27 ธ.ค. 2568 เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปที่บ้านของ พลทหารนิธิกร สมทุม หรือ “พลทหารโตเกียว” อายุ 21 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเหตุปะทะบริเวณสมรภูมิบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว หลังถูกสะเก็ดระเบิดจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา กระเด็นเข้าบริเวณลำคอ อาการสาหัส
ด้าน นางทิพย์ สิงห์แก้ว อายุ 67 ปี ยายของพลทหารโตเกียว เปิดเผยด้วยน้ำเสียงตื้นตันว่า ช่วงแรกที่ทราบข่าวว่าเหมือนหลานชายเสียชีวิต
ถึงกับเป็นลมและร้องไห้เสียใจอย่างหนัก แต่เมื่อได้รับแจ้งภายหลังว่ามีปาฏิหาริย์ หลานชายกลับมามีชีพจรและอาการดีขึ้น ก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก แม้จะยังเผื่อใจอยู่บ้าง แต่ก็หวังให้หลานฟื้นตัวโดยเร็ว หากมีโอกาสก็อยากเดินทางไปเยี่ยมให้เห็นกับตา
ขณะที่ น.ส.วันวิสาข์ สิงห์แก้ว อายุ 26 ปี น้าสาวของ พลทหารนิธิกร เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวครอบครัวญาติพี่น้องตกอยู่ในความโศกเศร้าอย่างหนัก เมื่อได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าพลทหารโตเกียว อาการวิกฤตถึงขั้นเสียชีวิต ก่อนจะเกิดปาฏิหาริย์ เมื่อแพทย์แจ้งว่ายังพบชีพจร และสามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ก่อนนำตัวเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ล่าสุด ครอบครัวได้รับแจ้งจากทีมแพทย์ว่า สามารถผ่าตัดต่อเส้นเลือดใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บได้สำเร็จ อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยแม่ของพลทหารโตเกียวได้เดินทางไปถึงโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมอาการได้ ต้องรอฟังผลการประเมินจากแพทย์อย่างเป็นทางการ สร้างความดีใจและโล่งใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก
น้าของพลทหารโตเกียว ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนเป็นชาวบ้านชายแดน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ห่างจากปราสาทตาเหมือนธม ประมาณ 6 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในผู้อพยพจากเหตุความไม่สงบ แม้ขณะนี้จะมีการลงนามหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาแล้ว แต่ชาวบ้านยังคงมีความหวาดระแวง เกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีการประกาศหยุดยิง แต่ยังคงเกิดการยั่วยุและปะทะซ้ำ
ทั้งนี้ ญาติพี่น้องและชาวบ้านที่ทราบข่าวการผ่าตัดต่อเส้นเลือดใหญ่สำเร็จ ต่างพากันแสดงความยินดี และส่งกำลังใจให้พลทหารโตเกียวหายเป็นปกติโดยเร็ว ท่ามกลางความหวังว่าเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน จะยุติลงอย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง