ศาลยกฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” พ้นผิดคดีฆ่าพี่น้อย แม่ค้าขายผัก เหตุพยานหลักฐานไม่เชื่อมโยง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” คดีที่ 5 ปมฆ่า “พี่น้อย” แม่ค้าขายผัก ชี้พยานหลักฐานไม่เชื่อมโยง ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้วางยาไซยาไนด์จนเสียชีวิต

วันที่ 21 ก.ค. 69 ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ คดีที่ 5 หมายเลขดำ อ.857/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ไซยาไนด์ อายุ 39 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใส่สารพิษไซยาไนด์ลงในอาหารเพื่อมีเจตนาฆ่า นางรสจรินทร์ นิลน้อย หรือพี่น้อย แม่ค้าขายผักผู้ตาย 

 

ศาลอาญา ช่างภาพพีพีทีวี
ศาลอาญายกฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” คดีที่ 5 พ้นผิดคดีฆ่าพี่น้อย แม่ค้าขายผัก เหตุพยานหลักฐานไม่เชื่อมโยง

โดยมีมูลเหตุมาจากการที่จำเลยต้องการฆ่าล้างหนี้ที่จำเลยยืมเงินผู้ตายจำนวน 60,000 บาท และให้สามีของผู้ตายชดใช้หนี้ในมูลค่าที่สูงกว่าที่ยืมไป ด้วยการผสมไซยาไนด์ลงในสลัดผัก ผู้ตายนำมากิน ก่อนเป็นลมชัก และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สืบเนื่องจากการมีผู้เสียชีวิตหลายรายที่จำเลยเกี่ยวข้องด้วยการวางยาไซยาไนด์ ในช่วงเดือนมีนาคม 2566 ทำให้สามีของผู้เสียชีวิตสงสัยว่า จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนางรสจรินทร์ ภรรยา เมื่อช่วงปี 2565 สามีของผู้ตายจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับจำเลย กล่าวหาว่าเจตนาฆ่าผู้ตายโดยปลอมปนสารไซยาไนด์ลงไปในสลัดผัก ทำให้ร่างกายดูดซึมเข้ากระแสเลือด เป็นเหตุให้เสียชีวิต

โจทก์มีนายแพทย์ผู้รักษาผู้เสียชีวิตเบิกความว่า เลือดของผู้ตายมีภาวะเลือดเป็นกรด จากการติดเชื้ออย่างรุนแรง หรือได้รับสารพิษ แต่พยานไม่ได้ยืนยันว่า ผู้ตายได้รับสารพิษจากสารไซยาไนด์ ไม่สามารถบอกได้ว่าสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายนั้นเป็นการนำเข้าของผู้ตายเอง หรือด้วยวิธีการใด ไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ว่ามาจากสารพิษชนิดใด มีแต่ระบุว่าเลือดเป็นกรดเท่านั้น พยานหลักฐานจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้วางยาไซยาไนด์ให้ผู้ตายรับประทาน

ส่วนพยานที่เป็นลูกจ้างของผู้ตายระบุว่า ได้พบเห็นจำเลยนำสลัดผักมาให้ผู้ตายรับประทาน โดยให้การว่าจดจำรถของจำเลยได้ เนื่องจากจำเลยมาหาผู้ตายบ่อยครั้ง แต่พยานไม่สามารถตอบคำถามค้านของทนายจำเลยได้ว่า จำเลยใช้รถยนต์ยี่ห้อใด และไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนนำสลัดมาให้ผู้ตายรับประทาน

ส่วนมูลเหตุแห่งการฆ่าที่โจทก์อ้างว่าเป็นการฆ่าล้างหนี้จำนวน 60,000 บาท แต่จากข้อเท็จจริงพบว่า ผู้ตายนำรถยนต์มาจำนำกับจำเลยในจำนวนเงิน 100,000 บาท และผู้ตายได้ชำระหนี้ให้แก่จำเลยไปแล้ว 50,000 บาท โดยหลังจากเสียชีวิต จำเลยอ้างกับสามีผู้ตายว่าต้องชดใช้หนี้ค่าจำนำรถยนต์จำนวน 600,000 บาท แต่มีการต่อรองลดเหลือ 300,000 บาท สามีของผู้ตายยอมชดใช้เงินจนครบจำนวน 300,000 บาท และได้รถยนต์คืนไปแล้ว จึงไม่อาจเป็นมูลเหตุจูงใจให้ก่อเหตุ พยานหลักฐานของโจทก์ไม่เชื่อมโยงว่า จำเลยจะกระทำความผิดตามที่สันนิษฐานมาข้างต้น พิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ ฐานฆ่าผู้อื่นมาแล้วรวม 4 คดี

คดีที่ 1 ศาลสั่งประหารชีวิต คดีวางยาฆ่า น.ส.ศิริพร หรือก้อย ขันวงษ์ เสียชีวิตบริเวณท่าน้ำ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

คดีที่ 2 คดีวางยาฆ่า พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ หรือสารวัตรปู ศาลพิพากษาประหารชีวิต แต่คำให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

คดีที่ 3 คดีวางยาฆ่า น.ส.นิตยา แก้วบุปผา วิศวกรสาว ที่ จ.นครปฐม ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอว่าจำเลยครอบครองไซยาไนด์ หรือประสงค์ต่อทรัพย์

คดีที่ 4 คดีวางยาฆ่า ร.ต.อ.หญิง สุกานดา วิมลมาลย์ หรือผู้กองนุ้ย อดีตรองสารวัตรการเงิน สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น โดยใส่สารพิษในเครื่องดื่มให้ผู้กองนุ้ยดื่มจนถึงแก่ความตาย ศาลพิพากษาประหารชีวิต ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกแอมไว้ตลอดชีวิต

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ