ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม เป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้แถลงถึงทุกประเด็นว่า วาระที่สำคัญครั้งนี้อยู่นอกเหนือการประชุม คือการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องให้เป็นวาระเร่งด่วน และมีมติจัดตั้งคณะทำงานศึกษาการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม โดยมีตัวแทนทั้งสามฝ่าย ได้แก่ ผู้ประกันตน นายจ้าง และภาคราชการ เข้าร่วม พร้อมผู้แทนจากกระทรวงการคลัง สำนักงานกฤษฎีกา และ ก.พ.ร.
ปลัดกระทรวงแรงงานระบุว่า แม้ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมเคยมีการศึกษาแนวทางปรับโครงสร้างมาแล้วหลายครั้ง แต่บริบทปัจจุบันเปลี่ยนไป จึงจำเป็นต้องทบทวนใหม่ โดยคณะทำงานจะจัดทำโรดแมป แนวทางแก้ไขกฎหมาย และเสนอโมเดลที่เหมาะสมภายในกรอบเวลา 60 วัน นับจากวันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง ซึ่งการแต่งตั้งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการยืดเยื้อ และยกระดับสำนักงานประกันสังคมให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในเชิงวิชาการ
อีกวาระสำคัญคือปัญหาระบบการใช้งานของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ประกันตน โดยปลัดแรงงานย้ำว่า สำนักงานฯ และบอร์ดไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการรายงานและติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม ปลัดกระทรวงแรงงานได้กล่าวขอโทษผู้ประกันตนที่ไม่ได้รับความสะดวก พร้อมยกมือไหว้และกล่าวว่า “ขอกราบขอโทษด้วยความตั้งใจจริง” โดยยอมรับว่าปัญหาบางส่วนแม้เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ยังไม่ทันต่อความเดือดร้อนของผู้ประกันตน ซึ่งเป็นเหตุให้การแถลงข่าวล่าช้า เนื่องจากที่ประชุมมีการถกเถียงอย่างเข้มข้น
ด้าน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน กล่าวถึงมติที่ประชุมในวันเดียวกัน ที่มีการพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนประกันสังคม ว่า ฝ่ายผู้ประกันตนมีข้อสังเกตต่อการตั้งคณะทำงานปฏิรูปโครงสร้าง โดยเห็นว่าช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไม่ควรลงนามในร่างระเบียบการเลือกตั้งฉบับใหม่ ขณะเดียวกัน ในประเด็นปัญหาเว็บและแอปพลิเคชัน ฝ่ายผู้ประกันตนเรียกร้องให้มีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ชี้แจงสาเหตุปัญหา ผู้รับผิดชอบ และพิจารณาค่าชดเชยแก่ผู้ประกันตนที่เสียโอกาส
ส่วนกรอบการบริหารการลงทุนใหม่ หรือ SAA เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2571 จะปรับสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสูงและสินทรัพย์เสี่ยงต่ำเป็น 50:50 เพื่อเพิ่มความสมดุล กระจายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้กรอบธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยคาดว่าการดำเนินการจะใช้เวลาประมาณ 15 เดือน และตั้งเป้าผลตอบแทนเฉลี่ยร้อยละ 5–6 ต่อปี ซึ่งจะช่วยยืดอายุกองทุนได้ราว 2 ปี และยกระดับมาตรฐานการลงทุนให้ใกล้เคียงกองทุนบำนาญสากล
ขณะที่ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณาวาระด้านการลงทุนเป็นไปอย่างเข้มข้นและรอบคอบ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแสดงความคิดเห็น และจะมีการดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าใจหลักคิด วิธีบริหารจัดการ และความโปร่งใสของคณะกรรมการ ขณะที่วาระอื่นเป็นการบริหารจัดการภายในองค์กรตามปกติ
ด้านนางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการประกันสังคม ชี้แจงเพิ่มเติมเรื่องระบบล่มภายหลังปลัดกระทรวงแรงงานกล่าวขอโทษผู้ประกันตน ระบุว่า เราไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องปิดระบบ ก่อนขยายความว่า ตั้งแต่ปิดระบบ มาวันที่ 5 มกราคม จนถึงปัจจุบันนี้ ขณะนี้มีปัญหาที่ระบบเรื่องขอยูสเซอร์ ซึ่งเข้ามาใช้ในตอนที่มีผู้ดำเนินเรื่องเป็นจำนวนมากทำให้ระบบมีความล่าช้า ขณะนี้เราได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยการบันทึกข้อมูลลงไปว่าในช่วงที่สามารถดำเนินการได้สะดวก
ขณะเดียวกัน ในส่วนของข้อมูลผู้ว่างงานนั้น เราได้นำข้อมูลลงระบบ SSO Core ปัจจุบันแล้ว แต่จะมีประเด็นการอนุมัติซึ่งขณะนี้เราพยายามทยอยอนุมัติ 35,000 คนต่อวัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ แต่คาดว่าจะใช้เวลา 7-10 วัน ซึ่งถ้าระบบส่วนกลางเข้ามาดำเนินการเพิ่มเติมแล้วมากกว่า 100 คน นอกช่วงเวลา ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการจ่ายเงินกรณีว่างานและกรณีอื่นๆอย่างเร็วที่สุด
นอกจากนี้นักข่าวยังถามด้วยว่ามีคำแนะนำถึงผู้ประกันตน อย่างไรบ้างกรณีเว็บล่ม ส่งผลให้ผู้ประกันตนไม่ได้เงินทดแทน ผู้ประกันตนจะทำอย่างไรได้บ้าง เพราะไปขอเงินที่สำนักงานและไม่ได้ตามประสงค์ ประเด็นนี้ นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า กรณีผู้ประกันตนไปขอที่สำนักงาน ซึ่งเราสามารถดึงเคสมาวินิจฉัยและสามารถจ่ายเช็คได้เลย แต่ท่านใดไม่สะดวกก็สามารถโอนได้เช่นกัน ตอนนี้เราทำเต็มที่และได้มีการโอนคืนให้ผู้ประกันตนทุกวัน
ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวเสริมว่า “ขณะที่เรา นั่งกันอยู่ตรงนี้ก็มีการโอนตลอดเวลา แต่ต้องเรียนตามตรงว่าอาจจะไม่ทันใจ เพราะว่ามีความล่าช้าตามที่เรียนไป“
นางนงลักษณ์ กอวรกุล รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้ชี้แจงเรื่องค่าปรับโครงการ Web App 850 ว่า สัญญาโครงการเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2564 และตรวจรับเสร็จแล้วเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2568 ซึ่งค่าปรับเราคิดตามการส่งมอบงานล่าช้า ซึ่งจำนวนจริงๆเราต้องลบจาก กรณีที่ได้รับการยกเว้นตามกฎกระทรวงการคลัง ดังนั้นค่าปรับที่เราแจ้งไปจากการตรวจรับครั้งสุดท้ายอยู่ที่ 53 วัน ส่วนการไปจ้างช่วง เรามีจำนวนอีก 34 ล้านบาท รวมแล้ว 163 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมค่าเสียหายอื่นๆ แต่ที่เราคิดได้เบื้องต้นคือค่าบำรุงรักษา ช่วงงานล่าช้า ห้วงเวลาปี 2567-2568 ตกปีละ 200 ล้านบาท
โดยส่วนนี้ได้เสนอตั้งคณะทำงานให้มาคิดเรื่องค่าเสียหายอื่นๆ ซึ่งรวมทั้งหมดแล้ว ซึ่งต้องคิดทุกมุม เพื่อให้รับผิดชอบ
เมื่อถามย้ำว่ามีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาที่แท้จริงมาจากการตรวจรับงาน และอยากให้จี้ไปที่เวนเดอร์ (Vendor) หรือ ผู้ขายระบบ นางนงลักษณ์ ย้ำว่า ส่วนนี้เรามีการกำกับเวนเดอร์อยู่แล้ว เราสัญญาที่เราเขียนไว้ก็มีสัญญาที่ชัดเจนว่าต้องมีการได้รับผิดชอบแม้ว่าจะส่งงานแล้ว แต่หากรับผิดชอบไม่ได้ต้องเป็นเรื่องของค่าเสียหายที่ระบุอยู่ในสัญญา เราสามารถเรียกร้องได้
เมื่อถามถึงกรณีที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเสนอให้จ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ประกันตนที่ไม่ได้รับเงินตามกำหนดเวลา ประเด็นนี้ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า ขณะนี้ให้รวบรวมข้อมูลแล้ว และต้องดูข้อกฎหมายก่อน แต่ขอยืนยันว่าได้มีการพิจารณาประเด็นนี้แล้ว อย่างไรก็ตามต้องดูว่าผู้ประกันตนได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากย์วิจารณ์ ร่างระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ฉบับใหม่ ที่เดิมให้สิทธิผู้ประกันตน 1 คนสามารถออกเสียงเลือกตัวแทนได้ 7 คน เปลี่ยนเป็นผู้ประกันตน 1 คนสามารถเลือกตัวแทนได้ 1 คน ว่า ร่างระเบียบดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันในเรื่องระยะเวลาให้ทอดยาวออกไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เพราะว่ามีความสอดคล้องกับการเลือกตั้งในระดับประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ จะเป็นคนสุดท้ายที่มีอำนาจตัดสินใจ ว่าในการเลือกตั้งจะใช้ระเบียบฉบับใหม่หรือฉบับเก่า อย่างไรก็ตามคงต้องรอให้สิ้นสุดการทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ก่อนนี้ก่อน
แต่ยืนยันว่า การเลือกตั้งจะต้องมีขึ้นแน่นอน เพราะกฎหมายได้กำหนดไว้ อีกทั้ง คณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายผู้ประกันตน ก็จะหมดวาระลงในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ด้วย ซึ่งกฎหมายได้ให้กรอบระยะเวลาไว้ว่า จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 120 วัน ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า จะประกาศวันเลือกตั้งในวันใด โดยในระหว่างนั้นบอร์ดชุดเก่าก็จะยังคงมีอำนาจในการรักษาการ
ด้าน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน บอกว่า ส่วนตัวยังคงยืนยันว่า ร่างระเบียบเลือกตั้งใหม่ มีกระบวนการที่มีปัญหา อีกทั้งในรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา พบว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมใช้คำว่า “จะเร่งรัดให้นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดำเนินการให้แล้วเสร็จในสมัยของท่าน” ซึ่งตามแนวทางการปฏิบัติไม่ควรเป็นแบบนั้น ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงที่ประชาชนสนใจประกันสังคมมากเป็นพิเศษ และฉันทามติครั้งสำคัญในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ก็จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการปฏิรูปประกันสังคมว่าจะเป็นแบบไหน จึงไม่ควรมีการอนุมัติระเบียบเลือกตั้งฉบับใหม่ในช่วงเวลานี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า จึงมีจุดยืนสำคัญในการให้มีการใช้ระเบียบเลือกตั้งแบบเดิม ซึ่งใช้กันมาแค่ 1 ครั้ง เพื่อเดินหน้าสู่กระบวนการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยให้บอร์ดประกันสังคมรักษาการเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการเสียโอกาสในการผลักดันสิทธิประโยชน์ของประชาชนได้
ด้านนายจตุรงค์ ไพรสิงห์ กรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน 1 เดียวที่ไม่ได้อยู่ในทีมประกันสังคมก้าวหน้า แต่มาจากสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย บอกว่า ส่วนตัวและทีมสมาพันธ์ฯ มีจุดยืนที่ชัดเจนในการเห็นด้วยกับระเบียบเลือกตั้งฉบับเก่า หรือการให้สิทธิ์ผู้ประกันตน 1 คนสามารถเลือกตัวแทนได้ 7 คน โดยไม่ได้มองว่าร่างระเบียบฯ ฉบับใหม่จะเป็นการลดทอนสิทธิ์ แต่เห็นว่าแต่ละทีมที่เข้ามาจะมีนโยบายในการทำงานที่สอดคล้องกัน โดยยึดผลประโยชน์ผู้ประกันตนเป็นที่ตั้ง ดังนั้นการให้สิทธิ์ผู้ประกันตน 1 คนเลือกตัวแทนได้ 7 คนจะทำให้ นโยบายมีความสอดคล้องกันได้มากที่สุด