วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร เปิดเผยในรายการเรื่องใหญ่เรื่องใหญ่ Live Talk ประเมินพื้นที่ที่ไทยยึดได้ ระบุว่า ถ้ายึดจากที่ "บิ๊กเล็ก" พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหมพูด คือ 99% ในพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ แต่ถ้าดูพื้นที่ทั้งหมดที่เป็นของประเทศไทย แล้วโดยกัมพูชารุกล้ำ มีอีกหลายจุดที่ยังไม่ได้เอาคืน แต่ไม่ได้อยู่ในแผนระดับแรก ส่วนที่ทางกองทัพและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องวางไว้ได้คืนเกือบทั้งหมดแล้ว
เหลือแค่จุดใหญ่ คือ พื้นที่ช่องบก และ เนิน 745 แม้ในห้วง 20 วัน เราใช้ F16 ถล่มแล้ว แต่ปัญหาก็คือ ต้องเอากำลังทหารราบขึ้นไปยึดพื้นที่
เราทราบกันดีว่า เมื่อเอา F-16 ไปถล่มกัมพูชาจะหลบหลีกได้ ซึ่งจากรายงานข่าว การปะทะครั้งที่แล้ว การข่าวระบุว่าทหารกัมพูชาสูญเสีย 4,000 – 6,000 นาย แต่กลับแถลงว่า เสียชีวิตเพียง 13 นาย บาดเจ็บ 400 นาย การปะทะครั้งล่าสุดนี้ ข้อมูลด้านการข่าวของเราประเมินว่า ทหารกัมพูชาเสียชีวิตอยู่ที่ 1,000 – 2,000 นาย โดยอธิบายว่าเขาหลบได้แล้ว เพราะจับทางเครื่องบิน F-16 ถูก จึงหลบตามบังเกอร์ ทำให้ความสูญเสียน้อยลง แต่ก็ไม่น่าจะใช่ตัวเลขเสียชีวิตเพียงหลักสิบอย่างที่กัมพูชาอ้าง
วาสนา เผยต่อว่า สาเหตุทหารยัวไม่สามารถยึดเนิน 745 ช่องบกได้เนื่องจาก เนิน 745 อยู่ในพื้นที่สูง และกัมพูชาวางกำลังไว้ยาวนาน ฐานที่มั่นแข็งแรง แม้ว่ากองทัพภาคที่ 2 จะพยายามตัดถนนเข้าไป แต่ถนนยังไม่เสร็จดีก็มารบกันก่อน จึงทำให้ไม่สามารถเอากำลังพลขึ้นไปได้สะดวก
ทั้งนี้กองทัพได้เรียงลำดับความสำคัญในการเข้ายึดไว้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่สำคัญ ขณะที่ ห้วยตามาเรีย เป้นอีกจุดที่ยังยึดคืนมาไม่ได้ โดยห้วยตามาเรียเป็นพื้นที่ที่อยู่หน้าแนวปราสาทพระวิหารและภูมะเขือ เราใช้เวลาในห้วงการปะทะมาตั้งแต่ต้น แต่กัมพูชายอมไม่ได้ เพราะถ้าเราได้ห้วยตามาเรียก็จะขึ้นวัดแก้วฯ ทางขึ้นปราสาทพระวิหารได้
นอกจากนี้ วาสนา ยังเผยบรรยากาศวันลงนามหยุดยิง 72 ชม. ที่ จ.จันทบุรี หลังมีคนสังเกตว่า บิ๊กเล็ก หน้าตึง โดยการลงนามในครั้งนั้น ไม่ใช่แค่หน้าตึง แต่รอยยิ้มแม้แต่ในดวงตาไม่มีเลย ซึ่งได้สังเกตตั้งแต่ที่กัมพูชาเดินทางข้ามด่านไพลินมา บ้านผักกาด มาเยอะมาก เมื่อมาถึงก็คุยโฟร์อายกันก่อนและให้ความสำคัญกับช่วงนี้ เกือบ 40 นาที
จากนั้นก็มีพิธีลงนาม 10-15 นาที หลังเสร็จการลงนาม ก็ไม่มีการพูดคุยถ่ายรูปหมู่เหมือนการประชุม GBC ทั่วไป กัมพูชารีบกลับ เหมือนกับว่ากัมพูชาอยู่ในภาวะเสียเปรียบ ก็อาจไม่อยากเจอหน้าศัตรูนานๆ เราก็ไม่อยากเจอเช่นกัน
ส่วนการที่ ฮุน มานิต ลูกชายฮุนเซน ซึ่งมีตำแหน่งเป็น รอง ผบ.ทบ.เดินทางมาในวันลงนามหยุดยิงด้วย วาสนา ตั้งข้อสังเกตว่า หากเตีย เซ็ยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา มา กัมพูชาก็จะส่ง ฮุน มานิต มาด้วยตลอด
ซึ่ง ฮุน มานิต นั้น ในอีกด้านก็เป็นรอง ผบ.ทบ. และ ผอ.สำนักข่าวกรอง เหมือน ฮุน มาเนต (พี่ชาย) สมัยปี 2554 และก็ถูกวางตัวเป็นผู้นำกองทัพในอนาคต
“การที่ไทยไปลงนามนั้น ไม่ถึงขั้นเป็นภาวะจำยอม แต่เหมือนเป็นจังหวะที่เราต้องลงให้สง่างาม เพราะตอนนี้เรากำลังได้เปรียบ เพราะเราได้พื้นที่เกินเป้าหมายไปแล้ว”