เบี้ยผู้สูงอายุ หรือ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คือ สวัสดิการที่ทางภาครัฐ จัดสรรให้แก่ ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นเงินช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายค่าครองชีพในแต่ละเดือน เนื่องจากรายได้ จากอาชีพผู้สูงอายุที่ทำอยู่ในแต่ละเดือน อาจไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย โดยแต่ละปีจะมีการเปิดให้ผู้ที่มีคุณสมบัติรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรายใหม่มาลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ สามารถเช็กรอบจ่ายเงิน ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 โดยรัฐบาลยึดหลักเกณฑ์จ่ายเงินเข้าบัญชีวันที่ 10 ของทุกเดือน หากไม่ติดวันหยุด
ปฏิทินการจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 2569
- เดือนมกราคม : วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569
- เดือนกุมภาพันธ์ : วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
- เดือนมีนาคม : วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569
- เดือนเมษายน : วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569
- เดือนพฤษภาคม : วันศุกร์ที่ 8พฤษภาคม 2569
- เดือนมิถุนายน : วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569
- เดือนกรกฎาคม : วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569
- เดือนสิงหาคม : วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569
- เดือนกันยายน : วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569
- เดือนตุลาคม : วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569
- เดือนพฤศจิกายน : วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 25689
- เดือนธันวาคม : วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2569 (เนื่องจากวันที่ 10 ธันวาคม ตรงกับวันรัฐธรรมนูญ)
หมายเหตุ : เดือน มกราคม – กันยายน 2569 เป็นปีงบประมาณ 2569
จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามเกณฑ์อายุ
- อายุ 60 - 69 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 600 บาท
- อายุ 70 - 79 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 700 บาท
- อายุ 80 - 89 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 800 บาท
- อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 1,000 บาท
เงื่อนไขการรับสิทธิเบี้ยผู้สูงอายุ
- มีสัญชาติไทย
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ยืนยันสิทธิขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- เป็นผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด
ใครบ้างไม่สามารถรับสิทธิ
ผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ เงินบำนาญ เบี้ยหวัด เงินอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกับเงินเบี้ยยังชีพ เช่น ผู้สูงอายุที่เคยทำงานและได้รับเงินเดือน มีรายได้ประจำ หรือผลตอบแทนอื่น ๆ จากหน่วยงานรัฐ หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หลักฐานการลงทะเบียนรับสิทธิ
ลงทะเบียนด้วยตนเอง
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด
- สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์) จำนวน 1 ชุด
ไม่สามารถไปลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง
- หนังสือมอบอำนาจ (ยื่นแบบฟอร์มให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด
ขั้นตอนการยื่นขึ้นทะเบียน
- ประกาศและประชาสัมพันธ์ให้ผู้สูงอายุทราบสิทธิของตนเอง
- ลงทะเบียนตามวัน เวลา สถานที่ที่กำหนด (ในวันและเวลาราชการ)
- ให้ผู้สูงอายุลงทะเบียนได้ตามแบบรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ด้วยตนเอง
สถานที่ในการขึ้นทะเบียน
- จุดบริการใน กทม. : สำนักงานเขต 50 เขต
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) : ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.
- องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น : องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
- กรณีคนที่เคยลงทะเบียนไปแล้วไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำอีก สำหรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยกเว้นย้ายที่อยู่ จึงค่อยไปแจ้งยืนยันสิทธิ์ใหม่ (กรณีย้ายตามทะเบียนบ้าน)
การสิ้นสุดการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
- ถึงแก่กรรม
- ขาดคุณสมบัติ
- แจ้งสละสิทธิการขอรับเงินเบี้ยยังชีพเป็นลายลักษณ์อักษร
หมายเหตุ : กรณีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพสิ้นสุดลง ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ สั่งระงับการจ่ายเงินสำหรับบุคคลดังกล่าวทันที
เบี้ยผู้สูงอายุ ถือเป็นสิทธิและสวัสดิการที่ผู้สูงอายุชาวไทยทุกคนควรจะได้รับ ดังนั้นถ้าใครที่อายุครบ 59 ปีบริบูรณ์แล้ว หรือมีบุคคลในครอบครัวอายุถึงแล้วควรรับสิทธิ เพื่อประโยชน์ของตนเอง