จากเหตุเครนขนาดใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ถล่มลงมาทับขบวนรถไฟ ขบวนด่วนพิเศษที่ 21 (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี) บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
15 ม.ค. 69 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบอร์ด เพื่อหารือและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น ผู้ว่าฯ รฟท. เปิดเผยว่า วันนี้มีการรายงานเหตุการณ์ต่อคณะกรรมการรถไฟ และได้ดำเนินการตามแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ส่วน คือ
การจัดการเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการทบทวนมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่คาดคิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้
สำหรับการสอบสวนสาเหตุเบื้องต้น ผู้ว่าฯ รฟท. ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุ โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และมีหน่วยงานอิสระด้านวิศวกรรม เช่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และสภาวิศวกร เข้าร่วม
ขณะเดียวกัน รฟท. ได้ตั้งคณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายขององค์กรเอง เพื่อทำงานคู่ขนานกัน คาดว่าจะสามารถสรุปสาเหตุได้ภายในประมาณ 15 วัน
ส่วนลักษณะจุดเกิดเหตุนั้น เป็นจุดก่อสร้างที่มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากเป็นแนวโค้งของเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ทำให้โครงสร้างทางยกระดับต้องคร่อมทางรถไฟเดิม โดยมีโครงสร้างยูเซกเมนต์ คร่อมอยู่จำนวน 6 ตัว
โดยเซกเมนต์ที่ตกลงมาเป็นตัวที่ 2 ส่วนการทำงานในพื้นที่เปิดเดินรถตามหลักเกณฑ์ หากมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงตกหล่น จะต้องหยุดการเดินรถ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าในช่วงเกิดเหตุมีการปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงมีวิศวกรควบคุมงานอยู่ในพื้นที่หรือไม่
ทั้งนี้ ในกรณีทำงานในทางเปิด จะต้องหยุดการปฏิบัติงานทั้งหมดทุกครั้งที่มีขบวนรถไฟวิ่งผ่าน และต้องมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า หากพบว่าไม่มีการหยุดงานหรือไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำจุด ก็จะเป็นหนึ่งในประเด็นที่คณะกรรมการต้องตรวจสอบ
ในส่วนของความเสียหาย ผู้ว่าฯ รฟท. ระบุว่า รถดีเซลรางได้รับความเสียหาย 2 คัน ประเมินค่าซ่อมเบื้องต้นประมาณ 105 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการดำเนินคดี แม้ในทางปฏิบัติอาจไม่ซ่อมใช้งานต่อ
นอกจากนี้ ยังมีความเสียหายต่อทางรถไฟในช่วงสั้น ๆ ไม่เกิน 20 เมตร และค่าเสียหายในเชิงภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชน ซึ่ง รฟท. ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาแล้ว และจะพิจารณาดำเนินคดีแพ่งกับผู้รับเหมาหลังทราบผลสอบสวน
ส่วนการรื้อย้ายซากอุบัติเหตุ มีการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าไม่มีผู้ติดค้างภายในขบวนรถ ขณะนี้อยู่ระหว่างวางแผนรื้อถอนลอนเชอร์ ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 400 ตัน โดยต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังสูงสุด
คาดว่าหากรื้อถอนลอนเชอร์และซ่อมแซมทางรถไฟแล้วเสร็จ จะสามารถเปิดใช้เส้นทางได้ภายในประมาณ 7 วัน ระหว่างนี้ได้จัดแผนเดินรถอ้อมผ่านเส้นทางบัวใหญ่ เพื่อไม่ให้กระทบการเดินทางไปภาคอีสาน
ขณะเดียวกันด้านการเยียวยา ผู้ว่าฯ รฟท. ยืนยันว่า โครงการมีประกันภัยของผู้รับจ้างครอบคลุมทั้งผลงาน พนักงาน และบุคคลที่สาม รวมถึงผู้โดยสารและทรัพย์สิน โดยจะหารือกับบริษัทประกันภัยเพื่อสรุปแนวทางการชดเชย คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1–2 วัน
ขณะที่การเยียวยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้น หากยึดตามแนวทางผู้ใช้บริการสาธารณะ จะอยู่ที่ประมาณรายละ 1 ล้านบาท พร้อมย้ำว่าการ รฟท. จะเจรจาให้ได้การเยียวยาที่เหมาะสมที่สุด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าโครงการดังกล่าวบริษัทอิตาเลียนไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเองทั้งหมดหรือมีการว่าจ้างซับคอนแทร็กต์หรือไม่ ผู้ว่าฯ รฟท. กล่าวว่า โครงการนี้อิตาเลียนไทยเป็นผู้ดำเนินการเองตามสัญญา และไม่สามารถว่าจ้างซับคอนแทร็กต์ได้ เว้นแต่จะขออนุมัติจาก รฟท. ก่อน
ซึ่งกรณีนี้ไม่มีการขออนุมัติ พร้อมระบุว่า หากผลการสอบสวนพบความผิดร้ายแรง รฟท. สามารถพิจารณาดำเนินการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาได้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยจะต้องจัดทำรายงานเสนอไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ จะทบทวนจุดก่อสร้างอื่น ๆ ที่มีลักษณะคร่อมทางรถไฟในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และโครงการอื่นที่ใกล้เคียง โดยจะเพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดและเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำ
ส่วนกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีให้ทบทวนการทำงานของผู้ว่าฯ รฟท. หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ตนย้ำว่าการทำงานไม่ใช่เป็นภาระของตนเพียงคนเดียว แต่เป็นความร่วมมือของเจ้าหน้าที่การรถไฟทุกคน ซึ่งต่างรู้สึกเสียใจและสูญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าทุกฝ่ายกำลังทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินการแก้ไขและคลี่คลายปัญหาให้ดีที่สุดก่อน
ส่วนนโยบายหรือการดำเนินงานในระยะต่อไป จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีประเด็นอื่นเพิ่มเติม และขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ก่อน