อดีตรองแม่ทัพภาค 2 ชัดกัมพูชาขุดคูเลต-ทำบังเกอร์ เตรียมปะทะรอบ 3

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ” อดีตรองแม่ทัพภาค 2 ชัดกัมพูชาขุดคูเลต-ทำบังเกอร์ เตรียมพร้อมตั้งรับ เชื่อมีปะทะรอบ 3 แน่!

วันที่ 28 ม.ค.2569 พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชาชนมีความกังวล สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าอาจปะทะกันรอบที่ 3 เนื่องจากกัมพูชา มีการขุดคูเลต รวมถึงมีการเสริมกำลังพลตามฐานที่มั่นหลายจุด โดยมองว่า การที่ทหารกัมพูชาขุดคูเลตขึ้นมา ถือเป็นการเตรียมการตั้งรับขั้นต้น

จากที่ดูฝั่งกัมพูชายังเตรียมการไม่แล้วเสร็จ เพราะตามปกติถ้าขุดคูเลตเสร็จ จะต้องมีมูลดินอยู่ข้างหน้า เพื่อใช้สำหรับการป้องกันกระสุนด้วย

อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 รายการเข้มข่าวค่ำ
พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2

ส่วนบังเกอร์ที่มีภาพออกมา มีลักษณะเป็นปูนหรือรูปสามเหลี่ยม ก็ยังไม่แล้วเสร็จเช่นกัน เพราะถ้าทำเสร็จจะต้องมีดินกลบบริเวณบังเกอร์ด้วย

อย่างไรก็ตาม พล.ท.กนก ตั้งข้อสังเกตว่า นี่จะเป็นการสร้างสร้างที่มั่นให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่า กัมพูชากำลังเตรียมการรบครั้งที่ 3 อยู่ แม้จะมีการสร้างฐานที่มั่นตั้งรับ แต่ พล.ท.กนก มั่นใจว่าในพื้นที่บ้านชำราก หน่วยนาวิกโยธิน เอาอยู่ เพราะเป็นหน่วยที่มีประสิทธิภาพทางการรบสูง

ส่วนกระแสข่าวว่า สหรัฐฯ และกัมพูชา ได้ตกลงฝึกซ้อมรบ “อังกอร์ เซนทิเนล” ร่วมกันหลังจากระงับไปกว่า 8ปี และยังส่งเรือรบเทียบท่าฐานทัพเรียม ตรงนี้มีนัยยะอะไรหรือไม่ พล.ท.กนก บอกว่า นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สำเร็จการศึกษา ด้านการทหารจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกสหรัฐ West Point ซึ่งอาจจะมีเพื่อนฝูงหรือเครือข่ายในการที่จะเอามาฝึกซ้อมรบ

ส่วนที่ส่งเรือรบมาที่ฐานทัพเรียมนั้น ก็เป็นเพราะต้องการคานอำนาจกับจีน เพราะตอนนี้กัมพูชากำลังถูกจีนกดดันเรื่องสแกมเมอร์ ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องดึงสหรัฐเข้ามา พล.ท.กนก มองว่า การไปร่วมกับสหรัฐไม่เป็นผลดี เพราะจีนจะยิ่งไม่ไว้ใจและจะกดดันกัมพูชามากขึ้นกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน พล.ท.กนก ฝากไปถึงรัฐบาลที่จะเข้ามาดูแลเรื่องความมั่นคงในอนาคตว่า หลังวันที่ 8 ก.พ. 69 หากมีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาแล้ว ขอให้มีความเข้าใจในเรื่องของกองทัพและสถานการณ์ชายแดน ว่าจะต้องเติมเต็มอะไรให้กับกองทัพให้มีความพร้อมในการทำหน้าที่ในการป้องกันประเทศ มองว่า นักการเมืองไม่ได้เรียนด้านวิชาทหาร ไม่รู้ว่าต้องรบแบบไหน เพราะฉะนั้นต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับผู้นำของกองทัพ โดยใช้วิธีเปิดอกคุยกัน

พล.ท.กนก ฝากย้ำรัฐบาลชุดใหม่ เรื่องการจัดหาอาวุธยุทธโธปกรณ์ ว่า ต้องดำเนินการให้เร็วกว่ากัมพูชา เพราะที่ผ่านมากองทัพเดินได้ด้วยงบประมาณต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภา เพื่อนำไปสู่การจัดซื้อจัดจ้าง ในขณะที่กัมพูชาใช้เงินสแกมเมอร์ ซื้อหาอาวุธทางใต้ดินได้ทันที เพราะฉะนั้นหากการสู้รบครั้งต่อไป ถ้าเราก้าวไม่ทันกัมพูชา เราจะเสียเปรียบ

เมื่อถามว่าปัจจุบันหลายพรรคการเมืองชูในเรื่องของทหารอาสา แต่ก็มีบางพรรคการเมืองแย้งขึ้นมา ว่าหลายประเทศยกเลิกทหารอาสาไปแล้ว เพราะเวลารบจริงกำลังพลไม่พอ พล.ท.กนก บอกว่า จริงๆทหารอาสามีมากว่า30ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยตัวเองเป็นผู้พัน สิ่งที่เป็นปัญหาคือคนที่อาสาเข้ามา ก็อยากที่จะมีการพัฒนาในหน้าที่ในอนาคตให้มีการก้าวต่อไป แต่ติดปัญหาในเรื่องของการจัดระบบหน่วยการเลื่อนขั้นของกองทัพทำได้เติบโตไม่ได้ อยู่แค่ระดับพลทหารเท่านั้น ทหารอาสาจึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม พล.ท.กนก ฝากเพิ่มเติมว่า หากไม่ต้องการให้มีทหารขาขาด หรือมีทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในดินแดนอธิปไตยของไทย รัฐบาลสมัยหน้าต้องสนับสนุนกองทัพให้เข้มแข็งมากขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ