นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวการบูรณะปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน และโบราณสถานตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม / นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานร่วมบูรณาการด้านความมั่นคงของชาติ เข้าร่วมฯ แถลงข่าวครั้งนี้
นางสาวซาบีดา บอกว่า สืบเนื่องจากกรณีกัมพูชายื่นหนังสือประท้วง ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมของไทยหยุดดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณะปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน
โดยอ้างว่าเป็นของกัมพูชานั้น ทางกระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่า ปราสาทที่กล่าวอ้างเป็นของไทย อย่างปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาเมือนโต๊ด ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ พ.ศ. 2478 และ รัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณในการบูรณะ ระหว่างปี พ.ศ. 2533 - 2539 จนสามารถบูรณะปราสาทแล้วเสร็จสมบูรณ์ ปราศจากการทักท้วง หรือ คัดค้านจากฝ่ายกัมพูชา
สำหรับปราสาทตาควาย กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของไทย มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2544 – 2545 มีการจัดทำรายงานการสำรวจทางโบราณคดีเป็นหลักฐาน ขณะดำเนินการสำรวจครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร ยืนยันได้ว่า ไม่ปรากฏเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกัมพูชาอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงยืนยันได้ว่าพื้นที่โบราณสถานนั้นเป็นของไทย
นางสาวซาบีดา บอกว่า เหตุการณ์การปะทะของทหารไทยและกัมพูชาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า กัมพูชาได้ใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางการทหาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโบราณสถาน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่าผิดต่อหลักการสากล ที่ห้ามใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นหรือฐานปฏิบัติการทางทหาร
ต่อมาภายหลังการหยุดยิง และประเทศไทยสามารถสถาปนาพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือนไว้ได้ สภาพที่ปรากฏ คือพบความเสียหายอย่างมาก กระทรวงวัฒนธรรม จึงมอบหมายให้กรมศิลปากรทำการสำรวจเพื่อเตรียมการบูรณะโดยทันที แต่เนื่องจากในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง จึงต้องประสานความร่วมมือจากฝ่ายความมั่นคงก่อนหากได้ รับสัญญาณไฟเขียว พื้นที่ปลอดภัยทั้งหมดแล้ว ถึงจะเข้าไปบูรณะซ่อมแซมตัวปราสาท ส่วนสำนักศิลปากรที่ 10 ก็ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ และความเสียหาย เพื่อประเมินการบูรณะ ตั้งแต่วันที่ 4-5 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว
นางสาวซาบีดา บอกว่า กรมศิลปากรรับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 2 ในการตรวจสอบพื้นที่ พบว่าฝ่ายกัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ภายในตัวปราสาทและบริเวณโดยรอบ ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ในการสำรวจ และบูรณะซ่อมแซมตัวปราสาท ซึ่งตอนนี้ได้เตรียมความพร้อมเรื่องการออกแบบ การก่อสร้างต่างๆถ้าสามารถเข้าพื้นที่ได้ก็จะดำเนินการบูรณะตามแผนงานได้ทันที