นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ "กัน จอมพลัง" พร้อมทีมงานลงพื้นที่จังหวัดตราดเพื่อติดตามการวางแนวตู้คอนเทนเนอร์กั้นชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้จะปิดตายถนนและหน้าร้านค้าในจุดที่มีปัญหาการอ้างสิทธิ์ทับซ้อน โดยเฉพาะกลุ่มคนจีนที่เข้ามาตั้งร้านค้าและรีสอร์ทในพื้นที่ที่ไทยยึดคืนมาได้แล้ว เพื่อตัดปัญหาการกระทบกระทั่งและสร้างเขตแดนที่ชัดเจนเหมือนโมเดลหนองจานและหนองย่าแก้วที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว
ทั้งนี้ กัน จอมพลัง ยังได้ประสานข้อมูลกับทางกองทัพเรือ เพื่อรวบรวมรายชื่อและพฤติกรรมของกลุ่มชาวจีนในพื้นที่ส่งให้สถานทูตจีนตรวจสอบ เนื่องจากพบพฤติกรรมน่าสงสัยและเคยก่อเหตุยั่วยุทำร้ายร่างกายทหารไทย อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้คาสิโนและมีลักษณะเป็นชุมชนปิด จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาแฝงตัวอยู่ตามตะเข็บชายแดน
สำหรับการรับมือกลุ่มมวลชนที่อาจออกมาต่อต้าน กันจอมพลัง ยืนยันว่า มั่นใจในประสิทธิภาพของทหารเรือและตำรวจจังหวัดตราด พร้อมเผยแผนสำรอง ได้เตรียมเบอร์รถส้วมในพื้นที่ไว้จัดการหากมีการปะทะเกิดขึ้น พร้อมทั้งเตือนฝ่ายตรงข้ามว่าห้ามมาแตะต้องหรือเข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์เด็ดขาดเพราะมีเซอร์ไพรส์ที่อาจทำให้ถึงขั้นวิญญาณหลุดได้
โดยเป้าหมายหลักของการทำรั้วครั้งนี้เพื่อให้ชาวจังหวัดตราดเกิดความปลอดภัย มั่นคงในที่อยู่อาศัย และไม่ต้องอพยพหนีภัยจากการปะทะซ้ำซากอีกต่อไป ระหว่างที่ขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ไปยังพื้นที่ เพื่อเตรียมวางตู้คอนเทนเนอร์ ปรากฏว่ามีชาวบ้านและทหารฝ่ายกัมพูชายืนสังเกตการณ์ห่างจากรั้วลวดหนามเพียง 100 เมตร
โดยทางเพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ระบุว่า ฝ่าย กัมพูชา ที่ทมอดาเอาโดรนบินตรวจการดูความเคลื่อนไหวของฝั่งไทยในการเตรียมวางตู้คอนเทนเนอร์ปิดกั้นพื้นที่แนวป้องกันตนเองของฝ่ายไทย เพื่อจะได้จบปัญหาพวกชอบแอบเข้ามารื้อลวดหนาม
หลังจากที่ "กัน จอมพลัง" ขนตู้คอนเทนเนอร์ไปที่ "ทมอดา" ปรากฏว่า กัมพูชา รีบพาคณะ AOT และสื่อกัมพูชาลงพื้นที่ทันที ฟ้องว่าไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา โดยไปยืนสังเกตการณ์ การวางแนวตู้คอนเทนเนอร์ของเรา อยู่ตรงแนวลวดหนามที่ทหารนาวิกโยธิน หรือ นย. วางเป็นแนวป้องกันตนเอง แต่ก็ไม่กล้าห้ามปราม หรือ ขัดขวาง แต่อย่างใด ซึ่งฝ่ายไทยก็ยืนยันว่า เราทำตาม JBC ทุกอย่าง โดยเฉพาะข้อ ที่ระบุว่า หลังการหยุดยิง ใครอยู่จุดไหน ให้อยู่จุดนั้นไปก่อน