แม้ว่าสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จะมีการตกลงหยุดยิงแล้ว เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 แต่ในกัมพูชายังคงมีเสียงสะท้อนของชาวกัมพูชาออกมาเรื่อยๆ ในทำนองไม่พอใจผู้นำประเทศตัวเอง ที่ทำให้ประเทศเสียดินแดน โดยตั้งคำถามว่าผลาญชาติ ยังไม่หมดหรืออย่างไร?
โดยเสียงสะท้อนของหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่ง ที่แสดงความไม่พอใจต่อผู้นำประเทศตัวเอง เนื้อหาช่วงหนึ่งบอกว่า
รู้ว่าต่างชาติเกลียดประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะพวกผู้นำ เพราะมีข้อผิดพลาดเยอะมากแต่ไม่ยอมแก้ไข และยังปล่อยให้คนเวียดนามเข้ามาอยู่เต็มประเทศ มาอยู่ในพนมเปญ ครอบครองที่ดินไปทั่ว
พร้อมตำหนิผู้นำกัมพูชาที่ไม่ฟ้องไทย ตามที่รัฐบาล “สม รังสี” แนะนำ และยังห้ามประชาชนพูดถึงเรื่องนี้อีก ห้ามและขู่สื่อไม่ให้นำเสนอข่าว ทำให้กัมพูชาทำได้เพียงฟังข่าวที่ไทย กล่าวหาว่ากัมพูชารุกดินแดน พร้อมถามว่า เนิน 53 เป็นของไทยหรืออย่างไร ทำไมไปเจรจาทีไรก็ให้ตัดแผ่นดินเป็นของไทย ปล่อยให้ไทยขนอุปกรณ์มาก่อสร้างสิ่งต่างๆ อย่างเร่งรีบ ไม่สนคำแนะนำของรัฐบาล สม รังสี และยังยอมให้ โดนัลด์ ทรัมป์ มาช่วยแก้ไขปัญหา ให้ตัดดินแดนให้ไทยจะได้มีสันติภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่ครั้งนี้ที่ทำให้กัมพูชาเสียดินแดน
โดยชาวกัมพูชารายนี้ยังถามผู้นำประเทศตัวเองว่า จะรับผิดชอบอย่างไรที่ทำให้เสียดินแดน พร้อมจี้ให้รัฐบาลกัมพูชานำดินแดนที่เสียไปคืนมา โดยบอกว่าถ้าทำไม่ได้ หรือกลัวก็ให้ออกไป พร้อมทิ้งท้ายด้วยการตั้งคำถามกับ ผู้นำกัมพูชาในทำนองว่า ยังผลาญประเทศไม่หมดหรืออย่างไร