24 ม.ค. 69 พ.อ.ศิวะ หว่างอากาศ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้จัดชุดตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา
โดยชุดเก็บกู้และทำลายทุ่นระเบิดที่ 1 และ 2 ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ช่องพระพะลัย ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 2609 อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
ดำเนินการทางเทคนิค เปิดช่องทางปลอดภัยและขยายพื้นที่ตามแนวทุ่นระเบิด สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยได้ 685 ตารางเมตร ตรวจพบทุ่นระเบิดชนิด MBV 78 A1 จำนวน 4 ทุ่น และได้เคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่รวบรวมวัตถุระเบิดชั่วคราวแล้ว
สำหรับผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องพระพะลัย ขนาดพื้นที่รวม 2,000 ตารางเมตร ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 จนถึงปัจจุบัน สามารถดำเนินการปรับลดพื้นที่เสี่ยงได้ทั้งหมด เหลือพื้นที่คงค้าง 0 ตารางเมตร ถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจ
โดยตรวจพบทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน (UXO) รวม 6 รายการ ประกอบด้วย ทุ่นระเบิดชนิด MBV 78 A1 จำนวน 5 ทุ่น และลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 120 มิลลิเมตร จำนวน 1 นัด
ขณะเดียวกัน ชุดเก็บกู้และทำลายทุ่นระเบิดที่ 3 ได้สนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารม้าที่ 614 กรมทหารราบเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่ฐานปฏิบัติการม้าเหล็ก ตำบลภูผาหมอก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการกวาดล้างทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิด สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยได้ 1,485 ตารางเมตร
ตรวจพบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 จำนวน 4 ทุ่น และ UXO ชนิดลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 100 มิลลิเมตร จำนวน 1 นัด โดยได้เก็บรวบรวมไว้ในพื้นที่ปลอดภัย ณ ฐานปฏิบัติการม้าเหล็ก
สรุปผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ฐานปฏิบัติการม้าเหล็ก ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 จนถึงปัจจุบัน สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยได้รวม 3,711 ตารางเมตร ตรวจพบทุ่นระเบิดและ UXO รวม 10 รายการ เป็นทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 จำนวน 9 ทุ่น และลูกยิงจากเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 100 มิลลิเมตร จำนวน 1 นัด
พ.อ.ศิวะ กล่าวว่า ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง เพื่อคืนความปลอดภัย ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างยั่งยืน