วันที่ 14 ม.ค. 69 เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ไทยร่วมกับทางการกัมพูชา เร่งให้ความช่วยเหลือและติดตามความคืบหน้า กรณีคนไทยตกทุกข์ในต่างแดน หลังถูกหลอกไปทำงานผิดกฎหมายในขบวนการสแกมเมอร์ โดยสามารถช่วยเหลือคนไทยได้ทั้งหมด 29 ราย แบ่งเป็นหญิง 14 คน ชาย 15 คน เดินทางกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี ท่ามกลางความดีใจของครอบครัวและญาติที่มารอรับ
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พ.ย. 68 ถึงวันที่ 9 ม.ค. 69 เมื่อคนไทยทั้ง 29 ราย ได้เข้าขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ในฐานะคนไทยตกทุกข์ในต่างประเทศ หลังถูกหลอกไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์หลายแห่งในประเทศกัมพูชา
สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้ประสานทางการกัมพูชาเพื่อนำตัวคนไทยทั้งหมดออกจากศูนย์สแกมเมอร์ ก่อนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชาจะดำเนินการเนรเทศกลับประเทศไทย พร้อมออกเอกสารการเดินทางฉุกเฉิน (ETD) และอนุญาตให้เดินทางกลับผ่านด่านถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าภายในกลุ่มผู้ได้รับการช่วยเหลือ มีบุคคลที่ถูกหมายจับตามกฎหมายไทยจำนวน 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยแยกกระบวนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมออกจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างชัดเจน
หนึ่งในผู้ได้รับการช่วยเหลือ คือ น้องเอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดลำปาง นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีสุดท้าย ถูกหลอกผ่านเพจหางานออนไลน์ อ้างให้มาฝึกอบรมงานในจังหวัดจันทบุรีพร้อมค่าตอบแทนสูง ก่อนถูกพาข้ามแดนในเวลากลางคืนไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารจำนวน 6 บัญชี
บรรยากาศที่ด่านบ้านผักกาด เป็นไปด้วยความตื้นตันใจ ครอบครัวของน้องเอเดินทางมารอรับตั้งแต่ช่วงเช้า แม้กำหนดการจะมีการเลื่อนเวลา แต่เมื่อได้พบหน้ากันในสภาพปลอดภัย ทุกคนต่างโผเข้ากอดด้วยความโล่งใจ
ด้านนายปัญญพนต์ ลุงของน้องเอ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่หลานชายกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ให้ใช้ความระมัดระวังในการหางานผ่านสื่อออนไลน์ อย่าหลงเชื่อคำชักชวนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงเช่นเดียวกับกรณีนี้