แมลงริ้นดำ เป็นแมลงขนาดเล็ก ภาคเหนือเรียกว่า ตัวคุ่น ตัวเมียบางชนิดมีนิสัยชอบกัดกินเลือดคนและเป็นพาหะนำหนอนพยาธิตัวกลม ซึ่พบมากในประเทศแถบทวีปแอฟริกาตะวันออกและทวีปอเมริกาใต้ นอกจากนี้ มีรายงานพบผู้ป่วยโรค zoonotic onchocerciasis ในหลายประเทศ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อหนอนพยาธิฟิลาเรียที่พบในสัตว์เลี้ยง และติดต่อมาสู่คนโดยมีแมลงริ้นดำเป็นพาหะนำโรค แมลงริ้นดำพบได้ทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีการค้นพบแล้วไม่น้อยกว่า 2,415 ชนิด (มีชีวิต 2,398 ชนิด และฟอสซิล 17 ชนิด) และอย่างน้อย 144 ชนิดในประเทศไทย
ลักษณะของตัวคุ่น
ตัวคุ่น เป็นแมลงขนาดเล็กบินได้ มีลักษณะคล้ายแมลงหวี่แต่ตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย มีปากเจาะแบบดูดเหมือนยุง ลำตัวสีดำหรือเทาแก่ แมลงชนิดนี้ยังเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำในป่า หากพบตัวคุ่นที่ไหนแสดงว่าธรรมชาติยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวเดินป่ามักคุ้นเคยกับแมลงชนิดนี้ดี เนื่องจากสถานที่อาศัยของพวกมัน แมลงชนิดนี้ชอบอาศัยอยู่ในป่าบนพื้นที่สูง อากาศชื้นและเย็น มีน้ำสะอาดไหลตลอดปี เช่น อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ดอยอินทนนท์ ดอยผ้าห่มปก และดอยตุง
ช่วงเวลาหากินของริ้นดำ หรือ ตัวคุ่น
ตัวคุ่นชอบหากินในช่วง 7-8 โมงเช้า และช่วง 4-5 โมงเย็น หรือวันที่มีอากาศชื้นแดดอ่อนๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่มีอากาศเย็น มีหมอกตลอดวัน
อาการเมื่อถูกกัด
ริ้นดำหรือตัวคุ่นไม่ได้เป็นแมลงที่มีพิษร้ายแรง เพียงแต่เมื่อถูกกัดแล้วจะทำให้รำคาญเท่านั้น ไม่ควรเกาแผลที่ถูกกัด รอยกัดจะมีตุ่มแดงคันเหมือนยุงกัด เป็นผื่นแดง หรือมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำพองใส จากนั้นจะตกสะเก็ดเป็นตุ่มดำและหายไปเอง แต่บางรายอาจมีอาการแพ้ได้ โดยจะมีอาการคันบวมแดงนานเป็นเดือน มีไข้ ปวดหัว คลื่นไส้ หายใจหอบเหนื่อยร่วมด้วย
การปฐมพยาบาล
ควรทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด ประคบเย็นเพื่อลดบวม หรือทายาแก้แพ้เพื่อป้องกันผิวหนังอักเสบ หากเกิดแผลเป็นบริเวณกว้างและคันมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินและให้การรักษาที่เหมาะสม
วิธีการป้องกัน
- ทาครีม น้ำมัน หรือเจลพวกตะไคร้หอม ที่มีส่วนผสมเป็นสารที่มีฤทธิ์ป้องกันแมลง ทาป้องกันแมลงกัดที่บริเวณผิวหนังหรือพ่นใส่เสื้อผ้า
- ใส่เสื้อผ้าหนาปกคลุมร่างกายให้มิดชิด เพื่อป้องกันริ้นเล็ดลอดเข้าไปกัดในร่มผ้า
- ตัวคุ่นไม่ชอบกลิ่นควัน ความร้อนจากแสงแดดจัด และกองไฟ
ตัวคุ่นไม่ใช่แมลงที่มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต แต่ไม่ควรประมาท ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงที่ตัวคุ่นชุกชุม หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรป้องกันเพื่อไม่ให้ถูกแมลงกัด และหากเกิดอาการแพ้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่,รพ.วังเหนือ จ.ลำปาง,ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช,คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล