จากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของ "นัทปง" หรือ "ณัฐวุฒิ ปงลังกา" นักข่าวชื่อดัง ซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหันที่บ้านพักย่านบางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา กลับกลายเป็นประเด็นร้อนหลังจากผลชันสูตร พบสารไซยาไนด์ ในกระแสเลือดและกระเพาะอาหาร
โดย "พุทธ อภิวรรณ" ได้เปิดไทม์ไลน์ - แผนผังในบ้าน "นัทปง" ก่อนเสียชีวิต (วันที่ 30 พ.ย. 2568) ในรายการ “ลุยชนข่าว” ไว้อย่างน่าสนใจ โดยบอกว่า วันที่เกิดเหตุ มีบุคคล 5 คนนั่งกินดื่มอยู่ในบ้านด้วยกัน ประกอบด้วย โอ, บิ๊ก, ต้น, นัท, ออ
ลำดับเหตุการณ์ก่อน “นัทปง” เสียชีวิต
โดยนัทจัดรายการ “Phutta Talk” เลิกประมาณตี 2 กว่าๆ หลังจากนั้น นัทกลับบ้าน และพอ "พุทธ อภิวรรณ" ทราบข่าวเสียชีวิตตอนเช้า ก็ได้ถามทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้ง "ออ" กับ "โอ" ซึ่งพนักงานฝ่ายข่าว เพื่อนของนัทที่ไปกินกันตามปกติ รวมถึง “ต้น” และ “บิ๊ก” ซึ่งทุกคนใช้คำว่า “นัทนอนแล้วหลับไป”
ซึ่ง “ออ” กับ “โอ” บอกว่า ก่อนเกิดเหตุ นัทได้ชวนให้ตามไปที่บ้าน เพื่อกินอาหาร โดยมีอาหารประกอบด้วย KFC พิซซ่า ก๋วยจั๊บ(ที่กินไม่หมดเลยถือไปด้วย) ซึ่งจากการสอบถามบอกไปถึงบ้านนัทเวลาประมาณ เวลา 01.45 น. ซึ่งมีออไปด้วย ซึ่งตอนที่ไปถึง เขาบอกว่ามี “ต้น” รออยู่ที่บ้านแล้ว (ต้นคือเพื่อนของนัท) และระหว่างที่ “โอ” กับ “ออ” รอนัท ก็เจอ “บิ๊ก” เดินลงมาจากด้านบนบ้าน (บิ๊กคือเพื่อนของนัท)
จากนั้นนัทกลับมาถึงบ้าน แต่ยังไม่เข้าบ้าน ชวน “ออ” ไปซื้อของ และวนเข้ามาบ้าน จากนั้นมีการดื่มกินกันภายในบ้าน โดย "พุทธ อภิวรรณ" บอกว่า ในวงย้ำว่าไม่มีการทะเลาะกัน และไม่มีใครรู้ว่าจะมีไซยาไนด์ ตอนที่กินก็ปกติ ไม่มีปัญหาอะไรกันเลย นัทมีการดื่ม และเทเหล้าเอง และยังมีการผัดมาม่าซึ่งนัทก็กินด้วย
หลังจากดื่มกินเสร็จ “โอ” ออกจากบ้านคนแรก เวลา 05.36 น. ตอนนั้น “ออ” นอนที่โซฟา ตอนนั้นนัทยังแกล้งปลุกให้ตื่น ส่วน “บิ๊ก” กับ “ต้น” ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ
พอกลับถึงบ้าน “โอ” ปิดเสียงโทรศัพท์ เพราะวันอาทิตย์เป็นวันหยุดตั้งใจว่าจะนอนหลับ จนกระทั่งตอนสาย 11 โมงครึ่งตื่นขึ้นมา เห็นว่า “ต้น” โทรมา 2 สาย ตอนเวลาประมาณ 09.38 น. ก็เลยโทรกลับไป โดย “ออ” เป็นคนรับสาย บอกว่า เจ้าหน้าที่กำลังเอาร่างนัทไปที่นิติเวช และ “ออ” มาทราบตอนหลังเหมือนกันว่านัทเสียชีวิตแล้ว
ไทม์ไลน์หลัง "โอ - ออ" ออกจากบ้าน
นัทขึ้นห้องก่อนที่ “โอ-ออ” จะกลับ ซึ่งนัทยังมีสติ โดยก่อนกลับ “ออ” นอนที่โซฟา “บิ๊ก-ต้น” ก็ยังอยู่ แต่นัทก็ขอตัวขึ้นไปนอน หลังจากนั้นไม่ถึง 40 นาที “โอ-ออ” ก็กลับ ซึ่งในตอนนั้นนัทอยู่ข้างบนไม่ลงมาแล้ว
จากนั้น “บิ๊ก-ต้น” ช่วยกันเก็บของข้างล่าง แล้ว “บิ๊ก” ก็ขึ้นไปข้างบน(บิ๊กขึ้นไปข้างบนหลังจากที่นัทขึ้นไปได้ราวๆ 50 นาที) “ต้น” ยังอยู่ข้างล่าง หลังจากนั้น นัท กับ “บิ๊ก” เริ่มมีปากเสียงกัน ซึ่ง "พุทธ อภิวรรณ" บอกว่า “บิ๊ก” เล่าเองว่าเหมือนมีการเอามือไปปัดโดนหน้าของนัท เหมือนมือสะบัดไปโดน ไม่ได้รุนแรง แค่ 1 ครั้ง
หลังจากนั้นนัทออกมาฉี่ นัทไม่ได้กลับเข้าห้อง โดย “บิ๊ก” ออกมาดู 2 รอบ รอบแรกเข้าห้องน้ำ จากนั้นนัทเดินลงไปชั้น 1 เข้าไปในห้อง (ที่เสียชีวิต) ซึ่ง “บิ๊ก” ตามลงมา ขณะที่ “ต้น” เล่นโทรศัพท์ที่โซฟา จากนั้น “บิ๊ก” ไปตามนัทในห้อง แต่นัทไม่ขึ้น นัทตอบอือๆ ลักษณะเหมือนคนเมา “บิ๊ก”เลยกลับขึ้นข้างบน ส่วนเรื่องอ้วกไม่รู้ว่าอ้วกตอนไหน เข้าใจว่าเมาแล้วอ้วกออกมา
“ต้น” ออกจากบ้าน แต่ลืมกระเป๋าเงิน จึงวนกลับมารอบ 2 ตอนประมาณ 07.30 น..บอกว่ายังได้ยินเสียงนัทกรนจากห้อง (ที่เสียชีวิต) และได้กลับออกไป
ไทม์ไลน์ตอนพบร่างของ “นัทปง”
ตอนเช้า “บิ๊ก” สะดุ้งตื่น และเดินลงมาข้างล่าง ยังฝังใจเพราะทะเลาะกัน เลยลงไปเรียกที่ห้องนั้น เรียกพี่นัทๆๆ แต่ก็เงียบ ด้วยความตกใจเลยแหกปาก และจำไม่ค่อยได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และพอ “บิ๊ก” ได้สัมผัสและรู้ว่านัทไม่อยู่แล้ว เลยโทรตามแต่ละคนให้กลับมา
โดย “บิ๊ก” บอกว่าตอนที่สัมผัสตัวนัท เขาได้จับชีพจร ทำ CPR ให้แบบไม่ได้เคลื่อนร่าง โดยในตอนนั้นร่างของนัท อยู่ในลักษณะท่านอนอยู่บนโซฟาครึ่งตัว โดยแผ่นหลังพาดโซฟา หัวด้านหลังอยู่บนโซฟา ส่วนเอวกับขาพาดอยู่ที่พื้น
สารไซยาไนด์ มาจากไหน?
โดย "เอ็ม" เพื่อนของนัท ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก่อนเสีนชีวิต ได้เปิะเผยในรายการ “Phutta Talk” ว่า นัทเคยมากระซิบตนว่าเขามีสารไซยาไนด์ ซึ่งตอนนั้นไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มาก และส่วนหนึ่งก็คิดว่านัทเขาเป็นนักข่าว อาจจะมีสารเหล่านี้จากเคสตัวอย่างเก็บไว้กับตัวบ้าง เพื่อเอาไว้ศึกษา แต่ตนไม่เคยเห็นสารไซยาไนด์ดังกล่าว
"ต้น" ให้ข้อมูลว่า เรื่องสารไซยาไนด์เขาเองก็เคยเห็น นัทก็พูดให้ฟังอยู่บ่อยๆ และเคยเอามาให้ดู และไม่ได้วางอยู่ในจุดที่ลับตาอะไร ถึงขั้นที่ "ต้น" เคยคิดจะเอามาชิมด้วยซ้ำว่ามันคืออะไรกันแน่ เพราะหลายคนคิดว่าเป็นเกลือ ส่วน "บิ๊ก" ก็บอกว่าเคยเห็นสารไซยาไนด์ดังกล่าว และเห็นมาไม่ต่ำกว่า 1 ปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม "ต้น" ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเอาสารไซยาไนด์ และไม่รู้ว่าสารดังกล่าวเอามาจากไหน ส่วน "บิ๊ก" รู้ว่ามีสารไซยาไนด์ แต่ไม่รู้ว่าได้มายังไง