นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 4 - 6 ธันวาคม 2568
นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมประชุมฯ ว่าได้หารือกับนางสาวแคโรลีน - เมลานี เรกิมบัล หัวหน้าสำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ รวมถึงหารือกับ นางสาวอิชิกาวะ โทมิโกะ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรญี่ปุ่นประจำการประชุมด้านการลดอาวุธ
ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้ไปพูดคุยเรื่องทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นรายที่ 7 ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่า เป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่เพิ่งนำมาฝัง และทางคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT ก็ได้ยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงบ่ายเบี่ยง บอกว่า เป็นทุ่นระเบิดเก่า
รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยด้วยว่า ระหว่างที่พูดคุยกับหัวหน้าสำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ และเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรญี่ปุ่นประจำการประชุมด้านการลดอาวุธ ไทยได้เสนอว่าควรจัดตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องกัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางและเป็นอิสระ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยเสนอให้ตั้งคณะกรรมการฯ ชุดนี้โดยเร็วที่สุด เพราะหากเกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นรายที่ 8 สถานการณ์จะยิ่งแย่ลง
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ไทยจะขอให้เลขาธิการสหประชาชาติจัดการประชุมรัฐภาคีสมัยพิเศษ (Special Meeting) ตามข้อ 8 วรรค 5 ของอนุสัญญา และขอให้จัดตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระ (Independent Body) ตามข้อ 8 วรรค 7 ของอนุสัญญา ซึ่งเป็นกลไกที่ไม่เคยมีประเทศสมาชิกภาคีประเทศไหนใช้กลไกดังกล่าวมาก่อนในที่ประชุม เพื่อสะท้อนความโปร่งใสของฝ่ายไทย