นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยระบุว่า หากตัดสินใจลงสมัครอีกครั้ง จะลงในนามอิสระ ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจต้องขึ้นอยู่กับการมีชุดนโยบายที่สามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมเมืองในช่วง 4 ปีข้างหน้าได้อย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนว่ายังมีคำตอบที่ดีพอสำหรับอนาคตของคนกรุงเทพฯ หรือไม่ หากมีนโยบายที่ชัดเจนและเหมาะสมจึงจะตัดสินใจลงสมัคร
นายชัชชาติ ระบุว่า หากมีการต่อยอดการทำงานในสมัยถัดไป หัวใจสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพของเมือง แม้หลายปัญหาจะมีทิศทางดีขึ้น แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ ทั้งในประเด็นการทุจริตและปัญหาการจราจร ซึ่งเห็นว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการเมืองได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอการแก้ไขกฎหมายในทุกเรื่อง ทั้งนี้ การพัฒนากฎหมายควรดำเนินไปควบคู่กัน แต่ในระยะสั้นสามารถใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงการให้บริการของภาคราชการได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มใช้เทคโนโลยีหลายด้านแล้ว และมองว่าสมัยถัดไป เทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหาเมือง
สำหรับทีมงาน หากลงสมัครอีกสมัย นายชัชชาติ ระบุว่า มีแนวโน้มจะใช้ทีมเดิม หากไม่มีปัญหา พร้อมขอให้รอการเลือกตั้งในปี 2569 และประเมินสถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงความพร้อมด้านนโยบายอีกครั้งว่ามีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับ 4 ปีข้างหน้าหรือไม่
กรณีเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อไทยชวนวิ่งที่สวนลุมพินีนั้น ผู้ว่าฯชัชชาติ ระบุเป็นเพียงการมาวิ่งออกกำลังกายและพบกันโดยบังเอิญ ไม่ได้มีนัยทางการเมืองหรือการลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย พร้อมย้ำว่าสวนลุมพินีเป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างสำหรับทุกพรรคการเมือง และอยากเห็นทุกพรรคนำเรื่องสวนสาธารณะไปเป็นนโยบายหลัก เนื่องจากการสร้างสวนสาธารณะมีความสำคัญต่อสุขภาพประชาชนไม่แพ้การสร้างโรงพยาบาล จากสถิติพบว่ามีประชาชนมาใช้พื้นที่ออกกำลังกายวันละหลายหมื่นคน จึงอยากให้ขยายแนวคิดนี้ไปสู่ทุกเมือง ทุกจังหวัด และทุกอำเภอทั่วประเทศ
ทั้งนี้ นายชัชชาติ เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในประเด็นนโยบายสวนสาธารณะ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว