค่าย ขนลูกเมียขึ้นมาเป็นโล่มนุษย์ ฝ่ายไทย “แก้ไข” แผนที่ L.7018 รองรับการรุกล้ำนี้ โดยตนมีโอกาสสอบถามเจ้ากรมแผนที่ทหารเมื่อวานนี้ ซึ่งมีหลายคนรับฟังอยู่ด้วย อาทิ อาจารย์หม่อมวัลย์วิภา แม่ทัพกนกฯ ฯลฯ ถึงประเด็นการแก้ไขแผนที่ให้กัมพูชา โดยเจ้ากรมฯ ยืนยันว่าเป็นความผิดพลาด (Error) เล็กน้อยทางเทคนิค ตนจึงถามซ้ำว่า “ไม่ใช่มีคำสั่งแก้ไขจากผู้ใหญ่หรือ?” เจ้ากรมฯ ยืนยันว่าไม่มีใครสั่งเขาได้ เป็นเพียงความผิดพลาดทางเทคนิค
ภาพที่ 3 เป็นภาพเสาธงชาติไทยล่าสุด ซึ่งจากภาพถ่ายจะเห็นว่าอยู่บนยอดสูงสุดติดริมหน้าผามากที่สุด ภายหลังทหารไทยในปัจจุบันเกิด “เฮี้ยน” ขึ้นมา รุกไล่ทหารกัมพูชาลงไปจากเนินภูมะเขือจนหมด พร้อมมีข่าวว่าทำลายระบบชักรอกลวดสลิงขนส่งคนและยุทโธปกรณ์ของกัมพูชาจนหมดสิ้นสภาพ คงเหลือเพียงทหารไทยครอบครองทั้งเนิน เช่นเดียวกับเนินสัตตะโสม (ฝั่งตะวันออกเนินเขาพระวิหาร) และทั้งสองเนินนี้ฝ่ายไทยมีถนนยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ขึ้นถึงยอดได้อย่างสะดวกสบาย
ส่วนภาพที่ 4 เป็นแผนที่ L.7018 ของไทย แสดงตำแหน่งที่ตน “สันนิษฐาน” ว่าเป็นจุดที่ทหารไทยตั้งเสาธงชาติถาวร ซึ่งสามารถมองเห็นได้รอบด้าน เป็นพื้นที่ว่างที่ทหารกัมพูชาถอยลงไปหมดแล้ว และทหารไทยเข้าครอบครองจุดสูงข่มนี้โดยสมบูรณ์