วันที่ 19 ก.พ.2569 จากกรณีนางสาวกนกวรรณ ประสงค์สันต์ อายุ 32 ปี ข้าราชการครู ชาว จ.นครราชสีมา ที่ขับรถเก๋งพุ่งชนเด็กหญิงกัญญาวีร์ หรือน้องเกล สร้างไร่ อายุ 6 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านดงย่อ ตำบลปะเคียบ อำเภอคูเมือง จ.บุรีรัมย์ ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลายไปโรงเรียน จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นเรื่องดราม่าหลายเรื่องต่อกันมาอีก ตั้งแต่ครูจากที่ตกลงจะรับผิดชอบกลับปฏิเสธ ไม่เยียวยาแถมท้าให้ฟ้อง
ทำให้แม่น้องเกลยังไม่ได้รับเงินค่าประกันภาคบังคับ(พรบ.) 500,000 บาท และเงินจากประกันภาคสมัครใจกับรถเก๋งของครูอีก 500,000 บาท รวมเป็น 1,000,000 บาท เนื่องจากครูอ้างว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก ซึ่งจะต้องรอศาลตัดสิน
แต่เรื่องยังไม่จบลงแค่นั้น หลังจากพ่อ-แม่น้องเกล และปู่น้องเกล ไปออกรายการโหนกระแส ซึ่งจากการซักถามของหนุ่ม กรรชัย พิธีกรในรายการ มาทราบอีกว่าพนักงานสอบสวนเป็นคนบอกให้ครูปฏิเสธไปก่อน แล้วให้ไปสารภาพในชั้นศาล และยังทราบจากฝ่ายญาติน้องเกล อีกว่า พนักงานสอบสวนขอเรียกค่าธรรมเนียม 10 เปอร์เซ็นต์ของเงินประกันที่จะได้มา 1,000,000 บาท (พนักงานสอบสวนเรียก 100,000 บาท)
ซึ่งล่าสุด พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการดูรายการดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นได้สั่งให้มีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนทันที และให้ตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งจากการประสานแล้วพนักงานสอบสวน ยังปฏิเสธว่าไม่ได้เรียกเงินจำนวนดังกล่าว
อย่างไรก็ตามกรณีนี้ถือเป็นกรณีที่ต้องศึกษา และได้สั่งการให้มีการทำหนังสือไปถึงหัวหน้าสถานีตำรวจทั้ง 34 แห่งแล้ว หน้าที่หลักและหัวใจของพนักงานสอบสวนคือการอำนวยความยุติธรรมกับทุกฝ่าย จะให้พนักงานสอบสวนยึดกรอบของกฎหมาย สิ่งไหนที่ไม่เหมาะสมพนักงานสอบสวนรู้ดีอยู่แล้วไม่ควรปฏิบัติ หากพบมีการกระทำในลักษณะนี้อีกจะดำเนินการตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจะไม่ไปป้องใครคนใดคนหนึ่งอย่างแน่นอน