ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์เครนลอนเชอร์ถล่มเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นในโครงการก่อสร้างภาครัฐ ที่ก่อสร้างใกล้หรือพื้นที่สาธารณะ สะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องในมาตรฐานทางวิศวกรรมและความปลอดภัยอย่างรุนแรง
เมื่อพิจารณาจากข้อสันนิษฐานสาเหตุของเหตุการณ์เครนลอนเชอร์ 3 เหตุการณ์หลัง ล้วนเกิดขึ้นจากปัญหาฐานรองเครน (Crane support) ที่ร่วงหล่นลงมาจากเสาและกระแทกกับรถไฟที่วิ่งทางด้านล่าง
หรือการสูญเสียเสถียรภาพของฐานรอง แล้วทำให้เครนลอนเชอร์ล่วงตามมา ซึ่งมักเกิดขึ้นในกิจกรรมการก่อสร้างที่มีความเสี่ยง เช่น การเคลื่อนของเครนลอนเชอร์ หรือ การยกหิ้วชิ้นส่วนคอนกรีตที่มีน้ำหนักมาก
สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้ติดตามเหตุการณ์เครนถล่มหลายกรณีต่อเนื่องกันมา แล้ววิเคราะห์ปัญหาดังนี้
1.ปัญหาเรื่องการจ้างช่วง โดยหลายกรณีที่เกิดเหตุผู้รับจ้างหลักมีการจ้างช่วงผู้รับเหมาย่อยทำงานแทน อาจมีปัญหาการควบคุมคุณภาพการจ้างช่วงได้
2.วิศวกรผู้ควบคุมงานปฏิบัติหน้าที่ไม่เข้มงวด ไม่กำชับการปฏิบัติงานตามหลักวิศวกรรม
3.การใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม เสื่อมสภาพ เช่น PT bars
4.มีกฎเกณฑ์ และระเบียบด้านความปลอดภัย 33 ข้อของกรมทางหลวง แต่มีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้จริงจัง
สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในเชิงการปรับปรุงกฎหมาย ดังนี้
1.พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ้างช่วง มาตรการลงโทษผู้รับเหมาหลัก ผู้รับเหมาย่อยและที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง อย่างเข้มงวด
2.พระราชบัญญัติวิศวกร ปี 2542 กำหนดความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านการออกแบบ การบังคับควบคุมการก่อสร้างที่ใช้เครน กำหนดโทษทางอาญาหากวิศวกรลงนามรับเป็นผู้ควบคุมงาน แต่วิศวกรไม่ปรากฏตัวหน้างาน ไม่คุมงานตามหน้าที่
3.พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ปี 2554 กำหนดการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรก่อสร้างสะพาน และกำหนดคุณสมบัติบุคลากรที่จะปฏิบัติงานเครื่องจักรเหล่านี้.