“สว.ชีวะภาพ” สังคายนาเคลื่อนย้ายช้าง ล้างบางมาเฟียฮุบป่า แก้ซ้ำรอย “สีดอหูพับ”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“สว.ชีวะภาพ” ฮึ่ม! อดีต รมต. แปลง ส.ป.ก.เป็นโฉนดกระทบช้างป่า มูลนิธิวอชด็อกชง 5 ข้อแก้ซ้ำรอย “สีดอหูพับ”

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 69 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เข้ารับข้อเสนอเชิงนโยบายจากมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ (WDT) พร้อมเครือข่ายอีก 4 มูลนิธิด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพสัตว์ เรียกร้องให้ทางวุฒิสภาผลักดันแนวทางดังต่อไปนี้

1.การจัดทำฐานข้อมูลประชากรช้างป่าอย่างเป็นระบบ 

2. การกำหนดเขตกันชนและทางเชื่อมผืนป่า (wildlife corridor) อย่างชัดเจน 

3. การฟื้นฟูแหล่งอาหารและแหล่งน้ำภายในป่า

4. การตรวจสอบพื้นที่ทับซ้อนแนวป่ากับเขต ส.ป.ก.

“สว.ชีวะภาพ” สังคายนาเคลื่อนย้ายช้าง ล้างบางมาเฟียฮุบป่า แก้ซ้ำรอย “สีดอหูพับ” สตริงเกอร์ กทม.
นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา

5. การจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระด้านนโยบาย เพื่อให้การตัดสินใจทุกขั้นตอนตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

ด้านสัตวแพทย์หญิงบุษบาบรรณล์ สัจจารมย์ รองประธานด้านวิชาการมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนคนที่รักช้างต่างเข้าใจว่า "สีดอหูพับ" ล้มตายระหว่างการเคลื่อนย้ายเพราะให้ยาซึมเกินขนาด แต่ตนมองว่าสาเหตุมาจากการบริหารจัดการที่ยังไม่ดีพอ เนื่องจากมีเศษอาหารหลุดเข้าไปติดที่หลอดลม จึงทำให้ช้างล้ม

"หากช้างป่าได้รับยาเกินขนาดจริง ก็ยังมียาแก้เพื่อรักษาชีวิตได้ทัน แต่หากช้างป่าสำลักอาหาร จะไม่สามารถดึงเอาอาหารที่อุดบริเวณหลอดลมออกมาได้ แม้เราไม่สามารถงดอาหารช้างป่าได้ แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงได้ ด้วยการขยับเวลาในการเคลื่อนย้ายช้างและวางยาซึมให้ช้างในช่วงตี 3 ถึงตี 5 ดังนั้นปัจจัยในการเคลื่อนย้ายร่วมกับการขนส่ง มันมีความสำคัญมากพอ ๆ กับการให้ยาเลยทีเดียว" สัตวแพทย์หญิงบุษบาบรรณล์กล่าว

นอกจากนี้ สัตวแพทย์หญิงบุษบาบรรณล์ยังระบุว่า ปกติในประเทศแถบแอฟริกาจะเคลื่อนย้ายช้างป่าด้วยการให้ช้างนอนตะแคง แต่ในประเทศไทยมักจะให้ช้างนอนลักษณะหมอบลง เพราะยังใช้รถบรรทุก 6 ล้อหรือ 10 ล้อ ซึ่งไม่สามารถทำให้ช้างนอนตะแคงได้ หากจะให้ช้างนอนตะแคงได้จริง ๆ จะต้องใช้รถพ่วงขนาดใหญ่

ซึ่งตรงนี้ประเทศไทยยังไม่ได้เริ่มทำ จึงอยากให้ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาหาแนวทางแก้ปัญหาการเคลื่อนย้าย และนำพื้นที่ที่มีข้อพิพาทระหว่างคนกับช้างป่ามาปลูกพืชให้ช้างได้กินเป็นอาหาร ไม่ต้องลงมาหากินในพื้นที่ของประชาชน รวมทั้งต้องพิจารณาทำหมันเพื่อคุมกำเนิดช้างป่า ซึ่งจะช่วยลดประชากรช้างให้สอดคล้องกับพื้นที่ป่าที่ปัจจุบันคงเหลืออยู่ประมาณ 38%

ด้านนายชีวะภาพกล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการจะรับข้อเสนอไว้พิจารณาศึกษาข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นการบริหารจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าและการเคลื่อนย้ายช้างป่า ซึ่งเชื่อว่ากรณี "สีดอหูพับ" จะเป็นแรงกระเพื่อม และเป็นวิกฤตที่ทำให้เกิดโอกาสขนานใหญ่

"สีดาหูพับจะเป็นแรงกระเพื่อมที่ส่งไปสู่การบริหารจัดการในเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งเดิมมาจากป่าสงวน แต่วันนี้กลไกของป่าสงวนได้แปลงร่างเป็นที่ดินของ ส.ป.ก. และที่ดินของ คทช. ที่จัดสรรให้ชาวบ้านไร้ที่ทำกินไปทำเกษตรกรรม แต่กลับพบว่ามีการเปลี่ยนมือผู้ครอบครอง, ดัดแปลงไปทำรีสอร์ท บ้านตากอากาศ และจัดคอนเสิร์ตในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดการให้เรียบร้อย เพราะอย่างน้อยถ้าไม่มีรีสอร์ทหรือบ้านพักตากอากาศ ก็ยังพอจะนำพื้นที่ดังกล่าวไปสร้างแหล่งอาหารให้ช้างป่าได้" นายชีวะภาพกล่าว

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการยืนยันจะเดินหน้าศึกษาหาข้อเท็จจริงและนำเสนอแนวทางการแก้ไขต่อรัฐบาลชุดใหม่ เพราะวันนี้ภาครัฐเหมือนจะหลงทาง เนื่องจากมีนักการเมืองบางคนหรือและอดีตรัฐมนตรีบางคน พยายามเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์บนที่ดิน ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดที่ดิน ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองได้

ซึ่งแบบนี้มันยอมไม่ได้ เพราะจะเป็นการเปิดทางให้นายทุนบุกรุกพื้นที่กันชน จนคนกับช้างต้องมาประจันหน้ากัน อีกทั้งกติกาเดิมมีไว้เพื่อคนยากไร้ทำเกษตรเท่านั้น วันนี้ปล่อยปละให้เป็นรีสอร์ทบ้านพักตากอากาศ ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าก็ยิ่งจะเพิ่มปัญหามากขึ้นกว่าเดิม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ