ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Dr. Nuch NOTES” ถึงเรื่องกองทุนประกันสังคมไว้อย่างน่าสนใจตอนหนึ่งว่า ในเชิงเศรษฐศาสตร์ ระบบเศรษฐกิจควรมีระบบ safety net เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการว่างงาน ลดภาระบางส่วนหรือทั้งหมดของค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยมากก็จะออกมาในรูปของกองทุนประกันที่ลูกจ้างและนายยจ้าง (หรือมีภาครัฐด้วย) ร่วมกันสมทบเข้ากองทุนประกัน
กองทุนประกันสังคม แหล่งที่มาของเงิน มาจากเงินเดือนของลูกจ้างที่ไม่ใช่ข้าราชการ เงินสมทบของนายจ้างและภาครัฐเพื่อร่วมกันรับผิดชอบภาระอันเกิดจากการจ้างหรือเลิกจ้างงาน
ลักษณะของกองทุนประกันต่างจากกองทุนทั่วไป ตรงที่ คุณสมบัติ “การประกัน” เช่น ประกันสังคม มีการจ่ายเงินเอาประกันให้แก่ลูกจ้างที่ส่งเบี้ยประกันหากมีการเลิกจ้างและเหตุอื่นที่เกี่ยวกับจ้างงาน” ….คล้ายๆ ประกันแบบสะสมทรัพย์ คือ จ่ายเบี้ยไปเรื่อยๆ จนเกษียณ และได้รับเงินคืนหลังเกษียณ แต่ที่ต่าง คือ ระหว่างทางคุณสามารถเบิกใช้สิทธิรักษาพยาบาล สิทธิการว่างงาน ตามที่สัญญาประกันระบุไว้
กองทุน เมื่อมีการสมทบทุนเข้าเป็นประจำ ไม่ใช่ค่าสมาชิกรายปีค่ะ แต่เป็นเงินสะสมของกองทุน ก็คล้ายๆ การซื้อหน่วยลงทุนกองทุนทั่วไป ก็เท่ากับว่ายิ่งใส่เข้าไป ลูกจ้างก็ควรได้รับเงินคืนมากขึ้น เพราะมันคือส่วนนึงของเงินเดือนของเราที่ถูกหักไปสะสมค่ะ ไม่ใช่ภาษีจ่ายไปแล้วเรียกคืนไม่ได้
ในเมื่อวันที่ลูกจ้างจะได้รับเงินคืนอยู่ในอนาคต พร้อมผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินที่ทั้ง 3 ฝ่ายใส่เข้าไปให้ลูกจ้างคนนึง … กองทุนต้องเติบโตด้วยผลตอบแทนค่ะ ไม่ใช่เงินที่สมทบเพิ่มเข้ามาในแต่ละเดือน ถึงจะสามารถมีเงินคืนให้กับลูกจ้างผู้เป็นเจ้าของเงิน ลูกจ้างผู้ส่งเงินสะสม เป็นเจ้าของเงินกองทุนทั้งในส่วนที่จ่ายเอง ส่วนสมทบของนายจ้าง และส่วนที่รัฐสมทบค่ะ
ในเมื่อเงินกองทุนไม่ใช่ของรัฐ การบริหารจัดการก็ควรเป็นอิสระจากหน่วยงานราชการค่ะ การนำไปใช้จ่ายก็ไม่สามารถนำไปใช้ในกิจการของรัฐค่ะ การใช้เงินกองทุนของผู้บริหารกองทุน ควรต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกองทุนและผู้เป็นเจ้าของเงินเท่านั้น ถ้าข้าราชการไม่ได้เป็นผู้ส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคม การใช้เงินของกองทุนประกันสังคมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ไม่ได้เป็นเจ้าของกองทุน ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือร่วมบางส่วน ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนค่ะ
“อาจจะบอกว่า โรงอาหารก็ใช้ร่วมกัน และกองทุนตั้งอยู่ในพื้นที่ของกระทรวง เงินที่ใช้ก็เป็นเงิน 10% ของกองทุนที่สามารถนำมาใช้บริหารกองทุน … งั้นเงินที่ใช้สร้างโรงอาหารต้องเป็นการจ่ายร่วมกันระหว่างกองทุนประกันสังคมกับเงินงบประมาณของกระทรวงค่ะ เพราะ “ใช้ร่วมกัน” และเงินประกันสังคม ไม่ใช่รายได้รัฐหรือเงินงบประมาณค่ะ”
ดร.นงนุช ยังระบุอีกว่า สมมติว่าบอกว่า กองทุนประกันสังคมบริจาคโรงอาหาร … ถามเจ้าของเงินก่อนใช้รึยังคะ เงินบริจาคไม่อยู่ในหัวบัญชีเงินเพื่อการบริหารกองทุนค่ะ ส่วนเรื่องสถานที่ ให้กองทุนประกันสังคมจ่ายค่าเช่าที่ หรือไปเช่าออฟฟิศในตึกที่กองทุนลงทุนไว้ก็ได้ค่ะ อัฐยายซื้อขนมยาย … เคลียร์ชัดดี ไม่ต้องมาคลุมเครืองงๆ กันแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
เงินจะเบิกใช้ ต่อให้ทำตามระเบียบ ทำถูกทุกขั้นตอน แต่ประเด็นมันไม่ใช่ขั้นตอนค่ะ ประเด็นมันเป็นเรื่อง Ligitimacy ของการใช้เงิน มันเป็นเงินคนอื่น ที่อาจจะวางทิ้งไว้ แล้วคุณเห็นเข้า ก็ไม่ควรหยิบมาใช้โดยไม่ขอเจ้าของนะคะ
“เงินกองทุนหลักล้านๆ บาทแบบนี้ โดยปกติอาศัยนักลงทุนมืออาชีพอันดับต้นๆ ค่ะ ไม่ใช่มือสมัครเล่น และยังต้องมีทีมบริหารความเสี่ยงที่มีทักษะและความรู้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงปริมาณ หรือที่เรียกกันว่า Quant Risk Management ไม่ว่าจะเป็นด้านตลาด ราคา อัตราแลกเปลี่ยน สภาพคล่อง รวมไปถึงความเสี่ยงด้านการลงทุน” ดร.นงนุช ระบุ
เพราะฉะนั้นบอร์ดกองทุนประกันสังคมจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นนักลงทุนหรือนักบริหารความเสี่ยงที่เชี่ยวชาญค่ะ ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ที่เป็นตัวแทนจาก 3 ฝ่ายของผู้สมทบกองทุน เพราะเงินของกองทุน คือ เงินสะสมของลูกจ้าง และช่วยลดค่าใช้จ่ายของนายจ้างและรัฐในการช่วยเหลือลูกจ้าง ที่วันนึงต้องคืนให้ลูกจ้างค่ะ
“เงินไปอบรม ไปดูงานของบอร์ด มูลค่าทริปหลักล้าน ควรตัดทิ้งค่ะ ผู้บริหารกองทุนควรเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความเหมาะสมจะบริหารกองทุนค่ะ ไม่ควรเป็นคลาสเรียนหนังสือ ที่สำคัญเงินนั้นเป็นเงินของลูกจ้างค่ะ ไม่ใช่เงินได้เปล่าของกองทุน อาจจะบอกว่า ก็อยู่ใน 10% ของเงินสบทบเข้ากองทุนในแต่ละปีนะ … มูลค่า 10% มันก็มูลค่ามหาศาลนะคะ เป็นหลักหมื่นล้าน จะเอามาใช้บริหารกองทุนทั้งหมดเหรอคะ” ดร.นงนุช ระบุ
อย่างไรก็ตาม ดร.นงนุช ยังระบุทิ้งท้ายว่า ปกติค่าธรรมเนียมกองทุนทั่วไป ที่ใช้ในการบริหารกองทุนอยู่ที่ 0.1-3%ขึ้นอยู่กับเป็นประเภทของกองทุนว่าเป็นแบบ active, passive, specific หรืออื่นๆ โดยกองทุนที่มีการลงทุนแบบ passive มักจะมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 1% กองทุนประกันสังคม มีการลงทุนแบบค่อนไปทาง passive ทำไมต้องมีค่าใช้จ่ายของการบริหารกองทุนถึง 10% ล่ะคะ เริ่มไปเรื่อยละ มีอีกหลายประเด็นที่อยากจะฝากไว้ให้คิด