การถือศีลอดเป็นศาสนบัญญัติข้อหนึ่งที่นับว่ามีความสำคัญมาก ในช่วงเดือนรอมฏอน ซึ่งมุสลิมที่บรรลุศาสนภาวะทุกคนต้องต้องปฏิบัติ โดยจะต้องละเว้นการกิน การดื่มเป็นเวลา 30 วัน ห้ามร่วมประเวผี ละเว้นการกระทำชั่วทั้งกาย วาจา ใจ ในระหว่างเวลาตั้งแต่แสงอรุณขึ้น จนกระทั้งพระอาทิตย์ตก การถือศีลอดไม่ใช่เฉพาะการอดอาหาร อดน้ำเท่านั้น แต่ต้องถึงพร้อมด้วยการอดกลั้นต่อกิเลสทั้งหลายทั้งปวงด้วย เช่น ต้องละเว้นการพูดจาหยาบคาบ ต้องเสงี่ยมเจียมตัวและต้องพยายามทำความดีมากเป็นพิเศษ
สำหรับผู้ที่ไม่มีความสามารถในการถือศีลอดจึงได้รับการยกเว้น เช่น ผู้ที่เดินทางไกล ผู้ป่วยที่แพทย์ห้าม หญิงมีครรภ์ หญิงแม่นม หญิงที่มีประจำเดือน ผู้ชราภาพ คนวิกลจริต เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามผู้ได้รับการยกเว้นก็ต้องชดใช้ในเวลาอื่นหรือเดือนอื่นหากมีความสามารถจะถือศีลอดได้
สำหรับเรื่องการชดใช้การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนสำหรับหญิงที่ขาดการถือศีลอดเนื่องจากการมีประจำเดือน (ฮัยฎ์) นั้น นักนิติศาสตร์อิสลามต่างเห็นตรงกันว่า จำเป็นจะต้องชดใช้ (กอฎออฺ) ตามจำนวนวันที่ขาดไปนอกเดือนรอมฎอน ดังท่านหญิงอาอีชะห์ได้กล่าวไว้ว่า “เราได้ประสบกับสิ่งดังกล่าว (หมายถึงการมีประจำเดือน (ฮัยฎ์) ในเดือนรอมฎอน) และเราถูกใช้ให้ชดใช้ (กอฎออฺ) การถือศีลอด และไม่ได้ถูกใช้ให้ชดใช้ (กอฎออฺ) การละหมาด” โดยความจำเป็นในการต้องชดใช้ ในส่วนนี้นั้น ก็ไม่จำเป็นต้องชดใช้ทันทีหลังจากหมดเดือนรอมฎอน เป็นความจำเป็นที่ศาสนาอนุญาตให้ล่าช้าได้
ทว่านักนิติศาสตร์อิสลามก็มีความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นนี้ดังต่อไปนี้
นักนิติศาสตร์อิสลามส่วนใหญ่ จากมาลีกียะห์ ชาฟีอียะห์ และฮานาฟียะห์ มีความเห็นว่า จำเป็นจะต้องชดใช้ (กอฎออฺ) การถือศีลอดตามจำนวนวันที่ขาดไปก่อนที่จะเข้าสู่เดือนรอมฎอนในปีถัดไป แต่หากประวิงเวลาจนกระทั่งรอมฎอนถัดไปมาถึงและทำการชดใช้ หลังจากนั้น ก็จำเป็นจะต้องชดใช้พร้อมกับเสียค่าปรับ)วันละ 1 มุด โดยจ่ายให้กับคนยากจนอีกด้วย
และนักนิติศาสตร์อิสลามบางส่วน จากฮะนะฟียะห์ และคนอื่น ๆ เห็นว่า ระยะเวลาของการชดใช้ การขาดไปของการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนนั้น ไม่ได้จำกัดเพียงรอบปีเดียว สามารถชดใช้ ภายนอกเดือนรอมฎอนได้ตลอดชีวิตของเขา โดยไม่ต้องเสียค่าปรับใด ๆ
ในเดือนรอมฎอน สำหรับหญิงที่ขาดการถือศีลอดไปอันเนื่องมาจากสาเหตุดังกล่าวก็อย่าลืมที่จะรีบชดใช้ ให้ครบก่อนที่รอมฎอนถัดไปจะมาถึง โดยสามารถที่จะทำติดต่อกันหรือแยกกันก็ได้ และจำเป็นที่จะต้องชดใช้ ส่วนที่ขาดไปในปีก่อน ๆ ตามที่มีความสามารถด้วย
ข้อมูลจาก : สำนักจุฬาราชมนตรี และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์