พันเอก ริชฌา สุชสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยในการแถลงข่าวศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงเช้าวันที่ 18 ธ.ค. 68 ระบุว่า ภาพรวมยังคงมีการโจมตีจากฝั่งกัมพูชาในทุกพื้นที่
แม้บางจุดที่แสดงเป็นเครื่องหมายสีเขียวจะอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทยแล้ว และอยู่ระหว่างการสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่เพื่อป้องกันการโต้ตอบจากฝั่งกัมพูชา แต่สถานการณ์ยังไม่ถือว่าสงบ เนื่องจากยังมีความพยายามเข้าตีเพื่อช่วงชิงพื้นที่คืนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในภาพรวมฝ่ายไทยยังคงได้เปรียบทางยุทธการ
พันเอก ริชฌา เผยว่า พื้นที่ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานีถึงสุรินทร์ ได้แก่ ช่องอานม้า ซำแต ช่องจอม-ช่องเปรอ-ช่องระยี และช่องคนา ฝ่ายไทยสามารถควบคุมพื้นที่ไว้ได้ และยังคงได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ แม้จะต้องรับมือกับการโจมตีเป็นระยะ
ขณะที่พื้นที่ภาคที่สอง บริเวณปราสาทตาควาย โดยเฉพาะเนิน 350 ซึ่งเป็นยุทธภูมิสำคัญ ยังคงมีการสู้รบอย่างหนัก ปัจจุบันมีรายงานว่ามีการสูญเสียกำลังพลจำนวนมาก และยังมีทหาร 2 นาย ที่ยังไม่สามารถนำร่างออกจากพื้นที่ได้ เนื่องจากถูกระดมโจมตีอย่างต่อเนื่อง
ส่วนพื้นที่ภาคที่หนึ่ง ซึ่งเป็นจุดพยายามผลักดันการรุกล้ำอธิปไตย 3 จุด ได้แก่ บ้านคลองแผง บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน เป็นพื้นที่ราบและมีชุมชนอยู่ใกล้แนวชายแดน ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายระดมยิงกันด้วยอาวุธวิถีโค้ง ทั้งปืนใหญ่ ทั้งจรวดเข้าหากัน เพื่อที่จะช่วงชิงพื้นที่
ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุว่า พบการใช้อาวุธ BM-21 ยิงเข้าใส่พื้นที่เกษตรและเขตพลเรือนหลายร้อยลูก แทนการโจมตีเป้าหมายทางทหาร ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และฝ่ายไทยมีความจำเป็นต้องตอบโต้
สำหรับในบางจุดมีสถานการณ์หนัก เบา สลับไปมา แต่ถ้าเป็นพื้นที่ช่วงชิงจะหนักหน่วงเหมือนเดิม ฝ่ายไทยต้องยับยั้งการโจมตีของฝ่ายกัมพูชาให้ได้มากที่สุด ไม่ให้รุกเข้ามายึดคืนแผ่นดินไทย ควบคู่ การรุกยึดคืนพื้นที่อธิปไตยไทย
กองทัพบกย้ำว่า การปฏิบัติการของฝ่ายไทยในขณะนี้มีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการโจมตีของกัมพูชา ทำลายอาวุธยิงสนับสนุนและที่ตั้งทางทหารที่เริ่มมุ่งเป้าเพ่งเล็งไปยังประชาชนคนไทย เพื่อป้องกันความสูญเสียและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยให้ได้มากที่สุด