วันที่ 26 ก.พ. 2569 ที่หอประชุมศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนายดาว หมวกอินทร์ ตัวแทนผู้เสียหาย และสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม และกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุมหลายราย เข้ายื่นหนังสือต่อ นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายแก้ไขปัญหาวิกฤตการค้างจ่ายเงินสมาชิก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,472 ล้านบาท
ทั้งนี้ นายขันชัย สีนอ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้แทนรับหนังสือแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ท่ามกลางการรวมตัวของชาวบ้านที่ชูป้ายทวงถามเงินฌาปนกิจ และเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ ลงมารับหนังสือด้วยตนเอง ก่อนเชิญผู้ร้องเรียนเข้ารับฟังการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยนายรณณรงค์กล่าวว่า ชาวบ้านมีข้อเรียกร้อง 4 ประการ โดยเฉพาะการขอให้ดำเนินคดีกับนายทะเบียนท้องถิ่นฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้สมาคมและกองทุนล้มละลายโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาการเงินย่อมมีสัญญาณล่วงหน้า มิใช่เกิดขึ้นเพียงวันสองวัน พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างโปร่งใส และให้ภาครัฐเยียวยาความเสียหาย เนื่องจากเป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับตามกฎหมาย
ทั้งนี้ข้อมูลระบุว่า เมื่อปี 2566 นายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประจำท้องที่เทศบาลตำบลวาปีปทุม มีคำสั่งระงับการรับ–จ่ายเงินของทั้ง 2 องค์กร และในปี 2567 มีคำสั่งให้เลิกสมาคมและกองทุน เนื่องจากไม่สามารถจ่ายค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์แก่ผู้รับผลประโยชน์ได้ภายใน 97 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมียอดค้างจ่าย ณ วันที่ 31 ส.ค. 2566 แยกเป็นของสมาคม 749,450,000 บาท และของกองทุน 722,875,000 บาท รวมทั้งสิ้น 1,472,325,000 บาท พร้อมแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีตามขั้นตอนกฎหมาย
ด้าน พ.ต.อ.สุมิตร นันสถิตย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวาปีปทุม ชี้แจงความคืบหน้าคดีอาญาว่า ได้แยกผู้เสียหายออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้เสียชีวิตและได้รับเงินครบแล้ว กลุ่มผู้เสียชีวิตแต่ได้รับเงินบางส่วน กลุ่มผู้เสียชีวิตแต่ยังไม่ได้รับเงิน และกลุ่มสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนคดีที่ส่งให้อัยการพิจารณามี 8 สำนวน โดย 3 สำนวนมีคำสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งตำรวจภูธรภาค 4 มีความเห็นสอดคล้องกับพนักงานอัยการ ส่วนอีก 5 สำนวนอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณา
พ.ต.อ.สุมิตร ระบุเพิ่มเติมว่า การดำเนินคดีจะชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อกระบวนการชำระบัญชีแล้วเสร็จ เพื่อให้ทราบเส้นทางการเงินและข้อเท็จจริงว่าเงินถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมเข้าสู่กระบวนการสอบสวน เพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานอัยการต่อไป
โดยการชี้แจงครั้งนี้มีผู้แทนจากหลายฝ่ายเข้าร่วม อาทิ นายกเทศมนตรีตำบลวาปีปทุม และตัวแทนฝ่ายกฎหมาย ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนที่เรียกร้องความชัดเจนและการเยียวยาความเสียหายโดยเร็วที่สุด