นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สามารถตรวจยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าผิดกฎหมายที่ไร้มาตรฐาน ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ เขตปลอดอากรในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และด่านศุลกากรอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
ระหว่างวันที่ 13 ม.ค.– 6 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมฯ ได้จำนวน 42,451 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 223 ล้านบาท
สำหรับสินค้าที่ตรวจสอบพบ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดัง เช่น Louis Vuitton, Dior, Gucci, Prada, Balenciaga เป็นต้น และเป็นสินค้าประเภทกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา น้ำหอม โช้คอัพ ผ้าเบรกรถยนต์ และโคมไฟ Solar Light เป็นต้น
ส่วนผลการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยกรมศุลกากร ช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2569 (1 ต.ค.2568–6 ก.พ.2569) สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบนำเข้าประเทศ ซึ่งเป็นสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมทั้งสิ้น 38 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 885 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และ พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้สินค้าละเมิดเครื่องหมาย การค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออกห้ามนำเข้า และห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ.2565 และ พ.ร.บ.ห้ามนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา พ.ศ.2481
ด้าน นายพันธทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบคลังสินค้าแห่งหนึ่งในเขตบางพลี กรุงเทพมหานคร หลังได้รับข้อมูลว่ามีการนำเข้าสินค้าไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งผลการตรวจสอบพบ อุปกรณ์ส่องสว่าง (Lighting Equipment) และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ รวมกว่า 220 รายการ ไม่ปรากฏหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร และไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 13.6 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ยังมีการดำเนินคดีกรณีสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าอีกหลายกรณี ได้แก่
วันที่ 13 มกราคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจยึดกระเป๋าเลียนแบบเครื่องหมายการค้า “FROZEN”, “SOFIA”, “SPIDERMAN”, “MY LITTLE PONY” และ “KARL LAGERFELD” รวม 1,800 ชิ้น มูลค่าความเสียหาย 2.48 ล้านบาท
วันที่ 21 มกราคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ตรวจยึดรองเท้า 595 คู่ แสดงเครื่องหมาย “TOYOTA” และข้อความ “MADE IN THAILAND” อันเป็นเท็จ มูลค่าความเสียหาย 1.87 ล้านบาท
วันที่ 30 มกราคม 2569 ตรวจพบผ้าเบรก 2,400 คู่ แสดงเครื่องหมาย “TOYOTA”, “NISSAN”, “FORD”, “HITACHI” และโคมไฟ Solar Light 425 ชิ้น แสดงเครื่องหมาย “Panasonic” พร้อมระบุ “Made in Japan” มูลค่าความเสียหาย 3.5 ล้านบาท
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 กองสืบสวนและปราบปราม ตรวจยึดเสื้อผ้าละเมิดเครื่องหมายการค้ากว่า 34,400 ตัว และเสื้อสำแดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ 3,250 ตัว ในพื้นที่เขตปลอดอากร จังหวัดชลบุรี มูลค่าความเสียหาย 215 ล้านบาท
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ตรวจยึดรองเท้า 16 คู่ ต้องสงสัยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร มูลค่าความเสียหาย 362,000 บาท
ซึ่งสินค้าดังกล่าวเข้าข่ายเป็นของต้องห้ามนำเข้า ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติศุลกากร รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้กล่าวถึงภาพรวมความเสียหายจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยระบุว่าในปี 2567 ที่ผ่านมา มีการจับกุมสินค้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 2.8 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท และในปี 2568 นี้ ตัวเลขขยับสูงขึ้นเป็น 3.5 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายทะลุ 1,100 ล้านบาท
ด้าน นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า เวลาซื้อของที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องดูตรา มอก. ถ้าไม่มีตรา มอก. จะมีผลต่อชีวิต และถ้าหากอยากจะดูละเอียด ตรา มอก. จะมี QR Code อยู่ด้านข้าง สามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้านี้เป็นอะไร ใบอนุญาตเป็นอะไร