องค์กรเครือข่ายกว่า 40 องค์กร พร้อมด้วย Policy Watch – The Active ไทยพีบีเอส ร่วมกันจัดงาน Policy Watch Connect 2026 เปิดพื้นที่เชื่อมโยง “ประชาชน” และ “ผู้ออกแบบนโยบาย” ระดมโจทย์ใหญ่ของประเทศมากลั่นกรองเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จับต้องได้จริง ส่งต่อถึงพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า นโยบายสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่อยู่ร่วมกับทุกคนทุกลมหายใจ
โดยคุณภาพของนโยบายสาธารณะจะเป็นตัวกำหนด โอกาสชีวิตของแต่ละคนว่ามีมากน้อยแค่ไหน แต่ที่ผ่านมานโยบายเป็นสิ่งที่รัฐเลือกที่จะทำ หรือไม่ทำ จึงส่งผลถึงคุณภาพของชีวิตประชาชน ซึ่งวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เป็นวาระสำคัญที่เกิดขึ้น 2 วาระ คือ การเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ โดยเชื่อว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยครั้งใหญ่ เพราะไม่ใช่แค่วันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียงเท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ นั่นทำให้งาน Policy Watch Connect 2026 ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะถือเป็นตัวเชื่อมให้ประชาชน ได้มีโอกาสส่งเสียงไปยังพรรคการเมืองต่าง ๆ
“ครั้งนี้พวกเราพยายามจะปรับเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา โดยจะให้ประชาชนมีบทบาทริเริ่ม ออกแบบนโยบาย งานนี้จึงเป็นพื้นที่เชื่อมโยงนโยบายสาธารณะ ให้เข้ากับเสียงของประชาชน เป็นความหวัง ความห่วงใยของประชาชน ผ่าน 12 เวทีเสวนา ที่จัดขึ้น ภายใต้โจทย์ใหญ่ของประเทศ” นายนรเศรษฐ์ กล่าว
นายนรเศรษฐ์ ยังระบุว่า หนึ่งในโจทย์สำคัญ คือ วิกฤตความน่าเชื่อถือของรัฐ ซึ่งทำให้นโยบายที่ประกาศไว้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากประชาชนขาดความเชื่อมั่น จึงเห็นว่าบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดในงาน Policy Watch Connect 2026 จะถูกรวบรวมเป็น สมุดปกขาว และจัด “ตลาดนัดนโยบาย” เพื่อเชื่อมโยงประชาชน ภาคประชาสังคม และพรรคการเมือง เปิดพื้นที่ให้ประชาชนตั้งคำถาม ติดตาม และทวงถามนโยบายจากพรรคการเมือง รวมถึงเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองชี้แจงการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคประชาชนสู่พรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งนโยบายที่ดีไม่ควรรอให้ถูกกำหนดจากนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องมาจากกระบวนการคิด และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง
ขณะที่เวทีเสวนา “ความหวังการเลือกตั้ง ฝ่าวิกฤตประเทศไทย” นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย บอกว่า มีความหวังทุกครั้งกับการเลือกตั้ง เช่นเดียวกันกับงาน Policy Watch Connect 2026 ที่อยากเห็นหลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองเอาสิ่งที่ภาคประชาชน ได้ตั้งปณิธานไว้นำไปใช้ หากภาพแบบนั้นเกิดขึ้นจริง ก็จะเป็นพลังทางประชาธิปไตยที่เข้มแข็งมาก
“เหมือนอย่างที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อ 20 ปีก่อนมีปัญหาหมอกควันพิษ ที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้นแต่เป็นผลกระทบที่มากจากประเทศเพื่อนบ้าน ในเวลานั้นรัฐบาลสิงคโปร์ ถูกกดดันอย่างหนักจากภาคประชาสังคม เพื่อขอให้ออกกฎหมายบังคับให้ บริษัทในสิงคโปร์ หากมีส่วนร่วมกับการเผาป่าจะถูกปรับอย่างหนักทุกวัน มีการกดดันต่าง ๆ ทั้งในเรื่องสินค้าที่มาจากการเผา นั่นทำให้เวลาต่อมาไม่นานอากาศในสิงคโปร์ดีขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นการที่รัฐบาลสิงคโปร์ยอมรับฟังเสียงสะท้อนของภาคประชาชน จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ดังนั้นงาน Policy Watch Connect 2026 ก็ถือเป็นสัญญาประชาคมหนึ่ง หากพรรคการเมือง หรือ รัฐบาลใหม่นำนโยบายเหล่านี้มาใช้ได้ก็จะมีประโยชน์” วันชัย กล่าว
ด้าน รศ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนฯ ย้ำว่า เวลานี้ประเทศอยู่ท่ามกลางภาวะวิกฤตในหลายมิติทั้ง การเมือง ประชาธิปไตยตกต่ำถดถอย เศรษฐกิจ ปากท้องรายได้ และ รัฐสวัสดิการที่ไม่ก้าวหน้า สิ่งที่ผู้คนมีความกังวลก็คงได้ยินคล้าย ๆ กันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะหวังได้แค่ไหน เนื่องจากหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ก็ยังไม่สามารถแก้วิกฤตได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงอยากชวนกันคิดว่า ในงาน Policy Watch Connect 2026 ครั้งนี้ มีบทเรียน มีประสบการณ์ ของผู้คนภาคส่วนต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาประเทศมารวมตัวกันเพื่อเสนอทางเลือกเชิงนโยบาย ไปสู่การผลักดันกฎหมาย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นนโยบายจากฐานราก ที่แท้จริง แต่สิ่งเหล่านี้อาจไม่อยู่ในมือของผู้มีอำนาจที่ตัดสินใจเชิงนโยบาย ทั้ง พรรคการเมือง นักการเมือง โจทย์สำคัญ คือจะทำอย่างไรที่นโยบายทางสังคม นโยบายที่ประชาชนร่วมแสวงหาทางออก จะไปอยู่ในมือของผู้มีอำนาจการตัดสินใจทางการเมือง
“Policy Watch Connect 2026 เป็นเหมือนตลาดนัดนโยบาย ที่เป็นเจ้าของแผงลอย ให้ภาคส่วนต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนนโยบายเอาของมาขาย นั่นคือนโยบายจากฐานราก แต่จะทำอย่างไรให้ของเหล่านี้ไปอยู่ในมือผู้มีอำนาจตัดสิน เข้าไปอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติได้จริง” รศ.ประภาส กล่าว
ขณะที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บอกว่า อยากให้ทุกคนในสังคม ยอมรับก่อนว่า ปัญหาสังคม คุณภาพชีวิตมีความซับซ้อนมากเกินกว่าที่การเมือง และภาคราชการจะจัดการได้ฝ่ายเดียว แม้ราชการจะมีอำนาจก็ตาม ดังนั้นจึงต้องอาศัยการดึงภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา ให้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่ง สสส. เกิดขึ้นมาเพื่อเชื่อมส่วนนี้ เพื่อสนับสนุนให้ภาคประชาสังคม สร้างโมเดลต้นแบบ หรือกระบวนการแก้ไขปัญหา เพื่อส่งต่อไปยังภาครัฐได้ขยายผลไปสู่ทั่วประเทศ แต่ก็ต้องยอมรับว่า กระบวนการเหล่านี้ บางเรื่องประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนผ่านรูปแบบโมเดล แต่พอทำจริงอาจมีความซับซ้อนมากกว่า จำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงกับเจตจำนงทางการเมือง เพื่อสนับสนุน ติดตาม ขยายผลเรื่องต่าง ๆ อย่างจริงจัง
สอดคล้องกับ นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ที่ยอมรับว่า ปัญหาต่าง ๆ ยากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนจึงคาดหวังกับการเลือกตั้งรอบนี้ ต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ซึ่งนโยบายสาธารณะ เป็นเรื่องที่สำคัญ งาน Policy Watch Connect 2026 จึงถือเป็นโอกาสดี ในการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงกันทุกภาคส่วน โดยนโยบายสาธารณะ ที่ดีคือกระบวนการทำนโนบายแบบมีส่วนร่วม จะทำให้ประเทศมีทางออก เป็นประชาธิปไตยที่มาจากฐานรากจริง ๆ คิดว่าหลายเรื่องในงาน Policy Watch Connect 2026 จะเป็นประโยชน์เพื่อไปขับเคลื่อนต่อให้เกิดความหวัง การลงมือทำ ไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งต้องทำทุกครั้งที่มีโอกาส” นพ.สุเทพ กล่าว
เช่นเดียวกับ นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ก็ย้ำถึงความสำคัญของการมีพื้นที่การมีส่วนร่วมคิดนโยบาย โดยเฉพาะการได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน โดยคาดหวัง 3 เรื่องสำคัญ คือ 1. ในเชิงกระบวนการ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ทุกคนคาดหวังให้เกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ตรวจสอบได้ 2. นโยบายสาธารณะ จะทำอย่างไรให้เสียงสะท้อนของคนตัวเล็กตัวน้อย ได้ไปอยู่บนโต๊ะนโยบายของพรรคการเมือง ทำอย่างไรให้การจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองเพียงเพราะอยากทำ หรือไม่อยากทำ แต่ต้องทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
และ 3. การมีส่วนร่วม ถือเป็นข้อต่อไปสู่ภาคประชาสังคม ให้มีส่วนร่วม ตอบโจทย์ ติดตาม ประเมิน เป็นกลไกสำคัญสู่การผลักดันเชิงนโยบาย ทำให้ทุกมิติเป็นความคาดหวังที่อยากเห็น เชื่อว่า การเลือกตั้งจะเป็นหมุดหมายสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศได้
ทั้งนี้สำหรับงาน Policy Watch Connect 2026 ระดมโจทย์ใหญ่ของประเทศมากลั่นกรองเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จับต้องได้จริง จัดขึ้นตั้งแต่ 12 - 23 มกราคม 2569 ณ สัปปายะสภาสถาน (อาคารรัฐสภา) ถ.สามเสน กรุงเทพมหานคร ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ที่ https://forms.office.com/r/uQ8UamnAVS หรือ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก https://theactive.thaipbs.or.th/news/policy-watch-connect