นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผยผ่าน Facebook หมอเจด หลายคนคิดว่าความดันสูงต้องมีอาการ เช่น ปวดหัว เวียนหัว หรือหน้ามืด แต่ความจริงคือ “ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเลย” จนหัวใจและหลอดเลือดถูกทำร้ายไปแล้วเงียบ ๆ ความดันสูงคือแรงกดที่ทำให้หัวใจต้องปั๊มเลือดหนักขึ้นทุกวัน ถ้าปล่อยนาน ๆ จะเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ ไตเสื่อม และสโตรกแบบไม่ทันตั้งตัว
ต่ำกว่า 120/80 = ปกติ (หัวใจยังสบาย)
ถ้าความดันอยู่ในช่วงนี้ ถือว่าเป็นโซนปลอดภัย หัวใจไม่ต้องออกแรงหนัก หลอดเลือดยังยืดหยุ่นดี ความเสี่ยงโรคหัวใจต่ำที่สุด แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะถ้านอนน้อย เครียดสะสม กินเค็มจัด หรือไม่ค่อยขยับ เลขนี้สามารถไต่ขึ้นได้เร็วมาก โดยเฉพาะหลังอายุ 35–40
120–129 / ต่ำกว่า 80 = เริ่มสูง (หัวใจเริ่มโดนกดแบบเงียบ ๆ)
ช่วงนี้หลายคนยังคิดว่าไม่ใช่โรค แต่ความจริงคือเป็น “สัญญาณเตือนระยะแรก” ว่าหลอดเลือดเริ่มแข็ง ความดันเริ่มสูงกว่าปกติ หัวใจต้องปั๊มแรงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรม อีกไม่กี่ปีมักขยับขึ้นเป็นความดันสูงเต็มตัวได้ง่ายมาก
130–139 / 80–89 = ความดันสูงระยะเริ่มต้น (เสี่ยงหัวใจโตโดยไม่รู้ตัว)
ระดับนี้เริ่มถือว่าเป็นความดันสูงแล้ว หลอดเลือดเริ่มถูกกดตลอดเวลา หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อส่งเลือดผ่านเส้นเลือดที่แข็งและตีบลง หลายคนยังไม่มีอาการ แต่ความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และไตเสื่อมเริ่มเพิ่มขึ้นชัดเจน ควรเริ่มจริงจังกับการลดเค็ม ลดน้ำหนัก และขยับร่างกายทันที
140/90 ขึ้นไป = ความดันสูงชัดเจน (หัวใจเริ่มล้า เสี่ยงโรคแทรกซ้อน)
ถ้าความดันเกินระดับนี้ ถือว่าเข้าสู่กลุ่มเสี่ยงสูง หัวใจต้องปั๊มเลือดหนักทุกวันจนผนังหัวใจหนา หัวใจล้า และเสี่ยงหัวใจวายได้มากขึ้น หลอดเลือดสมองก็เสี่ยงแตกหรือตีบได้ง่าย โดยเฉพาะถ้ามีเบาหวาน ไขมันสูง หรือสูบบุหรี่ร่วมด้วย ต้องพบแพทย์และติดตามความดันอย่างจริงจัง
180/120 ขึ้นไป = ภาวะฉุกเฉิน (เสี่ยงสโตรกทันที)
ถ้าความดันพุ่งสูงระดับนี้ ถือว่าอันตรายมาก เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตก หัวใจวายเฉียบพลัน หรือไตวายได้ทันที โดยเฉพาะถ้ามีอาการร่วม เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดหัวรุนแรง ตามัว ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีก ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที ห้ามรอดูอาการเอง
ลดเสี่ยงโรคหัวใจจากความดัน ทำวันนี้ได้เลย
- วัดความดันสม่ำเสมอ อย่ารอจนมีอาการ
- ลดเค็มทันที โดยเฉพาะของดอง อาหารแปรรูป น้ำปลาเยอะ ๆ
- เดินหลังอาหารวันละ 10–20 นาที ช่วยให้หลอดเลือดผ่อนคลาย
- นอนให้พอ ลดเครียด เพราะความดันขึ้นง่ายตอนพักผ่อนไม่พอ
- กินอาหารที่ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือด เช่น ปลาโอเมก้า-3 ผักใบเขียว ถั่ว หรือกินแบบเสริมก็ช่วยให้ความดันนิ่งและลดเสี่ยงหัวใจได้แบบธรรมชาติ
- ถ้าค่าขึ้นเกิน 140/90 บ่อย หรือมีแน่นหน้าอก ปวดหัว ตาพร่า → ควรพบแพทย์และตรวจหัวใจ
ความดันไม่ได้อันตรายเพราะทำให้เวียนหัว แต่เพราะมันทำร้ายหัวใจและหลอดเลือดแบบเงียบ ๆ ทุกวัน หลายคนไม่มีอาการเลยจนวันหนึ่งกลายเป็นหัวใจวายหรือสโตรกแบบไม่ทันตั้งตัว อย่ารอให้ถึง 140/90 ค่อยดูแล เพราะการลดเค็ม เดินหลังอาหาร นอนให้พอ และวัดความดันสม่ำเสมอ สามารถลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้