พล.ท. ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปีใหม่ปีนี้ เป็นปีที่มีการทลาย วาทกรรมที่ด้อยค่ากองทัพ และความเป็นทหาร ด้วยกัน 3 วาทกรรม คือ
1. มีทหารไว้ทำไม : วาทกรรม นี้ ถูกส่งออกมาเพื่อด้อยค่า ทหารและกองทัพอย่างชัดเจน พอมีคนอธิบาย ก็จะคนมาตอบว่า เขาไม่ได้หมายถึงทหารที่ทำหน้าที่ตามแนวชายแดน เขาหมายถึง ทหารที่เข้ามายุ่งการเมือง แต่เวลาพูดถึงวาทกรรมนี้ จะถูกส่งออกกระทบทหารที่เหลือทั้งกองทัพ
2. ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ : วาทกรรมนี้ถูกส่งออกมาหลังวาทกรรม ”มีทหารไว้ทำไม“ เป็นวาทกรรมที่ตอกย้ำ ด้อยค่า ปรามาส ขีดความสามารถ ของกองทัพ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่จำเป็นในการจัดหาอาวุธที่ทันสมัย ควรเอางบประมาณไปทำอย่างอื่นดีกว่า
3. ทหารชั้นผู้น้อย หรือ ทหารระดับล่าง : เป็นวาทกรรม ที่สร้างความแตกแยก ให้กับทหารในระดับต่างๆ มีการแบ่งแยกกันเองว่าเป็นคนละพวก ด้อยค่าสร้างความไม่เท่าเทียม ระหว่าง พลทหาร นายทหารชั้นประทวน นายทหารชั้นสัญญาบัตร นายทหารชั้นนายพล
จากสถานการการสู้รบกับ เขมร ใน 2 ครั้งที่ผ่านมา คิดว่าคงจะมีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับ ทั้ง 3 วาทกรรม ว่า
ทหารมีไว้ทำไม - ทหารก็เหมือนอาชีพต่างๆ ที่มีทั้งคนดีและไม่ดี การเหมารวมคงจะไม่ใช่คำตอบ พรรคการเมือง ที่ส่งออกวาทกรรมนี้ ก็ไม่ต่างกันที่ ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส. มีคนฉ้อโกง มีคนพัวพันยาเสพติด มีคนล่วงละเมิดทางเพศ แล้วเราจะถามกลับได้หรือไม่ว่า เราจะมี พรรคการเมืองนี้ไว้ทำไม
ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ - สถานการณ์ การสู้รบ ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาคงเป็นคำอธิบายได้อย่างชัดเจน เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ถึงความเป็น มืออาชีพในการสู้รบ ของทหารไทย
ทหารชั้นผู้น้อย หรือ ทหารระดับล่าง - กองทัพก็เหมือนองค์กรอื่นๆ ที่บุคคลหลายระดับในที่ทำงาน แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ที่ต่างกัน หัวหน้า มีน้อยกว่าลูกน้อง ซึ่งทหารก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเมื่อ ทหารออกไปทำการรบด้วยกัน เขาก็เป็นทีมเดียวกัน หัวหน้าลูกน้อง ก็ออกไปทำการรบตามตำแหน่งหน้าที่ตนเอง ทหารทุกคนที่ออกรบร่วมกัน เราถือว่าทุกคนเป็นสหายร่วมรบ เพราะกระสุนไม่เลือกว่าใครเป็นใคร
จากการสู้รบกับเขมร 2 ครั้งที่ ผ่านมาคงเป็น หลักฐานเชิงประจักษ์ ที่สามารถหักล้าง วาทกรรม ทั้ง 3 ได้อย่างชัดเจน พวกเรา ที่เป็นทหาร ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ บางคนก็ไม่ได้กลับมา บางคนกลับมาไม่ครบ 32 บางคนกลับมาแต่ต้องมาอยู่สภาวะที่หวาดกลัว
ผมอยากจะบอกว่า การรบครั้งนี้มีการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนควบคุมบังคับบัญชาที่ มีเอกภาพ ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่สลับซับซ้อน มีนายทหารขั้นยศ นายพล เดินเต็มแนวหน้าไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ทบ. แม่ทัพ ผบ.พล. ผบ.พล.ป. ผบ.พล.รพศ. ผบ.ขกท. ผบ.มทบ.ต่างๆ
สรุปก็คือ ท่านจะชอบหรือไม่ชอบเรา เราไม่ว่า เราไม่เคยเรียกร้อง เพราะเราก็จะทำหน้าที่ของเรากันต่อไป แต่อย่ามาด้อยค่าพวกเราเลย มันบั่นทอน ความรู้สึกของคนที่ออกไปทำหน้าที่ ส่วนการออกไปทำงานของทหาร ตำรวจ อส. พลเรือน นักการเมืองต่างๆก็อย่าเอาไปหาเสียง กันมากนัก
มีความเห็นเพิ่มเติมจาก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อธิบายจุดยืนและแนวทางการทำงานร่วมกับกองทัพ ในช่วงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันสนับสนุนกองทัพในทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่พร้อมตรวจสอบอย่างถึงที่สุดหากพบความไม่โปร่งใส การทุจริต และการละเมิดสิทธิมนุษยชน
นายวิโรจน์ ระบุช่วงหนึ่งว่า "...ตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่ ผมเชื่อว่ากองทัพเองย่อมทราบดีว่า ผมไม่ใช่คนที่มองทหารในแง่ลบ และไม่เคยเหมารวม หากสิ่งใดที่กองทัพทำถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ผมพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน หากพบความไม่ชอบธรรม โดยเฉพาะเรื่องการซ้อมทรมานทหารเกณฑ์ การเอาเปรียบทหารชั้นผู้น้อย การทุจริตคอร์รัปชัน หรือความไม่โปร่งใส ผมก็ไม่เคยนิ่งเฉย และไม่เคยลดราวาศอกกับเรื่องเหล่านี้เลย..."
นายวิโรจน์ ย้ำว่า โดยสรุปสิ่งใดที่โปร่งใส เป็นไปตามสมุดปกขาว เป็นการลงทุนอย่างมีเหตุผล และช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ตนสนับสนุนมาโดยตลอด แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล เกี่ยวข้องกับการทุจริต การซ้อมทรมาน การเอาเปรียบทหารชั้นผู้น้อย ตนก็พร้อมติดตามตรวจสอบอย่างถึงที่สุด อย่างไม่ประนีประนอม เพราะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ทหารที่เคยทำงานร่วมกับผม ย่อมรู้ดีว่าตนมี “เส้นในการทำงาน” ชัดเจน และไม่เคยเปลี่ยน และถ้าใครทำงานกับตนที่ กมธ.ทหาร ก็จะทราบดี ว่าตนเป็นคนที่ไม่เคยจะลืมที่จะติดตามเรื่องปัญหาหนี้สินทหาร และการคิดดอกเบี้ยอย่างไม่เป็นธรรมมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งติดตามในเรื่องการดูแลในเรื่องสวัสดิการ การชดเชย และการดูแลในเรื่องอาชีพให้กับทหารผู้สูญเสียกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นระยะๆ เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ พลทหารมังกร ต้องเกิดขึ้นซ้ำอีก
"...ส่วนคำถามที่มักถามกันอยู่ขณะนี้ว่า "รู้หรือยังว่าทหารมีไว้ทำไม" ผมคิดว่า คนที่ควรตอบคำถามนี้มากที่สุด ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น นายทหารระดับสูงบางคน ที่นำเอาพลทหารไปใช้เป็นแรงงานส่วนตัว ไปเป็นคนรับใช้ ไปเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ไปขับแกร็บหาเงินให้นาย นายทหารชั้นยศสูงๆ ที่ซ้อมทรมานพลทหารจนเสียชีวิตในค่ายทหาร แทนที่ทหารหาญจะพลีชีพจากคมอาวุธของอริราชศัตรู กลับต้องมาตายอย่างไม่เป็นธรรมจากทหารฝ่ายเดียวกัน รวมถึงนายพลคนใหญ่คนโตบางกลุ่มที่ไปพัวพันกับการค้ามนุษย์ และธุรกิจผิดกฎหมาย รวมทั้งไปหาผลประโยชน์จากการทุจริตคอร์รัปชั่นในการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพ คนเหล่านี้นี่ล่ะครับ ที่ควรจะเป็นผู้ตอบคำถามว่า ทหารมีไว้ทำไม..."