หมอแล็บแพนด้า หรือ นายภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ และอินฟลูเอนเซอร์ที่มักจะออกมาให้ความรู้เรื่องสุขภาพผ่านทางโซเชียล ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงช่วงที่ผ่านมา หลังมีการโพสต์ถึงสถานการณ์ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชายแดนไทย – กัมพูชาว่า
หลายคนน่าจะงง และสงสัยว่าทำไมตนถึงโพสต์เรื่องกัมพูชาบ่อย ทั้งๆ ที่ตนระมัดระวังเรื่องการเมืองสุดๆ มาตลอด แล้วทำไมจู่ๆ ถึงสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ
โดยหมอแล็บแพนด้า เปิดเผยว่า “มันเป็นเรื่องใหม่ที่ตนไม่เคยรู้มาก่อน ว่านักการเมืองในอดีต หงอให้กัมพูชา สมยอม แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ยอมเสียดินแดนให้กัมพูชา ตนอึ้ง ไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิต ผมเครียด เราเสียดินแดนตอนไหน”
ตนไม่เคยศึกษาหรือสนใจเรื่องนี้ ตรวจแต่เลือด สารคัดหลั่งในห้องแล็บ จนกระทั่งกัมพูชาโจมตีพลเรือนไทยจนเสียชีวิตในปั๊มน้ำมันหลายราย ทหารไทยหลายนายขาขาด และเสียชีวิตจำนวนมาก แต่ทำไมจึงดูเหมือนนักการเมืองใส่เกียร์ว่าง ทำเหมือนคนไทยเป็นผักปลา ถ้าโซเชียลไม่กดดัน ก็ทำเหมือนคนไทยโง่ ทำเป็นรายงานช้ากว่ากัมพูชา
“ผมนี่งงไม่หาย ว่าทำไมเราต้องกลัวกัมพูชา มองเหลี่ยมไหนก็ไม่สมเหตุสมผล จนผมทนไม่ไหว ต้องหาข้อมูลให้มากขึ้น สืบค้น ศึกษา เพราะสงสัยว่าไทยเหนือกว่ากัมพูชาทุกๆ ด้าน แต่ทำไมถึงยอมประเทศนี้อยู่เรื่อย ทั้งปลอมเฟซ มุดเป็นชาวกัมพูชาก็ทำ”
ต่อมาเมื่อสืบค้นหนักเข้าจึงพบว่า คนไทยหลายคนมีเอี่ยวกับกาสิโน หรือมีความสัมพันธ์กับผู้นำกัมพูชาอย่างลึกซึ้ง มันถึงออกมาทรงนี้ Google ก็มี ลองค้นดูได้ ใครน่าจะเอี่ยวกับกาสิโนไหนบ้าง?
ย้อนกลับไปเมื่อตอนเป็นเด็ก ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตทำให้ไม่รู้ว่าเสียเนินอะไรไปบ้าง ทุกวันนี้มันยังยึดเนินอีกหลายจุดที่คนไทยไม่รู้ อย่างปราสาทคนา ถ้าโซเชียลไม่เปิดประเด็น คนไทยส่วนใหญ่ก็คงไม่เคยรู้ว่าเราเสียปราสาทนี้ด้วยเหรอ เสียไปตอนไหน และก็คงไม่ได้คืนถ้าเราไม่ช่วยกันตีแผ่ จริงๆ แล้วมีอีกหลายจุดที่กัมพูชายึดไป
นอกจากนี้ หมอแล็บแพนด้า ยังได้ตั้งคำถามว่า “ทำไมนักการเมืองทั้งหลายในอดีต ถึงยอมเสียดินแดน ทำไมคุณทำแบบนี้ บรรพบุรุษเราเสียเลือดเสียเนื้อเพื่อแลกมา มันเปล่าประโยชน์หรือ?”
ตนยืนยันว่า ไม่มีพรรคการเมืองหรือใครก็ตามมาบงการตนได้ ตนโพสต์เพราะผมรักประเทศจริงๆ ทหารระดับสูงในอดีตบางคนมีส่วนหรือไม่ ตนก็ไม่อยากเดา และไม่ปรักปรำใคร แต่ตนศึกษาเชื่อว่าหลายคนก็เริ่มค้นคว้าข้อมูลเหมือนกัน ทั้งแฝงตัวในกลุ่มลับกัมพูชา และกลุ่มต่างชาติตลอด ก็พอรู้บ้าง
ปัจจุบันเป็นยุคโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่จะปิดหูปิดตา หรือตั้งใจจะสื่อสารทางเดียว เช่น ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ เหมือนเมื่อก่อน ปัจจุบันถ้าใครค้นคว้าเชิงลึกก็ไม่สามารถปิดกั้นข้อมูลข่าวสารได้อีกแล้ว ตนขอวิงวอน และขอเตือนนักการเมืองไม่ว่ากลุ่มเก่า กลุ่มใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ หรือ ทหารระดับสูงที่เคยเอี่ยวกับการยอมเสียดินแดน ตนจะไม่ยอม และคนไทยที่ทราบเรื่องนี้ก็คงจะไม่ยอมอีกต่อไป “มาช่วยกันสร้างสรรค์และรักษ์ผืนแผ่นดินของเรากันได้ไหมครับ ผมขออนุญาตระบายความอัดอั้นในใจของผมแค่นี้ เพราะเพื่อนหลายคนชอบถามว่าทำไมโพสต์เกี่ยวกักัมพูชาบ่อยจัง ผมก็อยากจะอธิบายให้ฟังแบบนี้ และผมก็จะไม่หยุดจับตาดูประเทศที่เป็นปรปักษ์ของไทยอย่างชัดเจนต่อไป”