เจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ได้สนธิกำลังกว่า 200 นาย พร้อมใช้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อนจะใช้การยิงยาซึมใส่สีดอหูพับ ช้างป่าภูหลวงเพศผู้ หลังจากที่ได้มากินที่บริเวณตำบลเมืองเก่าพัฒนา อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น สร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้าน และสีดาหูพับ เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ได้ทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตถึง 2 ราย จนทำให้ชาวบ้าน ได้ไปร้องกับศาลปกครองขอนแก่นเมื่อวันที่ 30 ก.ย.68 ที่ผ่านมา
จนศาลปกครองมีคำสั่งให้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเคลื่อนย้ายช้างป่า ออกจากพื้นที่ เวลาประมาณ 19.00 น. สีดอหูพับออกหากินที่บริเวณบ้านโคกม่วง ตำบลเมืองเก่าพัฒนา อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ได้ใช้การยิงยาซึมใส่สีดอหูพับ จากนั้นได้ต้อนให้เดินมาที่ไร่อ้อยท้ายหมู่บ้าน ก่อนจะใช้รถแม็คโฮขุดดิน เพื่อทำทางให้รถบรรทุกสิบล้อจอด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะใช้เชือกผูกตัดช่วยกันนำขึ้นรถสิบล้อ เพื่อเคลื่อนย้ายไปที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย จากนั้นจะมีการดูแลเพื่อปรับพฤติกรรม เพื่อไม่ให้มีนิสัยดุร้าย และจำเส้นทางที่จะกลับมาหากินในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมกับติดเครื่องติดตามตัวกับสีดอหูพับ โดยตลอด 2 ข้างทางที่เคลื่อนช้างผ่าน มีชาวบ้านยอมอดตาหลับขับตานอน เพื่อที่จะเห็นสีดอหูพับ
นางวงเดือน ประรุมเมือง ชาวบ้านโคกม่วง ตำบลเมืองเก่าพัฒนา อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น บอกว่าตลอดเวลาที่มีช้างป่าเข้ามาหากินในพื้นที่ ตนเองก็มีการปรับตัวเพื่อที่ช้างและคนอยู่ร่วมกันได้ ที่ผ่านมาช้างป่าจะเข้าไปหากินในที่นาท้ายหมู่บ้านตนเอง แต่ตนเองก็ใช้การไม่ไปนอนที่กระท่อม แต่ก็รู้สึกใจหายที่มีเคลื่อนย้ายช้างป่าออกจากพื้นที่ไป และตนเองก็อยากจะเห็นช้างป่าที่เข้ามาหากินในพื้นที่
ด้าน นายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การเคลื่อนย้ายช้างป่าคืนถิ่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เตรียมย้าย "ช้างหูพับ" คืนถิ่นภูหลวง หลังทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 2 คน เปิดศูนย์บัญชาการเคลื่อนย้าย "ช้างหูพับ" คืนถิ่นภูหลวง หลังทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 2 คน ช้างหูพับ" ช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมย้ายถิ่นฐานจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จ.เลย เข้ามาอาศัยหากินในเขตพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 จนถึงปัจจุบัน เมื่อจับสีดอหูพับได้แล้ว จะเคลื่อนย้ายไปดูแลและปรับพฤติกรรมที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ จ.เลย โดยจะมีทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลจากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.8 ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 4 (ขอนแก่น) และทีมสัตวแพทย์สัตวบาลจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า คอยดูแลประเมินสุขภาพอย่างใกล้ชิด มีการใช้มาตรการความปลอดภัยเข้มงวด ทั้งการติดตั้งรั้วไฟฟ้า กล้อง CCTV และเจ้าหน้าที่เวรยามตลอด 24 ชั่วโมง
แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ขณะที่กำลังนำช้างป่าหูพับ ที่นำใส่รถบรรทุกสิบล้อ ได้เดินทางออกมาได้เพียง 15 นาที ช้างได้เกิดอาการชักทำให้ต้องนำช้างป่า เดินทางเข้ารักษาอาการด่วนที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง โดยแพทย์พยายามช่วยให้ช้างป่าหูพับกลับมีชีพจร แต่สุดท้ายไม่สำเร็จซึ่งขณะนี้ร่างของช้างป่าหูพับ คาดว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลว ซึ่งในวันนี้ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) จะมีการออกมายืนยัน การล้มของช้างป่าหูพับอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยไม่อนุญาตผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง