ในการแถลงข่าวจับกุม นายนพรัตน์ จีนโต หรือ “แอล” จากกรณีมีรายงานเดินถือปืนในชุมชน และขู่จะยิงเด็กนักเรียน ก่อนหลบหนีและยอมมอบตัวกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ “บิ๊กแจ๊ส” นายก อบจ. ปทุมธานี ในเวลาต่อมา
พล.ต.ท. สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ญาติของ นายนพรัตน์ กังวลใจ อยากให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว
โดยพฤติการณ์ เริ่มจาก นายนพรัตน์ มีปากเสียงริมถนนพื้นที่ จ.ชลบุรี ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เข้าไปตักเตือน
ด้วยความที่ยังมีโทสะ นายนพรัตน์ จึงยิงรถของเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี จึงออกหมายจับไว้
ต่อมา นายนพรัตน์ หนีกลับภูมิลำเนา โดยขอให้พ่อภรรยาช่วยเรื่องคดี แต่มีปากเสียง จึงพาพ่อของภรรยาหลบหนีออกมาพร้อมอาวุธปืน ก่อนที่พ่อภรรยาหลบหนีออกมาได้และเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่
กระทั่งในวันนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ขอชุดเจ้าหน้าที่ไปนำตัว นายนพรัตน์ ตามหมายจับ ซึ่งจะดำเนินคดีตามหมายจับของ สภ.ลาดหลุมแก้ว ใน 2 ข้อหา คือ ฐานครอบครองพกพาอาวุธปืน - หน่วงเหนี่ยวกักขังพ่อภรรยา ส่วนอาวุธและพาหนะที่ตรวจยึดได้จะจัดเก็บเป็นของกลาง
ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ “บิ๊กแจ๊ส” กล่าวขอบคุณพี่น้องตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในห้วงที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยว่า มีผู้ปกครองติดต่อตนมาว่าจะให้ลูกไป รร. ดีหรือไม่ กระทั่ง รร. หลายแห่งประกาศปิดชั่วคราว
ทำให้ตนประสานงานกับหลายฝ่าย ก่อนพูดคุยกับพ่อแม่ของ “แอล” ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้น ครอบครัวนี้รวมถึง แอล ไม่ใช่ผู้ที่โหดร้ายตามที่เป็นข่าว ตนรู้จักครอบครัวนี้ ขอให้เหตุที่เกิดขึ้นนั้นจบ พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายรวมถึง แอล ที่ยินยอมเข้ามอบตัว ให้ความร่วมมืออย่างดี ไม่มีพฤติกรรมการต่อสู้ โดยไปรับตัวที่วัดสะพานสูง
จากนั้น ก็จะนำตัว แอล เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ขอให้ครอบครัวของแอลสบายใจได้ว่าจะไม่มีการทำร้ายหรือไม่มีการใส่ความแอลใด ๆ พร้อมขอให้แอลให้การตามความเป็นจริง
ขณะที่ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 กล่าวว่า หลังจากมอบตัวแล้ว จะมอบตัว แอล ให้ สภ.ลาดหลุมแก้วดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ
ส่วน นายนพรัตน์ หรือ “แอล” เปิดใจหลังเข้ามอบตัว โดยระบุว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเข้าพบตำรวจ เนื่องจากเห็นว่ามีนักเรียนหลายโรงเรียนได้รับความเดือดร้อน ต้องหยุดเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงมองว่าควรมอบตัวดีกว่า เพราะตนเองก็มีลูกที่กำลังอยู่ในวัยเรียนเช่นกัน และไม่อยากให้เด็ก ๆ ได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้
เจ้าตัวยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่เข้ามอบตัว เนื่องจากยังรู้สึกไม่สบายใจ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีความคิดจะไปทำร้ายนักเรียนในโรงเรียนแต่อย่างใด
ส่วนสาเหตุที่ออกจากพื้นที่เกิดจากการทะเลาะกับแฟนสาวด้วยความหึงหวง ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เสพยาเสพติด